พิษณุโลก พ่อ-ลูก เศรษฐีตลาดหนองตม อ.พรหมพิราม ฟ้องแบงก์ดังให้ถอนเงินไม่มีสมุด เรียกค่าเสียหายกว่า 300 ล้าน

วันที่ 19 พ.ค.69 นายประเสริฐ แก้วผกาผ่องศรี หรือ เฮียฝา อายุ 82 ปี เศรษฐีชื่อดังแห่งตลาดหนองตม ชาวบ้าน ต.วงฆ้อง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก และนายสมยศ พงศ์กิตติไพสิฐ อายุ 57 ปี บุตรชาย เดินทางเข้าขอบคุณนายอธิปไตย ไกรราช หัวหน้าสำนักงานจังหวัดพิษณุโลก และ พ.ต.รังสรรค์ รังษิรุจิ ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิษณุโลก ที่ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก
หลังจากยื่นเรื่องร้องเรียนครั้งแรกเมื่อ 12 ต.ค. 64 สมัยนายอธิปไตยฯ ดำรงตำแหน่งหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมเมื่อ 5 ปีก่อน กรณีเงินฝากในบัญชีธนาคารจำนวน 9 บัญชี สูญหายไปกว่า 50 ล้านบาท ต่อมาได้สืบค้นเพิ่มจนทราบเงินหายจากบัญชีกว่า 200 ล้านบาท
ซึ่งในคำร้องผู้เสียหายขอสเตทเมนต์ ตั้งแต่ 10 ม.ค. 2562 จนถึงวันที่ 25 ส.ค. 2564 จากสาขาธนาคารชื่อดังแห่งหนึ่งในพิษณุโลก กลับบ่ายเบี่ยงไม่ยอมให้สเตทเมนต์ ตกเป็นข่าวโด่งดัง กระทั่งไปร้องเรียนถึงธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อ 15 ก.ค. 2564
ทั้งนี้เงินในบัญชีของ”เฮียฝา”ถูกอดีตผู้จัดการธนาคาร ซึ่งเป็นลูกเขยของ นายประเสริฐ แก้วผกาผ่องศรี หรือ เฮียฝา ถอนโดยการโอนแบบไม่มีสมุดบัญชีไปครั้งแรกประมาณ 50 ล้านบาท โดยโอนไปเข้าบัญชีภรรยาของอดีตผู้จัดการธนาคารและลูกเลี้ยงของนายประเสริฐ
ล่าสุด ศาลจังหวัดแพร่ ลงประทับ”รับฟ้อง” เป็นคดีหมายเลขดำ ผบ.43/2569 คดีแพ่ง ระหว่าง นายประเสริฐ แก้วผกาผ่องศรี โดยนายสมยศ พงศ์กิตติไพสิฐ ผู้รับมอบอำนาจ กับ ธนาคาร(มหาชน)ชื่อดังแห่งหนึ่ง เรื่อง…ผิดสัญญาฝากทรัพย์ ติดตามเอาทรัพย์คืน เรียกค่าเสียหาย 339,454,696 บาท (รวมอัตราดอกเบี้ยร้อย 5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง)
คำฟ้องอ้างถึง บัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์ ปี 52 -59 มีผู้มาทำการเบิกถอนเงินโอนไม่มีสมุดคู่ฝากและถอนเงินโดยการโอนและถอนเงินสด ไปจากบัญชีธนาคารของโจทก์ โอนไม่มีสมุดคู่ฝากถอนโดยการโอนและถอนเงินสด จำนวน 59 รายการ รวมเป็นเงินนวน 226,303,136 บาท
โจทก์ทวงถามถึงธนาคารของจำเลยทั้งสำนักงานใหญ่และสำนักงานสาขาที่จังหวัดแพร่ รวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทยหลายครั้งหลายหน เพื่อขอทราบรายละเอียดการถอนเงินโดยการโอนไม่มีสมุดคู่ฝากและถอนโดยการโอนจากบัญชีของโจทก์ รวมทั้งขอตรวจสอบรายการเดินบัญชีย้อนหลังบัญชีธนาคารของโจทก์ ธนาคารของจำเลย กลับไม่มีรายละเอียดความคืบหน้าให้กับโจทก์แต่อย่างใด จึงมีการการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองแพร่แล้ว ให้ดำเนินคดีอาญากับบุคคลผู้ถอนเงินโดยการโอนไม่มีสมุดคู่ฝาก
นายสมยศ พงศ์กิตติไพสิฐ ลูกชายเฮียฝา กล่าวว่า หลังจากตนและบิดาได้เดินหน้าทวงคืนความยุติธรรมจนศาลประทับรับฟ้องเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากทางธนาคารไม่สุจริตและประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง แก้ไขรายการ สเตทเม้นท์, ประวิงเวลา ช่วยเหลือผู้กระทำความผิดไม่ให้รับโทษ มีชื่อบุคคลที่ 3 เข้าร่วมบัญชีเงินฝาก ให้ถอนเงินหลายครั้งโดยไม่มีสมุดบัญชีผู้ฝาก จึงฟ้องร้องค่าเสียหายรวมดอกเบี้ยประมาณกว่า 300 ล้านบาท โดยศาลจังหวัดแพร่นัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกวันที่ 29 มิ.ย. 69
โอกาสนี้จึงอยากฝากเตือนพี่น้องประชาชนที่ใช้บริการกับธนาคารต่างๆ ให้มั่นตรวจสอบบัญชีเงินฝากของตนเอง ว่ามีบุคคลที่ 3 เข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ เพื่อป้องกันการยักยอกและทุจริตเงินในบัญชีของตัวเองด้วย ซึ่งหลังจากนี้จะเดินหน้าต่อสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับครอบครัวต่อไป.

