อดีต สส.เลย 2 สมัย รับเบำนาญพียง 15,000 ;บาท สวดยับหมอวรงค์ ควรหาวิธีปรับลดแก้ไข ไม่ใช่ยกเลิก

นายพินิจ สิทธิโส อดีต สส.จังหวัดเลย ปี 2531และ ,2538 กล่าวถึงกรณีได้รับเงินกองทุนผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา (สส.-,สว.) ซึ่งตนได้รับเพียงเดือนละ 15,000 บาท เพิ่งได้รับสมัยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้ออกระเบียบตั้งกองทุนขึ้นมา ต่อมาในสมัยรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ปรับลดลงมาเหลือเพียง 9,000 บาท ต่อมาถูกยกเลิกไป จนกระทั่งมถึงสมัยนายเศรษฐาทวีสิน ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จึงกลับมารื้อฟื้นตั้งกองทุนใหม่

นายพินิจ กล่าวอีกว่ การที่นายจุติ ไกรฤกษ์ สส.พิษณุโลก พรรคภูมิใจไทย ออกมาพูดเรื่องไม่ควรยกเลิกบำนาญ ท่านพูดให้คนอื่นหรือพูดแทนคนอื่น สส.-สว.ที่ยากจนพึ่งตนเองไม่ได้ มีเกียรติและศักดิ์ศรี เป็นตัวแทนประชาชนในระบบประชาธิปไตย ซึ่งไม่ควรจะออกมาตำหนิท่าน ท่านมีฐานะความเป็นอยู่ที่ไม่เดือดร้อนไม่จำเป็นต้องรับเงินกองทุนก็ได้ การที่มีการพูดว่าคนจนหรือไม่มีความพร้อมไม่สมควรที่จะมาเล่นการเมือง เป็นคำพูดที่ไม่ถูกต้อง มิฉะนั้นในสภาคงจะมีแต่พวกเศรษฐี คนร่ำรวย เจ้าของกิจการใหญ่โต คนจนจะไม่มีโอกาสที่จะเข้าไปเป็นปากเสียงให้กับประชาชนผู้ยากไร้และได้รับความเดือดร้อน

“หมอวรงค์ กลับเข้ามาเป็น ส.ส.ทำไม ถ้าคิดว่าเงินเยอะตรงไหนมากเกินไป ควรไปปรับปรุงแก้ไขไม่ใช่มายกเลิกทั้งหมด เพราะ สส.-สว. ยากจนที่ช่วยตนเองไม่ได้ จึงเรียกว่าเงินทุนเลี้ยงชีพ ซึ่งสภาได้ออกระเบียบ เพื่อช่วยเหลือผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ถ้ามันสูงเกินไปก็ตัดทอนลงมาเป็นเพียงการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน” นายพินิจ กล่าว

อดีต สส.เลย กล่าวด้วยว่า เงินกองทุนและทรัพย์สินเป็นเงินกองทุนที่ 1.รัฐบาลจัดสรรให้ 2.เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรตามงบประมาณรายจ่ายประจำปี 3. เงินที่สมาชิกรัฐสภาส่งเข้ากองทุนคนละ 3,500 บาทต่อเดือน นอกจากนั้นอดีต สส.บางคนที่มีฐานะร่ำรวยเขาก็ไม่รับ รวมถึงกรณีผู้ช่วย สส.จะเอากฎเกณฑ์อะไรมาวัดที่จะตั้ง 3 คน 5 คน 8 คนการเลือกตั้งสมัยที่หมอวรงค์ เป็น สส.เอาใครมาเป็นบ้าง ตั้งกี่คน ทำไมเพิ่งมาพูดตอนนี้