เครือข่ายชาติพันธุ์เชียงราย จี้แก้ปัญหาที่ดินทำกิน-สิทธิชุมชน

เครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ และโพล่ง จังหวัดเชียงราย จัดประชุมสมาชิก เตรียมความพร้อมสู่การขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ ตามแนวทางการส่งเสริมและคุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ โดยมุ่งผลักดันให้กลุ่มชาติพันธุ์ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานและได้รับการเคารพสิทธิที่ติดตัวมาแต่กำเนิด

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 สิงหาคม 2569 นายนพรัตน์ ดุแหนะ ประธานเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ จังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายสุลักษณ์ ปุ๊ดแค อนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดลำพูน และกรรมการสมาคม IMPEC จัดประชุมสมาชิกที่ห้องประชุมกองการศึกษา เทศบาลตำบลแม่ยาว อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย มีสมาชิกเครือข่ายเข้าร่วมประมาณ 50 คน

ที่ประชุมได้หารือถึงปัญหาสำคัญของกลุ่มชาติพันธุ์ โดยเฉพาะเรื่องที่ดินทำกิน ซึ่งถูกระบุว่าเป็นปัญหาอันดับต้น ๆ เนื่องจากพื้นที่อยู่อาศัยและทำกินของชุมชนส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จึงมีการเสนอให้ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาควบคู่กับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลและบัตรประชาชน ตลอดจนข้อกฎหมายและเงื่อนไขด้านป่าไม้ เช่น อส.12 และมาตรา 64 รวมถึงการทบทวนกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองสัตว์ป่าและพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการจัดการที่ดินระหว่าง “โฉนดชุมชน” กับคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ คทช. โดยมองว่าโฉนดชุมชนเน้นการบริหารจัดการโดยชุมชน มีทั้งการถือสิทธิใช้ประโยชน์ร่วมกันและการจัดสรรพื้นที่สำหรับที่อยู่อาศัยหรือทำกิน พร้อมกำหนดเงื่อนไขการเปลี่ยนมือสิทธิภายในชุมชน เพื่อป้องกันการขายให้บุคคลภายนอกหรือนายทุน และส่งเสริมให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการทรัพยากรด้วยตนเอง

ส่วนแนวทาง คทช. ที่ประชุมระบุว่า การบริหารจัดการอยู่ภายใต้เงื่อนไขและการกำกับของภาครัฐ โดยการรับรองสิทธิผ่านกระบวนการในระดับพื้นที่ และสิทธิที่ได้รับไม่ใช่กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล จึงไม่สามารถซื้อขาย โอน หรือจำนองได้ตามปกติ แต่สามารถส่งต่อให้ทายาทภายใต้หลักเกณฑ์ของ คทช. ขณะที่ภาครัฐยังมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขและเพิกถอนสิทธิหากไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังได้รับทราบความคืบหน้าเรื่องธนาคารที่ดิน ซึ่งเป็นกลไกในการจัดหาที่ดินของรัฐ เช่น พื้นที่ป่าเสื่อมโทรมที่ต้องได้รับการฟื้นฟู เพื่อนำมาจัดสรรให้ประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกินได้เข้าใช้ประโยชน์ โดยภายหลังการเคลื่อนไหวของกลุ่มประชาชนและขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ P-Move รัฐบาลยังไม่ได้ยกเลิกแนวคิดโฉนดชุมชน แต่ได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นเพื่อพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาและจัดทำระเบียบการบริหารจัดการที่ดินร่วมกัน