สคร.2 พิษณุโลก เตือนอยู่บ้าน หยุดเชื้อโควิด-19 ระวังไข้เลือดออก ตายแล้ว 6 ดร.วิรัช ประวันเตา รองผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่ประชาชนส่วนใหญ่อยู่บ้าน หยุดเชื้อโควิด-19 และเป็นช่วงเวลาที่เริ่มมีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น โรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่ทำให้เสียชีวิตได้ง่าย หากผู้ที่มีไข้แล้วหาซื้อยาแก้ไขมารับประทานเอง โดยที่ไม่ทราบว่าเป็นยาที่สามารถกินได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ เนื่องจากยาบางชนิดห้ามใช้กับผู้ติดเชื้อไข้เลือดออก ได้แก่ ยาแอสไพลิน และยาที่มีส่วนผสมของเอนเสด เช่น ยาแก้ปวดข้อ ยารักษาอาการปวด บวม อักเสบต่างๆ เนื่องจากทำให้อาการของโรคไข้เลือดออกรุนแรงมากขึ้นชจนเสียชีวิต ดร.วิรัช กล่าวอีกว่า ผู้ที่เสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออก มักพบสาเหตุมาจาก 1.มีโรคประจำตัว เช่น ธาลัสซีเมีย เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หอบหืด โรคหัวใจ 2. มีไข้ ซื้อยากินเอง แต่ไข้ไม่หายผ่านไป 3 วันจึงไปรพ. ทำให้เสียชีวิตเนื่องจากเกิดอาการช็อคจากเชื้อโรคไข้เลือดออก ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว ต้องกินยารักษาโรคประจำอย่างต่อเนื่อง...
พิษณุโลก ผู้ป่วยโควิดกลับบ้านแล้ว 5 ราย เหลืออีก 1 ราย อยู่ให้ครบ 30 วัน รพ.ทุกแห่งตรวจสารคัดหรั่งได้หมด วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 นายแพทย์รัฐภูมิ ชามพูนท รักษาการ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลกกล่าวว่า สถานการณ์ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในจังหวัดพิษณุโลก ขณะนี้ได้ส่งผู้ป่วยยืนยันสะสมกลับบ้านแล้ว จำนวน 5 ราย โดยพักรักษาอยู่ในโรงพยาบาลตามมาตรฐาน คือผู้ป่วยรายที่ 1-5 สำหรับผู้ป่วยรายที่ 5 เป็นบุคลากร มหาวิทยาลัยนเรศวร เหลือเพียงรายที่ 6 ชาวอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ที่ยังพักอยู่โรงพยาบาล แม้ว่าจะตรวจไม่พบเชื้อแล้วก็ตาม และอยู่โรงพยาบาลมาเกิน 20 วัน แต่จะให้อยู่โรงพยาบาลจนครบ 30 วัน เพื่อความสบายใจของผู้ป่วยและญาติพี่น้อง อีกประการหนึ่งเคยมีบางจังหวัดที่มีเชื้อโควิดกลับมาอีก นายแพทย์รัฐภูมิ กล่าวอีกว่าตามยุทธศาสตร์ของผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ได้เก็บของเก่าตรวจผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ทั้ง 6...
