อุตรดิตถ์ ผู้มีจิตศรัทธาวัด ร้องสื่อหวั่นคดีไม่คืบ หลังรับมอบอำนาจจากเจ้าอาวาสและคณะกรรมการวัด ให้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กับผู้รับเหมาก่อสร้าง หลังถูกถอนใบมอบอำนาจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดเขาสัก ตำบลผักขวง อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ นางพุฒิธาดา ใสสะอาด และเสี่ยเก๋ นามสมมุติฯพร้อมคณะผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคเงินทอดกฐินได้เดินทางมาที่วัดเขาสักรัตนาราม เพื่อสอบถามความคืบหน้าเรื่องคดีความและการก่อสร้างโบสถ์วัดเขาสักรัตนาราม

ทั้งนี้นางพุฒิธาดา กล่าวว่า ตนเองและผู้ศรัทธาได้รับมอบอำนาจจากพระทัศน์และคณะกรรมการวัด ให้มาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับนายนกน้อย นามสมมุติ เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างโบสถ์ โดยกล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2558 ผู้มอบอำนาจได้ส่งมอบทรัพย์สินเป็นจำนวนเงิน 573,750 บาท ที่ได้จากการรวบรวมจากผู้ทำบุญ และนำมาทอดกฐินที่วัดเขาสักรัตนาราม ให้ผู้มอบอำนาจรับไว้โดยส่งมอบเงินสดจำนวน 313,180 บาท อีกส่วนหนึ่งได้โอนเข้าบัญชีวัดเขาสักรัตนาราม อีกเป็นจำนวนเงิน 259,350 บาท เพื่อใช้ในการก่อสร้างโบสถ์ ที่วัดเขาสักรัตนาราม


ทั้งนี้ ผู้รับมอบอำนาจได้ดำเนินการติดต่อว่าจ้างนายนกน้อยฯ ให้เป็นผู้ดำเนินการในการก่อสร้างโบสถ์ และก่อนที่จะดำเนินการก่อสร้าง นายนกน้อยฯได้นำแบบแปลนการก่อสร้างโบสถ์มาแสดงให้ตนเองและคณะศรัทธาให้เห็นว่านายนกน้อยฯสามารถก่อสร้างได้จริง กระทั่งตนเองกับคณะผู้ศรัทธาที่บริจาคได้หลงเชื่อ ต่อมานายนกน้อยฯจึงได้เริ่มลงมือก่อสร้างโบสถ์ที่วัดเขาสักรัตนาราม ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2568 หลังจากที่นายนกน้อยฯผู้ถูกกล่าวหาได้ลงมือก่อสร้างโบสถ์ไปแล้ว

ต่อมาเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ตนเองและคณะผู้ศรัทธา ได้เดินทางมาที่วัดเขาสักรัตนาราม เพื่อมาดูสถานที่ก่อสร้างโบสถ์แต่ไม่พบนายนกน้อยช่างก่อสร้าง และได้ตรวจสอบการก่อสร้างยังไม่มีความคืบหน้า มีเพียงการก่อสร้างผนังคอนกรีตก่อสร้างฐานเสา และยังได้พบว่าการก่อสร้างไม่เป็นไปตามแบบแปลนการก่อสร้างที่นายนกน้อยฯ ผู้ถูกกล่าวหาแสดงไว้ก่อนที่จะก่อสร้าง ซึ่งตนเองและผู้ศรัทธา สงสัยว่านายนกน้อยฯผู้ถูกกล่าวหา นำแบบการก่อสร้างที่ไม่สามารถก่อสร้างได้จริง มาแสดงต่อตนเองและผู้ศรัทธาเพียงแต่ต้องการให้ได้ไปซึ่งค่าจ้าง และเริ่มลงมือก่อสร้างเพียงให้ปรากฏว่าได้มีการก่อสร้างแล้วไม่ได้มีเจตนาที่จะผูกพันในสัญญา มีเจตนาทุจริตเพื่อให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สิน


ทางด้านเสี่ยเก๋ (นามสมมุติ) เปิดเผยว่า ซึ่งตนเองและผู้มีจิตศรัทธาได้รับมอบอำนาจจากพระทัศน์และคณะกรรมการวัดเขาสักรัตนาราม ให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับนายนกน้อยฯผู้ก่อสร้างโบสถ์ โดยมีพระทัศน์และกรรมการวัดได้เซ็นหนังสือมอบอำนาจให้แก่ตนเองและผู้มีจิตศรัทธา ต่อหน้าเจ้าคณะตำบลและเจ้าคณะอำเภอทองแสนขัน และต่อหน้าคณะกรรมการวัด และประชาชนที่มาร่วมสังเกตการณ์ แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ตนเองและผู้มีจิตศรัทธาได้รับทราบว่าพนักงานสอบสวน สภ.ทองแสนขัน ได้เรียกตัวพระทัศน์และคณะกรรมการวัดเขาสักรัตนารามไปพบ เพื่อสอบปากคำให้การในคดี อยู่ๆพระทัศน์และคณะกรรมการวัดกลับมาถอนหนังสือใบมอบอำนาจกับพนักงานสอบสวน

ทั้งที่พระทัศน์เจ้าอาวาสวัดเขาสักรัตนาราม และคณะกรรมการได้เซ็นใบมอบอำนาจให้ตนเองและผู้ศรัทธามาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับผู้ถูกกล่าวโทษในวันที่ 9 มีนาคม 2569 เพียง
15 วันก็ถอนใบมอบอำนาจ ตนเองจึงสงสัยในเหตุผลการถอนใบมอบอำนาจดังกล่าวเพราะว่าตนเองต้องการทวงถามและดึงเงินจากผู้รับเหมามาคืนให้กับทางวัดแต่ทำไมจึงไม่ได้รับความร่วมมือจากทางวัดและคณะกรรมการวัด จึงมาร้องสื่อมวลชนในครั้งนี้
ทางด้านพระทัศน์ กล่าวว่า อาตมาเองไม่รู้ในการสร้างโบสถ์ในครั้งนี้ ซึ่งโยมทั้งสองตกลงกันเองโดยที่อาตมาไม่ทราบ และการมอบอำนาจให้กับโยมอาตมาและคณะกรรมการ โดยไม่รู้กฎหมายทำให้อาตมาถึงยอมเซ็นมอบอำนาจให้กับโยมอุปถัมภ์ในครั้งนี้ อาตมาและคณะกรรมการได้ปรึกษากัน จึงถอนใบมอบอำนาจ ถ้าหากไม่ถอนเกรงว่าจะมีเอี่ยวในคดีนี้ อาตมาไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกลัวจะได้ขึ้นโรงขึ้นศาลกัน อาตมาจึงขอแจ้งให้ทราบเพียงอยากให้โยมช่างรับเหมาก่อสร้างพระอุโบสถให้มาไกล่เกลี่ยกันและเอาหลักฐาน การซื้อเหล็กและอุปกรณ์ก่อสร้างโบสถ์มาชี้แจงให้อาตมาและคณะกรรมการและโยมอุปถัมภ์ถ้ารู้ว่า ยอดการซื้ออุปกรณ์ก่อสร้างทั้งหมดเท่าไหร่

ปวินท์ อินกล่ำ รายงาน

You missed