พิษณุโลก ตำรวจขยายผลจับเพิ่ม 4 แก๊งสแกมเมอร์ชาวเวียดนาม ฟอกเงิน แลกเปลี่ยนเงินตรา สกุลเงินเวียดนาม-เงินคริปโตเคอเรนซี่  เปลี่ยนเงินดิจิตอล ตามยึดทรัพย์บ้านที่ กทม. 2 หลัง

วันที่ 24 พ.ค. 2569 ขยายผลแก๊งเวียดนาม เครือข่ายสแกมเมอร์หลอกกด App ธนาคาร เปลี่ยน ตั้งค่าเปลี่ยนภาษา-ปรับวงเงิน โยก“เงินบำนาญ”1.9 ล้านบาท หายเกลี้ยงบัญชี (เมื่อ 18 พ.ค.2569) ที่ผ่านมา โดย พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์  ผบช.ภ.6 พร้อมด้วย พล.ต.ต.อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ  รอง ผบช.ภ.6 , พล.ต.ต.ณัฐวุฒิ ภาคภูมิ รอง ผบช.ภ.6, พล.ต.ต.เดชพล เปรมศิริ ผบก.สส.ภ.6 , พ.ต.อ.สุทธิเวท บุญยรัตกลิน รอง ผบก.สส.ภ.6 ,พ.ต.อ.ธัชพงศ์ วงศ์พัฒนานิวาศ รอง ผบก.สส.ภ.6 ,พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ ถาบุญชู ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6 , พ.ต.อ. วัชรพงษ์ สิทธิรุ่งโรจน์ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก, พ.ต.ท.กิติคุณ รักแจ้ง รอง ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6, พ.ต.ท.อัศนันท์ ธนเลิศภูวเวทย์ รอง ผกก. สืบสวน 2ฯ สั่งให้ กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6 ตามจับผู้กระทำความผิดให้หมด และหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม  สามารถตรวจค้นเป้าหมาย 2 จุด คือ

จุดที่ 1 หมู่บ้านกลางเมือง เออร์บาเนี่ยน พระราม 9- ลาดพร้าว ซอยลาดพร้าว 84 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กทม. ซึ่ง เป็นบ้านของหนึ่งในผู้ต้องหาตามหมายจับและยังหลบหนีอยู่ เคยพักอาศัย ผลการตรวจค้น พบสิ่งของหรือทรัพย์สินที่เชื่อว่าได้มาจากการกระทำความผิดจึงได้ทำการยึดไว้ จำนวน 6 รายการคือ ตู้กันชื้น,  กล้องถ่ายรูป จำนวน 2 ตัว, กล้องวิดีโอ, เลนส์กล้อง, แหวนทองคำ หนัก 15.18 กรัม จำนวน 1 วง ราคาประมาณ 70,000 บาท, ตู้เซฟนิรภัย 2 ตู้ ประเมินราคาประมาณ 160,000 บาท

จุดที่ 2 คอนโดบ้านกลางกรุง สยาม-ปทุมวัน ถ.เพชรบุรี แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กทม. ซึ่งเป็นบ้านที่หนึ่งในผู้ต้องหาตามหมายจับและยังหลบหนีอยู่ สั่งให้คนนำเงินไปไว้ที่ห้องหลังดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบ ชาวเวียดนามจำนวน 4 ราย ดังนี้
1. น.ส.HO DIEM NGOC TRAN สัญชาติ เวียดนาม
2. นาย ANH TAI MAI สัญชาติ เวียดนาม
3. นาย ANH KHANH MY TRAN สัญชาติ เวียดนาม
4. น.ส. THI LINH HOANG สัญชาติ เวียดนาม
พร้อมด้วยของกลาง โทรศัพท์มือถือ จำนวน 8 เครื่อง, คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค จำนวน 4 เครื่อง ตรวจพบว่า กลุ่มชาวเวียดนามกลุ่มนี้ ทำงานเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงินตรา สกุลเงินเวียดนาม สกุลเงินคริปโตเคอเรนซี่ และ เงินสกุลต่างๆ

โดยลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นชาวเวียดนาม และมีการติดต่อสื่อสารกันผ่านแอพพลิเคชัน Telegram โดยมีการสั่งการมาจากประเทศเวียดนาม และใช้กระเป๋าเงินดิจิทัล(E-Wallet) ผ่านแอพพลิเคชัน Momo ในการทำธุรกรรมทางการเงิน จึงแจ้งข้อหา ชาวเวียดนาม ทั้ง 4 ราย ว่า “เป็นคนต่างด้าว ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต” ได้นำกลุ่มผู้ต้องหาชาวเวียดนามทั้ง 4 คน นี้ ส่งให้พนักงานสอบสวน สน.พญาไท ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

You missed