อุตรดิตถ์ จีนเทารุกคืบ!! ทุ่มเงินล้มต้นประดู่ยักษ์ 1 ต้น ตัดทอนแล้ว 8 ท่อน รถคีบยกไม่ขึ้น
ผอ.ส่วนป้องกันฯ สำนัก 11 ลุยจับ 3 ผู้ต้องหา ส่วนคนสั่งการคือ เจ๊-คนจีน รวมพวกอีก 4 คนหนี ทิ้งรถตรวจการณ์ฟอร์ด FORD รุ่น EVEREST เจอเลื่อยโซ่ 22 ตัวคาป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด



วันที่ 28 สิงหาคม 69 นายชำนาญ เนตรผสม ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 11 พิษณุโลก กรมอุทยานฯ สนธิกำลังจาก เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อด.8 (ห้วยน้อยกา), ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้อุตรดิตถ์, ชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก), สปป.3 (ภาคเหนือ), เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าภูสันเขียว, เจ้าหน้าที่กองบังคับการควบคุมกองกำลังผาเมือง (ด้าน สปป.ลาว), ตำรวจ กก.4 บก.ปทส.,ตำรวจภูธรบ้านโคก, กำนันตำบลม่วงเจ็ดต้น, ฝ่ายปกครองอำเภอบ้านโคกและตชด.317

สืบทราบว่ามีขบวนการลักลอบตัดโค่นต้นไม้เถื่อน บริเวณป่าห้วยไม้แดง ป่าสงวนแห่งชาติป้าน้ำปาด หมู่ที่ 2 ตำบลม่วงเจ็ดต้น อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ จึงจัดวางกำลังดักซุ่มรอจนกระทั่งพบเห็นแสงไฟรถยนต์เข้าไปยังบริเวณพื้นที่เป้าหมาย พอแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ กลุ่มบุคคลดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่จึงได้วิ่งหลบหนี จ้าหน้าที่จึงได้วิ่งไล่ติดตามสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยในที่เกิดเหตุได้ จำนวน 3 ราย
(1) นายศุภชัย อายุ 31 ปี ต.วังแดง อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์
(2) นายชัยวัฒน์ อายุ 50 ปี ต.ศรีพนมมาศ อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์
(3) นายพนอม อายุ 56 ปี ต.ม่วงเจ็ดต้น อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์

