เชียงราย ศิลปากรที่ 7 สำรวจ “โบราณสถานบ้านม่วงทอง” จ่อขุดค้นพิสูจน์อายุสมัย–กำหนดขอบเขตตามหลักวิชาการ

วันที่18 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักศิลปากรที่ 7 จังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่สำรวจแหล่งโบราณสถานบ้านม่วงทอง หมู่ 17 ตำบลม่วงคำ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ภายหลังมีการตรวจพบลักษณะเป็นเนินโบราณสถาน โดยระบุพิกัดภูมิศาสตร์ระบบ UTM 47Q 57868 ตะวันออก 2156648 เหนือ

ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีสถานะเป็นโบราณสถานที่ยังมิได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 อย่างไรก็ตาม ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 10 ของกฎหมายฉบับเดียวกันแล้ว ซึ่งมีผลให้การดำเนินการใดๆ อันเป็นการซ่อมแซม แก้ไข เปลี่ยนแปลง รื้อถอน ต่อเติม ทำลาย เคลื่อนย้าย ขุดค้น หรือก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างภายในบริเวณโบราณสถาน ต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีกรมศิลปากรก่อนทุกกรณี

นักวิชาการด้านโบราณคดีระบุว่า การพิสูจน์สถานะและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของแหล่งโบราณสถานจำเป็นต้องอาศัยกระบวนการขุดค้นและขุดตรวจ (archaeological excavation and testing) ตามหลักระเบียบวิธีทางโบราณคดี เพื่อกำหนดขอบเขตพื้นที่อย่างเป็นทางการ ศึกษาลำดับชั้นดิน (stratigraphy) วิเคราะห์หลักฐานเชิงวัตถุ และประเมินอายุสมัยทางวัฒนธรรมอย่างเป็นระบบ

ปัจจุบันพื้นที่อยู่ระหว่างการเตรียมดำเนินการศึกษาทางโบราณคดีเพิ่มเติม เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงประจักษ์ประกอบการพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในอนาคต กระบวนการดังกล่าวถือเป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ โดยตั้งอยู่บนฐานข้อมูลทางวิชาการ ความโปร่งใส และการกำกับดูแลตามกรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ภาคประชาชนในพื้นที่ได้มีการจัดกิจกรรมเชิญชวนพุทธศาสนิกชนและผู้มีจิตศรัทธา ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาและสืบสานรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ของบ้านม่วงทอง โดยมีแนวคิดจัดซื้อที่ดินเพื่อสร้าง “วัดม่วงทอง” บริเวณโบราณสถาน ซึ่งระบุว่าเป็นวัดร้างโบราณอายุราว 600 ปี กำหนดจัดกิจกรรมในวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โบราณสถานบ้านม่วงทอง หมู่ 17 ตำบลม่วงคำ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย

การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนมิติความสัมพันธ์ระหว่างชุมชน ศาสนา และมรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งยังคงต้องดำเนินการควบคู่ไปกับกระบวนการทางกฎหมายและหลักวิชาการของกรมศิลปากร เพื่อให้การอนุรักษ์และพัฒนาเป็นไปอย่างเหมาะสม รอบคอบ และสอดคล้องกับบทบัญญัติแห่งกฎหมายทุกประการ