อุตรดิตถ์ เตรียมผ่อนปรน เปิดธุรกิจบางประเภทที่ถูกสั่งปิด สถานการณ์โควิด-19 วันที่28 เม.ย.63 นายธนากร  อึ้งจิตรไพศาล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาของเศรษฐกิจจังหวัดอุตรดิตถ์(กรอ.จ.อต.)  พร้อมด้วยนายพิภัช ประจันเขตต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์(1) นายสมเกียรติ พูลสุขเสริม รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์(2) นายพยงค์ ยาเภา หัวหน้าสำนักงานจังหวัดอุตรดิตถ์ ตลอดจนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องภาคเอกชนประกอบด้วย หอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ และผู้เกี่ยวข้องร่วมรับทราบภาพรวมเศรษฐกิจของจังหวัดที่มีการหดตัวลง เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการที่ลดลงจากการชะลอการผลิตและหยุดกิจกรรมจากการแพร่ระบาดของ เชื้อไวรัสโควิด-19 ประกอบกับภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมทั้งภาคธุรกิจชะลอการลงทุนทางภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบางรวมทั้งการค้าชายแดนที่มีการปิดด่านชายแดนและกำลังการซื้อชะลอตัวและตามราคาน้ำมันของตลาดโลกที่อยู่ในระดับต่ำ การพิจารณาเรื่องสำคัญของทั้งภาครัฐและเอกชนครั้งนี้มีข้อเสนอจากภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ที่สร้างผลกระทบในวงกว้างกับทุกๆธุรกิจในจังหวัดอุตรดิตถ์ทั้งธุรกิจที่ต้องปิดกิจการและธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชนตามมาตรการของภาครัฐและด้านอื่นที่เกี่ยวกับรายได้ของประชาชนที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าลูกจ้างพนักงานทั้งภาครัฐและเอกชน ด้านนายประพลวัต  ปัญญายงค์ ประธานหอการค้าจังหวัดอุตรดิตถ์ ในนามตัวแทนภาคเอกชนได้เสนอพิจารณามาตรการหลากหลายอาทิการขอยกเว้นภาษีป้าย  การทบทวนคุณสมบัติการให้กู้เงินเพิ่มในภาวะวิกฤตของธนาคารพาณิชย์เรื่องของการประกันสังคมและขอพิจารณามาตรากรผ่อนปรน เพื่อเปิดธุรกิจบางประเภทที่ถูกสั่งปิด สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยขอพิจารณาเปิดธุรกิจประเภทห้างสรรพสินค้าตลาดนัดสนามกีฬาฟิตเนตสปาร้านอาหารและเครื่องดื่มตั้งแต่1 พฤษภาคม2563 เป็นต้นไป โดยจำดำเนินการภายใต้มาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัดเช่นการใส่หน้ากากอนามัยการมีเจลหรือแอลกอฮอล์ให้ล้างมือการวัดไข้ผู้ใช้บริการการรักษาระยะห่างทางสังคมและการจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการต่อครั้งเป็นต้น          จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้มีการติดตามข้อมูลและข้อสั่งการจากส่วนกลางอย่างรอบด้านทั้งมติ ครม.ที่มีการขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต่ออีก1 เดือนถึง 31 พฤษภาคม 2563  รวมทั้งแนวทางการจะผ่อนคลายมาตรการที่จะพิจารณาแบ่งเป็น4 ระยะโดยจะประกาศเป็นระยะๆที่จะทำให้ภาคธุรกิจยังคงดำเนินต่อไปได้โดยในส่วนของจังหวัดอุตรดิตถ์ จัดอยู่ในกลุ่มของ 36 จังหวัด ที่ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ช่วง 14 วัน ที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง  การผ่อนปรนมาตรการต่างๆที่ภาคเอกชนเสนอนั้น  ทางจังหวัดได้รับเรื่องแล้วจะนำเข้าที่ประชุมของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดและศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (COVID-19) จังหวัดอุตรดิตถ์โดยด่วนเพื่อร่วมกันพิจารณาให้มีมติของที่ประชุมอีกทั้งขอรอดูเนื้อหาความชัดเจนที่จะเป็นมติของครม.ออกมาก่อนในการจัดกลุ่มกิจการที่ต้องมีรายละเอียดให้มากขึ้น คาดว่าสถานการณ์ได้คลี่คลายในทางที่ดีขึ้นและจะมีการประกาศเพื่อผ่อนปรนมาตรการเร็วๆนี้                              ปวินท์ อินกล่ำ รายงาน       ...
มทภ.3 ตรวจเยี่ยมความพร้อม รพ.ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช รองรับผู้ป่วยโควิด-19 วันที่ 28 เมษายน 2563 เวลา 10.00 น โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พล.ท. ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3 (มทภ.3) ตรวจติดตามความก้าวหน้าและให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในการเตรียมการรองรับผู้ป่วยติดเชื้อโคโรน่าไวรัส โดย รพ.ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็น รพ.ระดับ 3 ของกองทัพบก เพื่อดูแลผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อและมีอาการจนถึงระดับวิกฤติที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ โดยมี พล.ต.วุฒิไชย อิศระ ผู้อำนวยการ รพ.ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ให้การต้อนรับและชี้แจงความพร้อมและก้าวหน้าในการดำเนินงานดังนี้ จุดที่ 1 ARI modular clinic (คลินิกเฉพาะโรคทางเดินหายใจ) ซึ่งให้บริการเป็นแบบเบ็ดเสร็จในจุดเดียว (one stop service) บุคลากรทางการแพทย์จะอยู่ในห้องควบคุมการไหลเวียนอากาศแบบบวก (positive pressure) เพื่อความปลอดภัย และลดการสวมใส่ชุดป้องกันส่วนบุคคล...
