พิษณุโลก “นิยม ช่างพินิจ” น้ำตาซึม ลูกสาว 2 คน ยืนเคียงข้างบนเวที

วันที่ 31 มกราคม 2569 การหาเสียงเลือกตั้งพิษณุโลก เขต 4 ร้อนแรงมากขึ้น เมื่อคณะแกนนำภูมิใจไทย “ชาดา -ซาบีดา ไทยเศรษฐ์” เดินทางลงพื้นที่สนามฟุตบอล อบต.โคกสกุด อ.บางกระทุ่ม เพื่อช่วย นายนิยม ช่างพินิจ ผู้สมัคร ส.ส. เบอร์ 3 เขต 4 จ.พิษณุโลก พรรคภูมิใจไทย ช่วงชิงคะแนน ก่อนที่นายชาดา ไทยเศรษฐ์ บ้านใหญ่จากจังหวัดอุทัยธานีขึ้นเวที

นายนิยม ช่างพินิจ ขึ้นเวทีกล่าวว่า ขอร้องให้ผมได้ทำงานเป็นผู้แทน จะผลักดัน พรบ ข้าว เข้าสู่สภา เพื่อชาวนาลืมตาอ้างปากให้จงได้ ไม่ว่า จะง่าย หรือยากอย่างอย่างไร ผมก็จะทำ ถ้าผมไม่ได้ทำ เดวจะตาย ตาไม่หลับ ผมไม่ชอบแก้ที่ปลายเหตุ รัฐต้องอุดหนุนรับจำนำข้าวหรือประกันราคาข้าว เพราะรัฐต้องเอาเงินภาษีของประชาชนทั้งประเทศไปอุ้มชาวนา ขอให้กาเบอร์ 3 เลือกผม ก็เท่ากับเลือก”อนุทิน”เป็นนายก เพื่อได้ “ศุภจี” มาเป็นรัฐมนตรีพาณิชย์มาช่วยชาวนาขายข้าวให้ได้ราคาจังหวะเตรียมลงเวที ทีมงานได้แนะนำลูกสาว 2 คน(ชื่อ น้องมาย น้องปอน) ของนายนิยม ช่างพินิจ ขึ้นเวทีไปคล้องพวงมาลัยให้พ่อบนเวที
ทำให้นายนิยมตื้นตัน ไม่คิดว่า ลูกขึ้นมาบนเวทีปราศรัย จึงกล่าวด้วยน้ำตาคลอว่า ถ้าผม ร่าง พ.ร.บ.ข้าวสำเร็จ ลูกทั้งสองคน ก็ได้อนิสงฆ์ไปด้วย ได้ชื่อเสียง ขอแค่นั้นเอง วันนี้ลูกๆโตขึ้น เริ่มเข้าใจ ไม่อยากทำให้พ่อผิดหวัง สิ่งนี้ ที่จะบอกพี่น้องประชาชนว่า ผมอยู่วงการเมือง 20-30 ปี ตั้งแต่อายุ 33 ปีตอนนี้ก็อายุ 60 ปีแล้ว อยากทำอะไรทิ้งไว้ อย่างน้อยลูกสาว สองคนจะได้รู้ว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตเกิดมา พ่อทำอะไรไว้บ้าง ก็แค่นั้นเอง ทำให้เสียงเบื้องล่างบนเวทีเงียบลงทันที จากนั้นจึงตบมือสนั่นเวที

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ขึ้นบนเวทีปราศรัยกล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยจะเป็นรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้านก็ตาม ผมเป็นผู้แทน พี่นิยมจะต้องเป็นเลขาธิการดูแลเรื่องข้าวแน่นอน เพื่อออกแบบ พรบ.ข้าว รูปแบบใดดี จะต้องทำให้ราคาข้าวดีขึ้น เพราะวันนี้ ราคาข้าวไม่ไปไหนเลย เพราะผู้บริหารประเทศมองว่า ข้าวคือ”ภาระ”ของรัฐบาล แม้ว่า กลุ่มคนพวกนี้เคยหากินกับการรับจำนำข้าวมาแล้ว ห่วงแต่หาประโยชน์กับชาวนา ฉะนั้น จะต้องออก พ.ร.บ.ข้าว เบื้องต้นจะต้อง เอาเงินก้อนแรกมาให้ชาวนาก่อน หลังขายข้าว โดยไม่ต้องพูดเรื่องราคา จากนั้นรัฐมนตรีค่อยไปขายข้าวและนำกำไรมาแบ่งปันระหว่างชาวนา ผู้ส่งออกและโรงสี ลักษณะเช่นเดียวกับ พรบ.อ้อย ที่ผ่านมาตนก็เคยเสนอต่อสภา กลับถูกคัดค้าน แต่นับจากนี้รับปากว่า ใครที่คัดค้าน จะต้องนำออกมาชี้แจงต่อประชาชน
จากนั้น คณะของ“ชาดา -ซาบีดา ไทยเศรษฐ์” เดินทางลงไปหาเสียงที่ตลาดสดราษฎร์ธรรมมาภรณ์ อ.บางระกำ โดยมี น้องมาย- น้องปอน บุตรสาวของนายนิยม ช่างพินิจตะเวนแจกบัตรหาเสียง ท่ามกลางแม่ค้าพ่อค้าแห่คล้องพวงมาลัยและขอถ่ายรูปคู่ โดยเฉพาะ “ชาดา -ซาบีดา ไทยเศรษฐ์” จากนั้นเดินทางไปพบปะกลุ่มทอผ้าทอบ้านคลองเตย อ.บางระกำ และเดินทางต่อไปตลาดปลักแรด อ.บางระกำ บรรยากาศทั่วไปเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนร่วมสนใจรับฟังการปราศรัยและมอบดอกไม้ให้กำลังใจผู้สมัครตลอดเส้นทาง มีเสียงตะโกนเชียร์ “เบอร์ 3” และสโลแกน “พูดแล้วทำ พลัส” ดังสนั่น เพิ่มกระแสความนิยมเขต4“พรรคภูมิใจไทย” ห้วงโค้ง ชสุดท้าย

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ เปิดเผยกับผู้สื่อข้าวสั้นเพียงว่า พบปะคครึรถภกเ ๅไคนพิษณุโลกล้นหลาม หลายท่านฝากปัญหาเรื่องข้าว หลังจากนี้ถ้าผมหรือพี่นิยมได้เป็น สส. จะเป็นฝ่ายคหรือฝ่ายรัฐบาล ไม่สำคัญ จะต้องทำเรื่อง พรบ.ข้าว ชาวนาจะได้รอดพ้นจากความยากจน เคยทำมาแล้ว หน่วยราชการไม่เห็นด้วย ถ้ารอบนี้ ยื่นพรบ.ไป ใครคัดค้านจะฟ้องประชาชน

