พะเยา อนาถ 3 ชายวัยดึก ฉลองปีใหม่ฆ่า 79 ตาย

82

พะเยา อนาถ 3 ชายวัยดึก ฉลองปีใหม่ฆ่า 79 ตาย

วันที่ 2 ม.ค 2566 เวลา00.20 น. ร.ต.อ.องอาจ หาที รองสว.(สอบสวน) สภ.ดอกคำใต้ รับแจ้งจาก ร.ต.อ อำนวย ปัญญา รองสวป.หน.สายตรวจ ว่าได้พบกลุ่มบุคคลเอาศพมาทิ้งไว้ข้างทางและควบคุมตัวไว้ที่บริเวณ ใกล้สะพานข้ามลำน้ำอิง ถนนสาย บ้านร่องจว้า-บ้านแม่อิง หมู่4บ้านร่องจว้า ต. สว่างอารมณ์ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา หลังรับแจ้งรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยชุดกู้ภัยคุณธรรมแสงทองและแพทย์นิติเวช รพ.ดอกคำใต้และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน

ที่เกิดเหตุพบศพนายล้วน บุญปฐมพล อายุ77 ปี บ้านเลขที่ 4 หมู่ 4 ต.สว่างอารมณ์ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา นอนเสียชีวิตในสภาพคว่ำหน้าพาดกับกิ่งไม้ริมถนน สายบ้านร่องจว้า -แม่อิงใกล้สะพานข้ามลำน้ำอิง และพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ สีแดงดำทะเบียนกพ 650 พะเยา ล้มที่เกิดเหตุ ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 10 เมตร พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ สีแดง ทะเบียน กต 5113 พะเยา และรถยนต์เก๋งยี่ห้อ ฮุนไดสีเทา ทะเบียน กต4705พะเยา จอดอยู่ และพบนายสี ฟองวารินทร์ อายุ 71 ปี บ้านเลขที่ 71 หมู่ 4 บ้านร่องจว้า ต.สว่างอารมณ์ อ. ดอกคำใต้ จ.พะเยา และนายจันทร์ตาพรหมจักร อายุ 79 ปีบ้านเลขที่ 4 หมู่ 4 ต.สว่างอารมณ์ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา และพบท่อนเหล็ก 1 อันยาวประมาณ150 ซม.ในที่เกิดเหตุ

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการควบคุม นายจันทร์ตา พรหมจักร และนายสี ฟอง วารินทร์ ไว้ พร้อมกับตรวจสอบรถยนต์เก๋งฮุนไดพบว่าฝากระโปรงท้ายมีรอยเลือดซึ่งทั้งสองคนได้นำศพของนายล้วน บุญปฐมพล บรรทุกใส่ท้ายรถนำมาทิ้้งที่เกิดเหตุดังกล่าวจนถูก หน้าที่สายตรวจมาพบได้ถูกจับกุม

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตและผู้ต้องหาทั้งสองรวมสามคนได้นั่งดื่มสุราบนโต๊ะม้าหินอ่อนภายในบริเวณบ้านของผู้ตาย ตั้งแต่ตอนเที่ยงวันของวันที่ 1 ม.ค 66 ฉลองรับปีใหม่ ต่อมานายสี ฟองวารินทร์ ที่นั่งดื่มด้วยได้ขอตัวกลับบ้าน และต่อมาช่วงเย็น นายจันทร์ตา พรหมจักร์ ได้มาบอกนายสีที่บ้านว่าได้ฆ่านายล้วน บุญปฐมพล ตายแล้วและขอให้ไปช่วยยกเอาศพใส่ท้ายรถยนต์เก๋งไปทิ้ง ยังที่เกิดเหตุ

หลังจากนั้นได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจพบและทำการจับกุมส่งพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหานายจันทร์ตา พรหมจักร์ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาร่วมกัน ลอบฝังซ่อนเร้น ยักย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย ร่วมกันทำให้เสียหายเคลื่อนย้ายทำลายทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งศพอัฐิหรือเจ้าของศพ และแจ้งข้อกล่าวหานายสี ฟองวารินทร์ ร่วมกัน ลอบฝังซ่อนเร้น ยักย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย ร่วมกันทำให้เสียหายเคลื่อนย้ายทำลายทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งศพ อัฐิหรือเจ้าของศพ และข้อหาลักทรัพย์แหวนทองคำ 1 วงของผู้ตาย

ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสองรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาและถูกควบคุมตัว คุมขังไว้และจะส่งอัยการสั่งฟ้องภายในวันที่ 3 – 4 มค.นี้

หลังจากที่เกิดเหตุในวันนี้ทางผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่บ้านยังที่เกิดเหตุพบว่าบริเวณลานหน้าบ้านมีรอยเลือดลากถูจากโต๊ะม้าหินอ่อนเป็นทางยาวไปถึงประตูทางออกบ้าน และพบว่าบริเวณโต๊ะหินอ่อนมีขวดเหล้ากับแกล้ม วางอยู่และล้มแตกกระจายไปทั่ว

จากการสอบถามนายเพลิน ใบอุบล อบต.หมู่ 4 บ้านร่องจว้าต.สว่างอารมณ์อ.ดอกคำใต้จ.พะเยา กล่าวว่า ตอนเกิดเหตุก็ได้เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุและควบคุมตัวผู้ต้องหาเมื่อดึกของคืนที่ผ่านมาสำหรับผู้เสียชีวิตและผู้ต้องหานั้นมักจะนั่งดื่มสุราด้วยกันเป็นประจำส่วนสาเหตุน่าจะมีเรื่องทะเลาะกันขณะที่นั่งดื่มสุรากันภายในบริเวณบ้านจนต้องฆ่ากันเองแล้วนำศพมาทิ้งที่เกิดเหตุ

นางลัดดาวัล ทองดี ประธานชุมชนบ้านร่องจว้า กล่าวว่า ต้นเกิดเหตุก็ไม่เห็นกลุ่มพวกทหารและผู้เสียชีวิตเพราะว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ฟังตัวเองก็จะไปอยู่ที่ไร่และสวนตอนที่เกิดเหตุก็ได้มีเพื่อนบ้านมาบอกว่ามีเหตุฆ่ากันจึงได้ออกไปดูของสาเหตุน่าจะเกิดจากนั่งดื่มสุราแล้วมีเรื่องทะเลาะกันเพราะผู้เสียชีวิตและกลุ่มเพื่อนชอบดื่มสุราด้วยกัน