“อจ.จักษ์” ย้ำนักการเมืองต้องมี “คุณธรรม–จริยธรรม” ชี้ชะตาประเทศ

พิษณุโลก อาจารย์จักษ์ พันธ์ชูเพชร ผู้สมัคร สส.พิษณุโลก เขต 1 พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 2 กล่าวถึงการพิจารณานโยบายของพรรคการเมืองต่าง ๆ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า หากพิจารณาอย่างรอบด้านจะเห็นได้ว่านโยบายในภาพรวมของแต่ละพรรคการเมือง ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ความแตกต่างส่วนใหญ่อยู่ในรายละเอียดเชิงวิธีการมากกว่า นโยบายไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ประชาชนควรใช้ในการตัดสินใจเลือกผู้แทนราษฎร หรือพรรคการเมืองที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เพราะยังมีอีกหนึ่งปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งและไม่อาจมองข้ามได้ นั่นคือคุณธรรมและจริยธรรมทางการเมืองของนักการเมือง

อาจารย์จักษ์ กล่าวว่า  สองทศวรรษที่ผ่านมา เราเห็นข้อเท็จจริงร่วมกันว่าพรรคการเมืองบางพรรคมีโอกาสได้เป็นรัฐบาล ได้เป็นนายกรัฐมนตรีหลายครั้ง แต่ทุกครั้งกลับดำเนินนโยบายที่ขาดจริยธรรมทางการเมืองอย่างร้ายแรง จนนำไปสู่การถูกศาลตัดสิน และสร้างความเสียหายให้ประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง  แม้นโยบายจะถูกเขียนให้น่าสนใจ หวือหวา หรือสร้างความตื่นตาตื่นใจเพียงใด แต่หากตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไม่โปร่งใส หรือมีข้อสงสัยว่าจะสามารถทำได้จริงหรือไม่ นโยบายเหล่านั้นย่อมไม่อาจสร้างประโยชน์ให้ประเทศได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากผู้นำพรรคหรือผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีขาดจริยธรรมทางการเมือง ความเสียหายที่ประเทศไทยเผชิญมา ไม่ใช่เพราะขาดนโยบาย แต่เกิดจากการเมืองที่ขาดคุณธรรม การเมืองที่มุ่งกอบโกยผลประโยชน์ส่วนตน ไม่สนใจความถูกต้องดีงาม ต่อให้เปลี่ยนตัวบุคคล แต่หากดีเอ็นเอทางการเมืองยังเหมือนเดิม ประเทศก็จะวนกลับไปอยู่ที่เดิม

 

“ผมมีความเชื่อมั่นว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้ได้เรียนรู้จากบทเรียนที่ผ่านมา และตระหนักถึงความเสียหายที่เกิดจากการเมืองที่ไร้จริยธรรม พร้อมตั้งคำถามกับตนเองว่าจะเลือกเดินซ้ำรอยเดิม หรือจะเลือกอนาคตที่ตั้งอยู่บนมาตรฐานทางจริยธรรมที่สูงขึ้น นักการเมือง รัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ต้องมีมาตรฐานทางจริยธรรมสูงกว่าคนทั่วไป ประเทศนี้ไม่ควรถูกปกครองโดยคนขี้โกง ผมเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจเรื่องนี้ และจะใช้ ‘จริยธรรม’ เป็นเงื่อนไขสำคัญในการตัดสินใจเลือกตั้งครั้งนี้” อาจารย์จักษ์ กล่าวทิ้งท้าย