พิษณุโลก หาเสียงคึกคัก”ภูมิใจไทย-ก้าวไกล” ดึงคนดังลงพื้นที่เรียกคะแนนทั้ง “เจ๋ง ดอกจิก-ธนาธร”

113

พิษณุโลก หาเสียงคึกคัก”ภูมิใจไทย-ก้าวไกล” ดึงคนดังลงพื้นที่เรียกคะแนนทั้ง “เจ๋ง ดอกจิก-ธนาธร”

ผู้สื่อข่าวข่าวรายงาน นายนิยม ช่างพินิจ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย พิษณุโลก เขต 4 ได้นำนายยศวริศ ชูกล่อม หรือ “เจ๋ง ดอกจิก “ อดีตแกนนำเสื้อแดงลงพื้นที่ขึ้นเวที”วัดหนองหลวง”และ”วัดหนองไผ่” ต.หนองกุลา อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 12 มกราคม ที่ผ่านมา

”เจ๋ง ดอกจิก” คว้าไมค์ขึ้นเวที”ต.หนองกุลา อ.บางระกำท่ามกลางคน อ.บางระกำ เกือบ 1,000 คน และได้กล่าวว่า “ผมเคยต้องถูกรับโทษติดคุกถึง 5 ปี 4 เดือน ข้อหาปล้นรถถัง เดินเข้าออกคุกมา 4 ครั้ง ถามว่า ต่อสู้เพื่อใคร เพื่อนผม อริสมันต์ ก็หนีไปต่างประเทศ ไม่กลับมา หลายครั้งนั่งทบทวนดูตัวเองว่า ที่ผ่านมา เราต่อสู้เพื่อใคร แต่เวลาติดคุก ก็ติดอยู่คนเดียว สุดท้ายความเดือดร้อนมาตกที่เมียต้อง เอาโฉนดที่ดิน มาประกันตัว 6 แสนบาท สังสัยว่าเวลาต่อสู้เพื่อให้เขา แต่เวลาเฉา ไม่มีใครดูแล วันนี้มาช่วยเพื่อนรัก ส.ส.นิยม

“เจ๋ง ดอกจิก เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า นั่งรถมาเพื่อช่วยพรรคพวก วันนี้ขอเป็นอิสระ ไม่ได้ขึ้นกับใคร มาหาเสียงให้เพื่อนรักที่เคยอยู่กับพรรคเพื่อไทยมา และดีใจที่ ย้ายมาพรรคภูมิใจไทย สายสัมพันธ์ที่ตัดกันไม่ขาด จึงไม่ได้สนใจ เรื่องพรรคการเมือง แต่สนใจแค่พรรคพวกเท่านั้น เพราะเมืองไทยต้องมีคอนเน็คชั่น สำหรับตนก็ยังมีคิวไปช่วยเพื่อนหาเสียงในสังกัดพรรคเพื่อไทยในภาคอีสานด้วย เรื่องความขัดแย้งมันจบลงแล้ว ต้องสนใจเลือกบุคคลอย่าง”นิยม”คนดี คนหนึ่ง ซึ่งคนบางระกำ ควรสนับสนุนให้มาทำงานดูแลพี่น้องประชาชน

ด้านนายนิยม ช่างพินิจ ขึ้นเวทีกราบขอโทษที่ย้ายพรรค เพราะอดีตแสนปวดร้าวที่เคยอยู่เสื้อแดง แม้แต่ลูกสาวยังไม่กล้าบอกว่าคนอื่นว่าเป็นลูก สส.เสื้อแดง นามสกุลเดียวกัน บอกแค่”หลาน” เท่านั้น และวันนี้ยังเจอกับคำถามเจ็บปวดอีก คือ ย้ายพรรค ตนให้เหตุผลที่เข้ามาอยู่ภูมิใจไทย เพราะเป็น พรรคกลางๆ ซ้ายก็ได้ ขวาก็ได้ เลิกความขัดแย้ง เพราะอยู่บนถนนการเมืองมา 23 ปี น่าจะพอแล้ว ตนอยากจะสร้างความฝัน ดันโปรเจ็กต์ใหญ่ๆให้คนพิษณุโลก นั่นคือ”เขื่อนบางกระทุ่ม”เหมือนเขื่อนนเรศวร อยู่ตอนเหนือน้ำน่าน ใช้งบประมาณ พันกว่าล้านบาทเท่านั้น ดีกว่าทุ่มงบสร้างเขื่อนเรียงหิน 3 พันล้านก็ไม่จบ แถมยังได้การท่องเที่ยวอีก สามารถดันน้ำน่านจาก อ.บางกระทุ่มถึงหน้าวัดใหญ่ ให้นิ่ง-ใส สามารถล่องแพแม่น่าน เหมือนแม่น้ำไทรโยค จ.กาญจนบุรี แก้ปัญหาตลิ่งพังตลอดแนวแม่น้ำน่านถาวร

