พิษณุโลก “จักษ์” ชี้การเมืองต้องพ้นวาทะกรรม ประเทศอยู่ในจุดเปราะบาง ต้องใช้สติ เหตุผล ความรับผิดชอบนำทาง

อาจารย์จักษ์ พันธ์ชูเพชร ผู้สมัคร สส. พิษณุโลก เขต 1 พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 2 ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ท่ามกลางบรรยากาศการแข่งขันทางการเมืองที่เข้มข้น แต่กลับเลือกใช้โทนคำพูดที่แตกต่างจากนักการเมืองทั่วไป โดยเน้นความสุขุม ความเป็นผู้ใหญ่ และมุมมองที่มีวุฒิภาวะ ชี้การเมืองต้องพ้นวาทะกรรม เตือนประเทศอยู่ในจุดเปราะบาง ต้องใช้สติ–เหตุผล–ความรับผิดชอบนำทาง นาทีนี้ไม่ใช่เวลาของการขับเคี่ยวด้วยวาทะกรรมหรืออารมณ์ และไม่ใช่ช่วงเวลาที่การเมืองควรถูกใช้เป็นเวทีเอาชนะคะคานกันด้วยคำพูดร้อนแรง หากแต่เป็นช่วงเวลาที่ประเทศกำลังเผชิญกับ ความเปราะบางในหลายมิติ ทั้งด้าน ความมั่นคง เศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

“การเมืองไม่ควรขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ แต่ต้องขับเคลื่อนด้วยเหตุผล ต้องมองให้เห็นผลได้ผลเสียที่จะเกิดกับประเทศชาติในระยะยาว หากการเมืองยังคงวนอยู่กับ เกมการใส่ร้าย ป้ายสี บิดเบือน หาช่องว่างกฎหมาย หรือใช้ยุทธวิธีที่ขาดจริยธรรมเพื่อเอาชนะ ประเทศชาติจะไม่มีวันหลุดพ้นจากวงจรความขัดแย้งและความเสียหายซ้ำซาก การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงการแข่งขันเพื่อชัยชนะของพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่ควรเป็นการตัดสินใจที่ตั้งอยู่บน ผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นศูนย์กลาง ถ้าการเมืองยังเดินด้วยวิธีเดิม ๆ ประเทศจะไม่มีวันพัฒนาได้อย่างแท้จริง เราต้องกล้าหลุดออกจากวังวนของการเมืองที่สร้างแต่บาดแผล”อาจารย์จักษ์ กล่าว

อาจารย์จักษ์ กล่าวด้วยว่า ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งให้ มองไกลกว่าเพียงปัจจุบัน และพิจารณาว่าอีก 4 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะเผชิญโลกที่ซับซ้อนเพียงใด ทั้งในมิติ เศรษฐกิจโลก ความมั่นคงภูมิภาค และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งล้วนต้องการผู้นำและผู้แทนที่มี วุฒิภาวะ ความรอบคอบ และความรับผิดชอบสูง การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่เลือก ส.ส.แต่มันคือการเลือกทิศทางอนาคตของประเทศ ถูกมองว่าสะท้อนความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ จากการเมืองแบบเดิมที่เน้นการปะทะทางอารมณ์ และตอกย้ำภาพลักษณ์ของผู้สมัครที่ ยืนอยู่บนฐานของเหตุผล ความสงบ และความคิดระยะยาวเพื่อประเทศชาติ