เชียงราย สองพ่อลูกพิการร้องขอความช่วยเหลือ หลังจ้างรักษาอัมพฤกษ์ 5 หมื่นบาท ไม่เห็นผล


เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 นายวินัย ไชยสถาน ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานมูลนิธิเพื่อสันติภาพ นางสาวมินทิรา ภดาประสงค์ นายอำเภอเวียงเชียงรุ้ง พร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย ตัวแทนเทศบาลตำบลทุ่งก่อ องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งก่อ และผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและประสานความช่วยเหลือเบื้องต้นครอบครัวผู้พิการ บ้านเลขที่ 599 หมู่ 12 ต.ทุ่งก่อ อ.เวียงเชียงรุ้ง

หลังได้รับเรื่องร้องทุกข์กรณีจ้างผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยรักษาอาการอัมพฤกษ์ของบุตรชาย เป็นเงิน 50,000 บาท แต่เมื่อครบกำหนดตามสัญญาอาการไม่ดีขึ้นและไม่ได้รับเงินคืน ขณะที่มูลนิธิเพื่อสันติภาพเตรียมรวบรวมหลักฐานดำเนินการตามกฎหมาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมตรวจสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพและการดำเนินกิจการของผู้ให้บริการรายดังกล่าว

นายสมาน สมศรีโหน่ง ผู้เป็นพ่อ เปิดเผยว่า เมื่อปี 2563 นายสมคิด สมศรีโหน่ง อายุ 42 ปี บุตรชาย มีอาการชาร่างกายซีกขวาและพูดไม่ชัดภายหลังเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ชนิดซิโนแวค จนกลายเป็นผู้พิการและไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ครอบครัวจึงพยายามหาวิธีรักษาเพื่อให้บุตรชายกลับมาช่วยเหลือตัวเองได้

ต่อมาเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 ครอบครัวได้ทำสัญญาจ้าง เป็นหมอแพทย์แผนไทย อยู่ในพื้นที่ ต.ดอยฮาง อ.เมืองเชียงราย ให้รักษาอาการดังกล่าวด้วยสมุนไพรและการแพทย์ทางเลือก โดยมีข้อตกลงว่าหากรักษาภายใน 9 เดือนแล้วอาการไม่ดีขึ้นตามที่ตกลง ผู้ให้บริการจะคืนเงิน 50,000 บาท ภายใน 14 วัน ทั้งนี้ นายสมานระบุว่าได้ชำระเงินครบเต็มจำนวนในวันทำสัญญา

อย่างไรก็ตาม นายสมานกล่าวว่า เมื่อครบกำหนดตามสัญญา อาการของบุตรชายไม่ได้ดีขึ้นตามที่คาดหวัง และเมื่อครอบครัวติดตามขอเงินคืนกลับไม่ได้รับเงินตามข้อตกลง ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาระค่าใช้จ่ายและการดำรงชีวิตของครอบครัว

นายสมานระบุอีกว่า ประมาณ 6 เดือนที่ผ่านมา ตนเองเกิดภาวะเส้นเลือดในสมองแตก ส่งผลให้ไม่สามารถเดินได้และกลายเป็นผู้พิการอีกคนในครอบครัว ปัจจุบันภรรยาต้องรับภาระดูแลทั้งสามีและบุตรชาย ขณะที่ครอบครัวไม่มีรายได้จากการทำงาน ต้องอาศัยเงินเบี้ยผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการเป็นหลักในการดำรงชีวิต

นางสาวมินทิรา ภดาประสงค์ นายอำเภอเวียงเชียงรุ้ง กล่าวว่า ภายหลังลงพื้นที่เยี่ยมครอบครัวผู้พิการ พร้อมผู้ใหญ่บ้าน 2 หมู่บ้าน เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งก่อ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่าผู้ป่วยทั้งสองรายมีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะเข้าประเมินสุขภาพและตรวจสอบโรคประจำตัว เพื่อวางแผนการดูแลให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย

นอกจากนี้ ครอบครัวยังมีความต้องการปรับปรุงห้องน้ำภายในบ้านให้เหมาะสมกับการใช้งานของผู้พิการ เพื่อให้สามารถเข้าถึงและใช้งานได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น โดยทางอำเภอจะประสานองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งก่อ เพื่อพิจารณาดำเนินการปรับปรุงห้องน้ำสำหรับผู้พิการต่อไป

นายอำเภอเวียงเชียงรุ้งกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกรณีที่ครอบครัวร้องเรียนเรื่องการจ้างรักษาอาการป่วยของบุตรชายและการขอเงินคืนตามสัญญา ซึ่งยังไม่ได้รับเงินคืนตามที่กล่าวอ้างนั้น ทางอำเภอจะประสานศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทีมกฎหมาย และสื่อมวลชน เพื่อร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาแนวทางให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวตามอำนาจหน้าที่

ทั้งนี้ นายอำเภอระบุว่า รู้สึกเห็นใจครอบครัวที่ต้องเผชิญกับความยากลำบาก โดยเฉพาะกรณีที่ผู้เป็นพ่อเกิดความเครียดจากความกังวลเกี่ยวกับอาการป่วยของบุตรชายและปัญหาเงินค่ารักษาที่ครอบครัวระบุว่ายังไม่ได้รับคืน ก่อนจะเกิดภาวะเส้นเลือดในสมองแตกจนกลายเป็นผู้พิการอีกคน จึงจะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และหาแนวทางให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามารับผิดชอบตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

ด้านมูลนิธิเพื่อสันติภาพระบุว่า ได้รวบรวมเอกสารสัญญาและหลักฐานการเจรจาที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมดำเนินการตามกฎหมายและเรียกร้องให้มีการคืนเงินตามข้อตกลง โดยจะนำข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเข้าสู่กระบวนการที่เกี่ยวข้องต่อไป

ขณะที่อำเภอเวียงเชียงรุ้งและสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเตรียมตรวจสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพและการเปิดสถานพยาบาลของผู้ให้บริการรายดังกล่าวว่าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเตรียมประสานนักกายภาพบำบัดและเจ้าหน้าที่ด้านสังคมเข้าประเมินความต้องการ เพื่อให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของครอบครัวต่อไป

ทั้งนี้ ข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับการรักษาและการไม่คืนเงินอยู่ระหว่างการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยยังต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

You missed