เชียงราย ตำรวจสอบสวนกลางรวบหนุ่มวัย 24 ปี บุกหอพักสาวกลางดึกหวังล่วงละเมิด
พบแอบถ่ายภาพผู้เสียหายเก็บไว้ในโทรศัพท์จำนวนมาก สารภาพติดตามพฤติกรรมมานาน

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมชุดสืบสวนจากหลายหน่วย ประกอบด้วยตำรวจทางหลวง ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ตำรวจทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และฝ่ายสืบสวน สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ ร่วมกันจับกุม นายศรราม สงวนนามสกุล อายุ 24 ปี ชาวตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงราย ที่ 329/2569 ลงวันที่ 24 เมษายน 2569 ในข้อหา “กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยใช้กำลังประทุษร้าย และบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน”

การจับกุมเกิดขึ้นภายในบ้านเช่าแห่งหนึ่ง พื้นที่หมู่ 15 ตำบลยางฮอม อำเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย หลังเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบชายลักษณะตรงตามหมายจับ จึงแสดงหมายและเข้าควบคุมตัว ก่อนที่ผู้ต้องหาจะยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านดู่ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเหตุเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ผู้เสียหายหญิง อายุ 18 ปี เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ ว่าขณะนอนพักอยู่ภายในหอพักแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย ได้มีชายแอบซ่อนตัวบริเวณหลังห้อง ก่อนบุกเข้ามาภายในห้องพักทางประตูหลัง และพยายามลวนลามทางเพศ ผู้เสียหายต่อสู้ขัดขืนและวิ่งหนีออกจากห้องเพื่อขอความช่วยเหลือจากผู้อาศัยภายในหอพัก ส่วนคนร้ายอาศัยความมืดหลบหนีไปทางด้านหลังอาคาร
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและลงพื้นที่สืบสวนอย่างต่อเนื่อง จนพบเบาะแสผู้ต้องสงสัยซึ่งพักอยู่ในหอเดียวกัน และมีพฤติกรรมขนย้ายทรัพย์สินออกจากหอพักอย่างเร่งรีบภายหลังเกิดเหตุ ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับ
จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่พบภาพถ่ายและคลิปวิดีโอของผู้เสียหายจำนวนมาก ซึ่งผู้ต้องหารับสารภาพว่าแอบติดตามและลักลอบถ่ายภาพผู้เสียหายมาเป็นเวลานาน ก่อนตัดสินใจก่อเหตุบุกเข้าห้องพักในคืนเกิดเหตุ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมภายในโทรศัพท์มือถือ รวมถึงขยายผลว่ามีผู้เสียหายรายอื่นเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

