พะเยา “ครั่ง”พืชเงินแสนมาแรง! เกษตรกรโกยรายได้ราคาพุ่งกิโลฯละ 205 บาท เหนือ–อีสานครองแชมป์เลี้ยงมากสุด

วันที่ 5 ม.ค 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระแสพืชเศรษฐกิจทางเลือกกำลังมาแรง หลัง ครั่ง สร้างรายได้งามให้เกษตรกรหลายพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตครั่งสำคัญของไทย ล่าสุดเกษตรกรพะเยาเผยปีนี้ราคาดีกว่าข้าวอย่างชัดเจน เฉลี่ยกิโลกรัมละ 205 บาท สร้างรายได้หลักหมื่นถึงหลักแสนต่อรอบการผลิตในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา ราคาครั่งสูงกว่าข้าวอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรเริ่มหันมาให้ความสนใจมากขึ้น มองว่าเป็นอาชีพเสริมที่ใช้พื้นที่น้อย แต่สร้างรายได้คุ้มค่า และอาจกลายเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญในอนาคต

นายประสิทธิ์ จันทร์ธิ บ้านเลขที่ 98 หมู่ 8 ตำบลสันกว๊าน อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า ตนเองเลี้ยงครั่งมาหลายปี แต่ปีนี้ถือว่าราคาสูงและตลาดต้องการมาก โดยเลี้ยงไว้ประมาณ 3–4 ต้น เมื่อตัดขายสามารถสร้างรายได้หลายหมื่นบาท อีกส่วนหนึ่งเก็บไว้เป็นแม่พันธุ์โดยจะคัดเอาแม่พันธุ์ครั่งที่ติดกับกิ่งไม้ตัดเป็นท่อนๆยาวประมาณ 1ศอกแล้วนำฟางข้าวมามัดหลังจากนั้นจึงนำไปปล่อยขยายการเลี้ยงตามต้นไม้ที่คั่งชอบซึ่งต้นไม้ที่จะขยายพันธุ์ได้ดีได้แก่ต้นลำไย ลิ้นจี่ และจามจุรี เป็นไม้ที่เหมาะสมกับการปล่อยครั่งและการเลี้ยงครั่งนั้นไม่ยุ่งยาก เพียงนำแม่พันธุ์ไปปล่อยตามลำต้นไม้ ไม่ต้องให้น้ำหรือปุ๋ยเพิ่มเติม ใช้ระยะเวลาประมาณ 8 เดือนก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ช่วยลดต้นทุนแรงงานและค่าใช้จ่าย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเกษตรกรที่มีสวนไม้ยืนต้นอยู่แล้ว

ประโยชน์ของครั่ง ถือเป็นวัตถุดิบสำคัญในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการนำไปผลิตครั่งดิบและครั่งแปรรูป ใช้เป็นส่วนผสมในอุตสาหกรรมอาหาร ยา เครื่องสำอาง สี ยางเคลือบ เฟอร์นิเจอร์ และงานหัตถกรรม รวมถึงใช้ในอุตสาหกรรมส่งออก เนื่องจากเป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติที่ตลาดต่างประเทศต้องการสูง

ขณะที่พื้นที่ที่มีการเลี้ยงครั่งมากที่สุดของประเทศ ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือและภาคอีสาน อาทิ จังหวัดพะเยา เชียงราย ลำปาง แพร่ น่าน รวมถึงจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น เลย หนองบัวลำภู และอุดรธานี เนื่องจากสภาพภูมิอากาศและพันธุ์ไม้เอื้อต่อการเจริญเติบโตของครั่ง