ผู้ต้องหาให้การว่า ทั้งหมดทำเป็นเครือข่ายขบวนการ แบ่งหน้าที่ทำงานชัดเจน ทั้งหมดไม่รู้จักกันมาก่อน โดยชัยวัฒน์ เป็นผู้ครองครองรถเฮี้ยบ ยี่ห้อ ISUZU จ้างยกไม้ในพื้นที่ป่าให้กับเจ๊เชียงราย หรือนางพีรญา โดย นายศุภชัย ผู้ต้องหาที่ 1 ทำหน้าที่เป็นคนมัดไม้ เรียงไม้ นอกจากนี้ยังมี นายภาคิน หรือนายแม็กฯกับชายไม่ทราบชื่อ ได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีออกไป มีนางพีรญา (แซ่) ผู้โอนเงินค่าจ้างยกไม้ท่อนขึ้นรถบรรทุก ที่จะมาขนไม้ขึ้นรถบรรทุกฯ บริเวณบ้านนายภาคิน หรือนายแม็ก นอกจากนี้ยังมี นายอาหวัง ชาวจีน สามีของเจ้ดา หรือ นางพีรณา (แซ่) อยู่ที่บ้านนายภาคืนหรือนายแม็ก
เวลาเกิดเหตุ นางพีรญา(แซ่) และ นายอาหวังฯ นายภาคิน และภรรยาฯ ขึ้นรถยนต์อเนกประสงค์ ยี่ห้อ FORD รุ่น EVEREST สีแดงเลือดหมู ทะเบียน เชียงราย ขับออกมาเพื่อนำทาง นายศุภชัยฯ ผู้ต้องหาที่ 1 ซึ่งขับรถเอี๊ยบติดตามไปจนถึงจุดยกไม้ พบรถแทรกเตอร์ มีชายคนขับ 1 คน โดยเจ้ดา ฯหรือ นางพีรญา(แซ่) ได้สั่งดำเนินการให้ผู้ต้องหาขับรถเฮี้ยบเข้าไปยังจุดต่อไม้ ซึ่งมีชาย 2 คน กำลังตัดทอนไม้ แต่ผู้ต้องหา เห็นว่าไม่สามารถยกไม้ประดู่ท่อนที่ตัดทอนได้
จึงขอยกเลิกการยกไม้ครั้งนี้ และจะขับรถกลับตามเส้นทางเดิม แต่เจ็ดา ฯ หรือ นางพีรญา(แซ่) ได้ขับรถมาจอดขวาง ส่วนคนที่เหลือยังยืนอยู่บริเวณจุดตัดทอนไม้ กระทั่งคณะเจ้าหน้าที่แสดงตัว นายภาคิน หรือนายแม็ก ตะโกนให้ทุกคนวิ่งหลบหนี บางคนไม่กล้าหนี จึงยอมมอบตัว
นายพนอม ผู้ต้องหารายที่ 3 ซึ่งขับรถแทรกเตอร์ ให้การว่า ทำทางให้รถเฮี้ยบโดยวันที่เกิดเหตุ ระบุว่า นายภาคิน หรือแม็ก พร้อมนางพีรญา(แซ่) หรือเจ๊ดาหรือเจ้เชียงราย และนายอาหวัง ชาวจีน ขับรถยนต์อเนกประสงค์ ยี่ห้อ FORD รุ่น EVEREST สีแดงเลือดหมู ทะเบียน เชียงราย เข้าไปที่บ้านเนื่องจากทราบว่าตนรับจ้างขับรถแทรกเตอร์ จึงว่าจ้างให้ข้าฯ ขับรถแทรกเตอร์เข้าไปปรับเส้นทาง เพื่อให้รถเฮี้ยบเข้าไปยกไม้ประดู่ บริเวณไร่หัวยไม้แดง บ้านม่วงเจ็ดต้น อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ โดยนายภาคินฯ เป็นผู้ติดต่อว่าจะให้ค่าจ้างแก่ตนเป็นเงิน จำนวน 13,000 – 15,000 บาท
ต่อมาตามวันที่ได้นัดหมายตนจึงขับรถแทรกเตอร์เข้าไปปรับเส้นทาง โดยข้าฯ ขับรถแทรกเตอร์ไปถึงจุดทำไม้ พบกลุ่มคนกำลังตัดไม้ จำนวน 2 คน ซึ่งตนไม่รู้จักพึ่งเจอครั้งแรก คาดว่าเป็นคนจากหมู่บ้านอื่น
`
กลุ่มคนลงจากรถยนต์อเนกประสงค์ 4 คน คือ นายภาคินฯ นายอาหวัง ชาวจีน นางสาววาสนา ภรรยาของนายภาคินฯและนางพีรญาฯ และพบเห็นชาย 2 คน ลงจากรถเฮี้ยบ คือนายศุภชัย ผู้ต้องหาที่ 1 และนายชัยวัฒน์ ผู้ต้องหาที่ 2
สุดท้ายเจ้าหน้าที่บุกจับ พบว่า กลุ่มผู้ว่าจ้างที่ใช้รถยนต์ FORD รุ่นEVEREST ทิ้งรถหลบหนีการจับกุมครั้งนี้ไปได้ จำนวน 4 ราย มี นายภาคินหรือแม็ก ภรรยานายภาคิน นายอาหวังชายชาวจีน เจ้เชียงรายหรือนางสาวพีรญา (แซ่)
จุดที่เกิดเหตุพบไม้ประดู่ 1 ต้น ถูกตัดล้มคาตอ และมีการใช้เลื่อยโซ่ยนต์ในการตัดทอน 8 ท่อน ปริมาตร 13.39 ลบ.ม. พบเลื่อยโซ่ยนต์ จำนวน 22 เครื่อง

นายชำนาญ เนตรผสม ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 พิษณุโลก กรมอุทยานฯ กล่าวว่า เหตุเกิดป่าหัวยไม้แดง ป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด หมู่ที่ 2 ตำบลม่วงเจ็ดต้น อำเภอบ้านโคก ห่างจากทางหลวงแผ่นดิน 1268 บ้านม่วงเจ็ดต้น – ห้วยมุ่น ประมาณ 5000 เมตร และห่างจากแนวเขตห้ามล่าสัตว์ป่าภูสันเขียว ประมาณ 3500 เมตร ยึดไม้ประดู่ท่อน 8 ท่อน คิดเป็นค่าเสียหาย 468,650 บาท ดำเนินคดีตามพรบ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 11 ฐาน”ผู้ใดทำไม้ หรือเจาะ หรือสับ หรือเผา ไม้หวงห้ามต้องได้รับอนุญาต มาตรา 69 ฐาน “มีไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครอง ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 มาตรา 14 ฐาน “ทำไม้ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต และพรบ.เลื่อยโซ่ฐาน “เลื่อยยาวเกิน 12 นิ้ว ไว้ในครอบครอง

ยึดรถยนต์เครนสีขาวฟ้า ยี่ห้อ 15UZU 1 คัน, รถยนต์ทางการเกษตร 1 คัน, FORD รุ่น EVEREST ทะเปียน ขก- เชียงราย, รถยนต์กระบะยี่ห้อ มิดซูบิชิ สีน้ำตาล 1 คัน และอุปกรณ์การกระทำผิดอีกหลายรายการ
ประดู่ยักษ์ล้มถือว่า เป็นคดีรายใหญ่ จึงต้องร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ทำการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้ร่วมกระทำความผิดรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และขออนุมัติพนักงานสอบสวนกองกำกับการ 4 ฯ นำของกลางเก็บรักษาไว้ ณ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อต. 4 (ห้วยน้อยกา)