เชียงใหม่ คัดกรองเชิงรุกโควิด-19 ส่ง จนท.ตรวจแคมป์คนงานต่างด้าวทั่วจังหวัด เฝ้าระวังลักลอบข้ามชายแดน วันที่ 26 เมษายน 2563 นายแพทย์กิตติพันธุ์ ฉลอม นายแพทย์เวชศาสตร์ป้องกันด้านระบาดวิทยา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่  แถลงข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (COVID-19) ในจังหวัดเชียงใหม่ ในวันนี้(26 เม.ย. 63) ว่าขณะนี้จำนวนผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อโควิด-19 ในจังหวัดเชียงใหม่ยังหยุดนิ่งอยู่ที่ 40 ราย ติดต่อกันเป็นเวลาถึง 18 วันแล้ว  นับเป็นการก้าวเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ที่ไม่พบการแพร่ระบาดในชุมชน และไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่เพิ่มเติมเกิดขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่ โดยล่าสุดยังเหลือผู้ป่วยติดเชื้อที่ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลต่างๆจำนวน 8 ราย เท่านั้น  ในจำนวนนี้ไม่มีผู้ป่วยที่มีอาการหนักแม้แต่รายเดียว  หลังจากนี้หากตรวจสอบแล้วว่าไม่พบเชื้อและไม่พบภาวะติดเชื้อแทรกซ้อนจะสามารถอนุญาตให้กลับบ้านได้  โดยคาดว่าภายใน 1-2 สัปดาห์ข้างหน้าผู้ป่วยเหล่านี้จะสามารถได้รับการรักษาจนหายและกลับบ้านได้ทั้งหมด  พร้อมกับส่งผลให้จังหวัดเชียงใหม่ ไม่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 หลงเหลืออยู่แม้แต่รายเดียว ขณะนี้จังหวัดเชียงใหม่ แม้จะไม่พบการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ภายในชุมชนและไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ แต่ทางจังหวัดยังจำเป็นต้องเฝ้าระวังการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง  เพราะเชื้อโควิด-19 ยังไม่ได้หมดไปอย่างสิ้นเชิง  จะเห็นได้จากการที่ในประเทศต่างๆรวมถึงประเทศเพื่อนบ้านของไทยยังคงมีผู้ป่วยติดเชื้อสูงขึ้นรวมถึงพบการระบาดจากกลุ่มแรงงานต่างด้าวและกลุ่มผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศเข้ามาในจังหวัดสงขลาในช่วงก่อนหน้านี้ ดังนั้น จังหวัดเชียงใหม่ จึงจำเป็นต้องเฝ้าวังในเรื่องนี้ด้วย   โดยเฉพาะการเฝ้าติดตามสถานการณ์ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา หรือ ประเทศพม่า  ซึ่งเป็นประเทศที่มีเขตติดต่อกับจังหวัดเชียงใหม่  โดยพบการรายงานว่ามีการแพร่ระบาดของผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เป็นจำนวนมาก ในเขตอำเภอท่าขี้เหล็ก  ซึ่งเป็นเมืองชายแดนตั้งอยู่ในรัฐฉาน ทางตะวันออกของประเทศพม่า  ทำให้คณะกรรมการโรคติดต่อและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ออกคำสั่งให้มีการเข้มงวดในการดูแลด่านเข้า-ออกระหว่างประเทศ  รวมถึงออกตรวจตราเฝ้าระวังผู้ที่อาจเดินทางหลุดลอดมาตามเส้นทางธรรมชาติต่างๆให้มากขึ้น  หากพบเห็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างถิ่นให้รีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เพื่อทำการกักกันตัวจนครบ 14 วัน  ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ ในสัปดาห์หน้านี้จังหวัดเชียงใหม่จะดำเนินมาตรการคัดกรองเชิงรุก  โดยจะส่งเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายลงพื้นที่สำรวจแคมป์คนงานต่างด้าวต่างๆในจังหวัด  พร้อมทั้งวางแนวทางเพื่อป้องกันการระบาดซ้ำในพื้นที่เปราะบางอื่นๆเช่นในค่ายทหารหรือเรือนจำ  ซึ่งพื้นที่เหล่านี้หากมีการติดเชื้อจะสามารถระบาดเป็นวงกว้างทั้งนี้เพื่อทำให้มั่นใจว่าจะไม่ให้เกิดการระบาดของเชื้อโควิด-19 ซ้ำอีกในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่
