เชียงราย บุคลากรแพทย์รวมพลังคัดค้าน “เวร 12 ชั่วโมง” ลั่นคนไม่ใช่หุ่นยนต์!

เวลาประมาณ 08.00 น.วันที่ 16 มีนาคม 2569 ที่ลานหน้าเสาธง โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ด่านหน้า ประมาณ 300 คน ได้ออกมารวมตัวกัน แสดงจุดยืนอย่างชัดเจน พร้อมชูป้ายข้อความเพื่อคัดค้านนโยบายการปรับตารางการทำงานเป็นผลัดละ 12 ชั่วโมง
โดยมีป้ายข้อความที่สื่อถึงความอัดอั้นเช่น “คืนคุณภาพชีวิตให้พยาบาล บุคลากรหน้างานจะไม่ทน”, “12 ชม. ไม่ได้ลด burnout แต่เพิ่มภาระ”, “โปรดช่วยรับฟังความคิดเห็นของ ‘ผู้ปฏิบัติงาน'”, “เวร 12 ชม. มีผลต่อครอบครัว” และประโยคที่สะท้อนความรู้สึกได้ชัดเจนที่สุดคือ “ลด Burnout คนไม่ใช่หุ่นยนต์”

จากกรณีที่ สภาการพยาบาลประกาศใช้เกณฑ์ใหม่ (มีผล 11 มี.ค. 2569) ปรับเวลาทำงานพยาบาล ห้ามเกิน 12 ชม./วัน (รวมโอที) และห้ามเกิน 52 ชม./สัปดาห์ เพื่อลดความเหนื่อยล้า โดยเน้นเวรปกติ 8 ชม. หากจำเป็นต้องทำงานล่วงเวลา ต้องไม่เกิน 4 ชม. และควรมีพักระหว่างเวรไม่น้อยกว่า 11 ชม. ซึ่งสาระสำคัญของการปรับเวลาทำงานพยาบาล (เริ่ม 11 มี.ค. 69) ก็คือ ห้ามทำงานติดต่อกันเกิน 12 ชั่วโมงต่อวัน (รวม OT) จำกัดชั่วโมงทำงานรวมไม่เกิน 52 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ กำหนดให้มีระยะเวลาพักระหว่างเวรไม่น้อยกว่า 11 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงการจัดตารางเวรที่ทำให้กลับมาปฏิบัติงานเร็วเกินไป (Quick return) เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและสุขภาวะของพยาบาล อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อกังวลจากกลุ่มพยาบาลเกี่ยวกับจำนวนบุคลากรที่ไม่เพียงพอ ซึ่งอาจทำให้การปฏิบัติตามกฎนี้จริงทำได้ยากในบางพื้นที่

นายนพรัตน์ โกมาศ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ ตัวแทนผู้พยาบาลที่มาเรียกร้อง กล่าวว่า แม้นโยบายลดเวลาทำงานจะมีเจตนาดีที่ต้องการให้พยาบาลได้พักผ่อน แต่ในความเป็นจริงอัตรากำลังพยาบาลปัจจุบัน “ไม่เพียงพอ” ต่อการจัดเวรในรูปแบบใหม่พยาบาลเรามีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับภาระงานและจำนวนเตียงคนไข้ในโรงพยาบาลรัฐ ซึ่งต่างจากเอกชนมาก หากบังคับใช้เกณฑ์ 12 ชั่วโมง จะทำให้การรันเวรทำไม่ได้จริง พยาบาลจะเหนื่อยล้ากว่าเดิมเพราะต้องทำงานแข่งกับเวลาที่บีบคั้น อยากขอให้ผู้บริหารรับฟังและคงระเบียบเดิมที่สามารถสลับเวร 8 หรือ 16 ชั่วโมงได้ตามความเหมาะสมของหน้างาน
น.ส.ฉัตรสุดา แสงดาว วิสัญญีพยาบาล ตัวแทนกลุ่มพยาบาล กล่าวว่า นโยบายดังกล่าวได้ผลกระทบทางสังคมและวิถีชีวิตส่วนตัว โดยเฉพาะพยาบาลที่มีภาระต้องดูแลบุตรและครอบครัวการเลิกงานเวลา 20.00 น. มันทำลายวิถีชีวิตครอบครัวมาก โดยเฉพาะแม่เลี้ยงเดี่ยว จะให้เราไปรับลูกที่โรงเรียนตอนสองทุ่มหรืออย่างไร เวลาสี่โมงเย็นควรเป็นเวลาที่แม่ได้ดูแลลูก แต่นโยบายนี้กลับบีบให้เราต้องทิ้งภาระทางบ้านมาอยู่ในระบบที่จัดการไม่ได้จริง ขอให้ผู้บริหารมองเห็นพยาบาลตัวเล็กๆ และกลับไปทบทวนผลกระทบนี้อย่างละเอียด

หลังจากชุมนุมนพ.เปรมชัย ติรางกูล รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ ซึ่งเดินทางมารับหนังสือด้วยตนเอง จากกลุ่มผู้ปฏิบัติงานได้กล่าวให้ความเชื่อมั่นต่อกลุ่มพยาบาลว่า นโยบายดังกล่าวเป็นเรื่องของความสมัครใจตามบริบทของแต่ละหน่วยงาน
นพ.เปรมชัย ติรางกูล กล่าวว่า เราเข้าใจดีว่าแต่ละวอร์ดมีปัญหาต่างกัน นโยบายที่สื่อสารไปคือให้เป็นความสมัครใจ หน่วยงานไหนที่ยังติดขัดก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทันที และขอยืนยัน 100% ว่าจะไม่มีการลงโทษหรือหักคะแนนพยาบาลที่มารวมตัวในวันนี้ เพราะเสียงของพวกคุณคือสิ่งที่เราพร้อมรับฟัง
ล่าสุด โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการผ่านสื่อออนไลน์ ภายใต้หัวข้อ “เสียงของคนหน้างานสำคัญเสมอ” โดยระบุว่าคณะผู้บริหารขอบคุณในความเสียสละของพยาบาลทุกคน และได้เปิดห้องประชุมสม พริ้งพวงแก้ว เพื่อเชิญตัวแทนร่วมพูดคุยเจรจาหาข้อสรุปที่เหมาะสมกับภาระงานจริง เพื่อให้เกิดความพึงพอใจและประสิทธิภาพสูงสุดในการดูแลผู้ป่วยต่อไป