“ผมเกิดจากครอบครัวชาวนา จบปวส.ช่างยนต์ เรียนจบ รับซ่อมเครื่องยันม่าร์, คูโบต้า จากนั้นหันไปทำนา 70 ไร่ในระยะ 2 ปี จึงรู้ซึ้งมาก โดยเฉพาะตอนไปขายข้าว หาคนซื้อแทบไม่ได้ เพียงแค่คุณภาพข้าวเรา ไม่ตรงกับพ่อค้าโรงสี หากย้อนไปได้ ข้าวเปลือกควรเก็บไว้ที่ยุ้งฉาง รอราคาดีค่อยขาย จากนั้นหันออกรถบรรทุกขนส่งโรงโม่หิน แต่ก็ล้มเหลว ผมจึงเข้าใจคำว่า คนจน เป็นอย่างไร” นายนิยม กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า นายนิยม ช่างพินิจ เป็น ส.ส.พิษณุโลกหลายสมัย เคยสังกัดพรรคไทยรักไทย, พลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย มาตามลำดับ การเลือกตั้งครั้งหน้าต้องเจอคู่ปรับเก่า คือ น.ส.พิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ ชื่อเดิมปานทิพย์ ที่ย้ายจากขั้วพรรคประชาธิปัตย์ มาอยู่พรรคเพื่อไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เดินทางมาที่บริเวณลานอเนกประสงค์ริมแม่น้ำน่าน ถนนวังจันทน์ ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก หน้าวิทยาลัยอาชีวศึกษาพิษณุโลก โดยมีกลุ่มนักเรียนนักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป 200-300 คนร่วมรับฟังการหาเสียงของ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา (หมออ๋อง) ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 พรรคก้าวไกล และพาว่าที่ผู้สมัครอีก 4 เขตรวมเป็น 5 เขต แนะนำตัวที่ริมแม่น้ำหน้าวิทยาลัยอาชีวศึกษาพิษณุโลกตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึง โดยมีแฟนคลับนายธนาธร ต่างเข้าไปขอถ่ายรูปเหมือนเดิม แม้บรรยากาศไม่อาจคึกคักนักเหมือนช่วงชูสามนิ้วก็ตาม ช่วงค่ำวันที่ 13 ม.ค.2566

นายธนาธร กล่าวต่อข้อซักถามกลางลานริมน้ำน่าน ถึงการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นว่า แม้วันนี้จะไม่พร้อมก็ตาม แต่ก็ต้องลงมือทำวันนี้ ยังไม่สาย เราจะต้องเป็นเจ้าของประเทศรวมกัน จะต้องกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น จะทำให้สังคมไทย ไม่เหมือนเดิม

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา กล่าวว่า นายทุนใหญ่นามสกุลใหญ่ ที่มาพร้อมกับการกุมอำนาจทางเศรษฐกิจ อาทิ ที่ดิน เกษตร เงินกู้ฯลฯ เพราะการเมืองเช่นนั้น เขาจะต้องซื้อเสียงเท่านั้น เขาจะกอบโกยเอาเงินที่เขาลงทุนกลับคืนมาได้ ทราบหรือไม่ว่า งบประมาณที่การเมืองท้องถิ่นที่พิษณุโลกได้รับรวมทั้งสิ้น 2 หมื่นล้านบาทจากทุกกรม ทุกกระทรวง สะสมมา 20 ปีแล้ว แต่ถามว่า หายไปไหน แต่ต้องมีสักที่ที่เงินไหลไป แล้วทำไม พิษณุโลกยังต้องเป็นเช่นนี้

นายปดิพันธ์ กล่าวอีกว่า คนแก่จะได้รับการดูแล 3,000 บาทถ้วนหน้า ส่วนนโยบายเขต 4 พิษณุโลก ต้องไปถามคนบางระกำว่า เขาอยากได้บางระกำโมเดลหรือไม่ นายกฯบอกว่า ทำนาไม่ได้ ให้จับปลากิน ไปถามเขารึยัง เขาชอบไหม ระบบการจัดการน้ำจะต้องเปลี่ยนใหม่ ถามว่า แม่น้ำน่านสูงเกือบล้นตลิ่ง แต่อีกไม่กี่วัน ลดฮวบ นี่คือ ไม่ใช่เรื่องปกติ นี่คือ การบริหารจัดการน้ำผิดทั้งประเทศ จะต้องเปลี่ยนแปลงนโยบายพื้นที่รับน้ำใหม่

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนมาร่วมเปิดตัวกับหมออ่อง ซึ่งเป็น ส.ส.พรรคก้าวไกล และว่าที่ผู้สมัครพรรค ตนได้บรรยายเรื่องกระจายอำนาจว่า คนพิษณุโลกจะได้อะไร ซึ่งตนได้รณรงค์เรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่า การปฎิรูป ลดการรวมศูนย์ที่ส่วนกลาง เป็นอนาคตของประเทศ ถ้าอยากเห็นคุณภาพชีวิตดีกว่านี้ ทั้งเรื่องการจัดการขยะ, บริการรถสาธารณะ, จัดการประปาฯลฯ ซึ่งจะต้องกระจายอำนาจให้มาก สิ่งที่คนพิษณุโลกควรจะต้องได้ คือ สิทธิในการออกในการสร้างเมือง สร้างจังหวัดที่อยากเห็น โดยมีงบประมาณเพียงพอ ไม่ต้องไปขอส่วนกลาง