อุตรดิตถ์ เฮ!!ผู้ป่วยโควิด-19 รักษาหายปลอดเชื้อทั้ง 3 ราย ตรวจซ้ำเครื่องมือทันสมัย คนสุดท้ายกลับบ้านวันนี้(คลิป) วันที่  24 เม.ย.63 เวลา16.00 น.ที่ห้องประชุมสวางคบุรีชั้น5 ศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์  นายธนากร อึ้งจิตรไพศาล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุตรดิตถ์  พร้อมด้วยนายแพทย์เกษม  ตั้งเกษมสำราญนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์, นายแพทย์อายุส  ภมะราภาผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนแจ้งข่าวดีไปยังพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ ถึงผลการรักษาผู้ป่วยยืนยันสะสมโรคโควิด-19 ของจังหวัดอุตรดิตถ์แพทย์ได้ทำการรักษาจนหายดีแล้วและกลับบ้าน 3 ราย ทั้งหมดรายสุดท้ายกลับบ้านได้แล้วในวันนี้ ด้านคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุตรดิตถ์โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019  (Covid-19) ของจังหวัดอุตรดิตถ์ว่าในวันที่ 24 เมษายน 2563 ผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 ได้รับการรักษาหายกลับบ้านทั้งหมดจากจำนวนการส่งตรวจหาเชื้อCovid-19 ของผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรคโควิด-19 สะสม 46 ราย ผลตรวจพบเชื้อ  3 ราย ไม่พบเชื้อ 43 ราย รวมผู้ป่วยยืนยันสะสม 3 ราย และขณะนี้ไม่มีกลุ่มเสี่ยงอยู่ระหว่างรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ  มีการเฝ้าระวังผู้เดินทางจากต่างประเทศและต่างจังหวัด  จำนวน  11,709 ราย  เฝ้าระวังครบ14 วันจำนวน10,113 รายคิดเป็นร้อยละ 86.37 มีผู้ติดตามยังไม่ครบ14 วันจำนวน 1,596 รายคิดเป็นร้อยละ 13.63 สำหรับจังหวัดอุตรดิตถ์มีผู้ป่วยยืนยันสะสมโรคโควิด-19 รายแรกเป็นเพศชายอายุ 51 ปี  ที่อยู่ ต.ไร่อ้อย อ.พิชัยอาชีพคนปรุงอาหารเดินทางกลับจากประเทศการ์ตา เริ่มป่วยวันที่ 22 มีนาคม 2563 พบเชื้อวันที่ 27 มีนาคม 2563 เข้ารักษาที่โรงพยาบาลอุตรดิตถ์และรักษาหายกลับบ้านวันที่ 21 เมษายน 2563 (ระยะเวลาตั้งแต่พบเชื้อฯจนถึงวันไม่พบเชื้อรวม25 วัน)  ส่วนผู้ป่วยรายที่ 2 เป็นภรรยาของผู้ป่วยCOVID...
เชียงใหม่ หายป่วยกลับบ้านเพิ่ม 1 ราย รวมกลับบ้านแล้ว 28 ราย รักษาตัวอยู่ รพ. 11 ราย วันที่ 22 เมษายน 2563 นายแพทย์วรัญญู จำนงประสาทพร รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ล่าสุด วันนี้ (22 เม.ย. 63) จังหวัดเชียงใหม่ไม่พบผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ติดต่อกันเป็นวันที่ 14 แล้ว โดยข้อมูลผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อโควิด-19 สะสมรวม 40 ราย หายป่วยกลับบ้านเพิ่ม 1 ราย รวมกลับบ้านแล้ว 28 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 11 ราย นายแพทย์วรัญญู กล่าวอีกว่า ผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรค ที่มีสะสม 1,195 ราย ยังอยู่ในโรงพยาบาล 46 ราย และกลับบ้านแล้ว...
