ป.ป.ช. เพชรบูรณ์ สรุปผลงานปี 68 ชี้มูล 3 คดีทุจริต-อดีตนายก อบต.ยื่นเท็จ

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ แถลงผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยนายธนกฤต เลิศวิริยวรางกูร ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ สรุปผลการดำเนินงานด้านป้องกันและปราบปรามการทุจริต การตรวจสอบทรัพย์สิน และการเฝ้าระวังความเสี่ยงในภาครัฐ โดยมีคดีสำคัญที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด 3 คดี และคดีเกี่ยวกับการยื่นบัญชีทรัพย์สินที่ศาลมีคำพิพากษาแล้วอีก 1 คดี

ด้านการปราบปรามการทุจริต คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดในคดีสำคัญหลายคดี ได้แก่ คดีทุจริตงบประมาณศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.นาสนุ่น อำเภอศรีเทพ, คดีเบิกจ่ายงบประมาณก่อสร้างระบบประปาหมู่บ้านในพื้นที่ อบต.สระแก้ว อำเภอบึงสามพัน และคดีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลชนแดน นำทรัพย์สินราชการไปจำหน่ายโดยมิชอบ นอกจากนี้ยังมีคดีอดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบูรณ์ กรณียื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาแล้ว

ขณะเดียวกัน สำนักงาน ป.ป.ช. ยังดำเนินภารกิจเชิงรุกด้านการป้องกันและเฝ้าระวังความเสี่ยงการทุจริต ผ่านการติดตามตรวจสอบโครงการเพิ่มศักยภาพการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรพร้อมห้องเย็น บ้านกุดปู่ใหม่ อำเภอหล่มเก่า การเฝ้าระวังกระบวนการรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษ และการติดตามปัญหารถบรรทุกน้ำหนักเกินในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งแม้ยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า มีการทุจริตหรือมีการชี้มูลความผิด แต่เป็นประเด็นที่ ป.ป.ช. เห็นว่ามีความเสี่ยงและจำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

นายธนกฤต กล่าวว่า หลายปัญหาที่พบในพื้นที่ไม่ได้เกิดจากการทุจริตโดยตรง แต่เกิดจากช่องว่างของกฎหมาย ระเบียบ และการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่ยังไม่เชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะกรณีรถบรรทุกน้ำหนักเกิน ซึ่งแต่ละหน่วยงานต่างมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของตนเอง ส่งผลให้การส่งต่อข้อมูลและการบังคับใช้กฎหมายในบางกรณียังไม่ต่อเนื่อง
“สำนักงาน ป.ป.ช. จึงอยู่ระหว่างรวบรวมข้อเท็จจริงและข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาในระดับจังหวัดและระดับประเทศ รวมถึงการพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น” นายธนกฤตกล่าว

ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ ยังย้ำว่าภาคประชาชนเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยสำนักงานพร้อมรับเรื่องร้องเรียน คุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังการใช้อำนาจรัฐ เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และลดปัญหาการทุจริตในระยะยาว