พิษณุโลก ปตท.สผ. มอบอุปกรณ์การแพทย์สู้ภัยโควิด-19 รพ .พิษณุโลก สุโขทัย กำแพงเพชร มูลค่ากว่า 3.8 ล้านบาท วันที่ 21 เมษายน 2563 ที่โรงพยาบาลพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก นายวีระวัฒน์ อ่วมสร้อย ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายปฏิบัติการผลิต บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. โครงการเอส 1 พร้อมด้วย นายพัลลภ ลิ่มสกุล ผู้จัดการองค์กรสัมพันธ์ โครงการผลิตบนฝั่ง (ประเทศไทย) ปตท.สผ. มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์สู้ภัยโควิด-19 ให้กับ โรงพยาบาลพุทธชินราช โดยมีนายแพทย์อารีย์ เจษฎาญาณเมธี รองผู้อำนวยการ ฝ่ายการแพทย์ รพ.พุทธชินราช และทันตแพทย์หญิงอารีย์ ภูมิประเสริฐโชค ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ รพ.พุทธชินราช เป็นผู้รับมอบ และนางสาวพรรณี สัสดีแพง...
พิษณุโลก วิทยาลัยการพยาบาล มรภ.พิบูลสงคราม ร่วมกับ มูลนิธิเฮอริเทจประเทศไทย ส่งมอบถุงผ้ารักษ์โลก “อสม. ช่วยชาติ ต้านโควิด” วันที่ 21 เมษายน 2563 อาจารย์ณัทกวี ศิริรัตน์ นำทีมอาจารย์และเจ้าหน้าที่ของวิทยาลัยการพยาบาล มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ส่งมอบถุงผ้ารักษ์โลก ซึ่งภายในประกอบด้วย หน้ากากอนามัย หน้ากากคลุมหน้า เสื้อคลุมอนามัย สเปย์แอลกอฮอร์ และผลิตภัณฑ์อาหารเครื่องดื่มในเครือเฮอริเทจ แก่ อสม. ในเขตพื้นที่ ตำบลพลายชุมพล และตำบลบ้านคลอง รวมทั้งสิ้น 230 ชุด เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของ อสม. ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญของ อสม. ในการปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนการดำเนินงานด้านป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 อย่างจริงจังจนได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ
สธ.เตรียมเสนอผ่อนปรนล็อกดาวน์ เริ่ม 32 จังหวัด พ.ค.นี้ ก.สาธารณสุข เตรียมเสนอ ศบค. ผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ โดยจะเริ่มใน 32 จังหวัด ต้นเดือน พ.ค.นี้ ให้ภาคธุรกิจเปิดทำการ ซึ่งจะให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ตัดสินใจ ส่วน กทม. และปริมณฑล จะเป็นกลุ่มสุดท้ายของการเปิด เนื่องจากยังเป็นพื้นที่เสี่ยง วันนี้ (20 เม.ย.63) นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ที่ปรึกษาด้านวิชาชาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เฉพาะการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 กล่าวภายหลังประชุมหารือแนวทางผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์รับมือ COVID-19 ว่า ที่ประชุมได้หารือร่วมกับคณะแพทย์จากสถาบันต่าง ๆ ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน โดยที่ประชุมเห็นตรงกันถึงการผ่อนปรนมาตรการเพื่อให้ประชาชนทั่วไป และภาคธุรกิจ สามารถไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยมาตรการที่ต้องคงไว้ไม่สามารถผ่อนปรนได้ ได้แก่ การตรวจคัดกรองประชาชน ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และผู้ที่เดินทางมาต้องอยู่ภายในภายที่กักตัวที่รัฐจัดหาให้ 14 วัน ตามที่รัฐกำหนด และทุกจังหวัดต้องมีการค้นหาผู้ติดเชื้อรายใหม่ ในสถานที่ชุมชน...
error: Content is protected !!