ป.ป.ช.”ฟัน”อดีตนายก อบต.นาทุ่ง จ.สุโขทัย เรียกรับเงิน 40,000 บาท แลกเปิดตำแหน่งเจ้าพนักงานการเกษตร

82

ป.ป.ช.”ฟัน”อดีตนายก อบต.นาทุ่ง จ.สุโขทัย เรียกรับเงิน 40,000 บาท แลกเปิดตำแหน่งเจ้าพนักงานการเกษตร

วันที่ 27 ธันวาคม 2565 นายวิวัฒน์ เจริญฉ่ำ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 6 ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 6 แถลงข่าวผลการดำเนินงานด้านปราบปรามการทุจริต โดยเปิดเผยว่ากรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดในเรื่องที่สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 6 ดำเนินการไต่สวน จำนวน 1 เรื่อง โดยมีรายละเอียด ดังนี้

กรณีกล่าวหา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่ง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย เรียกและรับเงินเพื่อจะรับโอนย้ายบรรจุเป็นพนักงานส่วนตำบลขององค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่ง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย โดยมี นายณรงค์ สนั่นเสียง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่ง เป็นผู้ถูกกล่าวหา

จากกรณีการทุจริตดังกล่าว พบพฤติการณ์ในการกระทำความผิด ดังนี้
จากการไต่สวนปรากฏข้อเท็จจริงว่า เมื่อประมาณปลายปี พ.ศ.2559 นาย พ. ได้ติดต่อพูดคุยกับนายณรงค์ สนั่นเสียง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่ง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ผู้ถูกกล่าวหา โดยประสงค์ให้ผู้ถูกกล่าวหาดำเนินการโอนย้ายบุตรชายของตน ซึ่งรับราชการอยู่ที่จังหวัดตาก มาทำงานที่องค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่ง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย

ผู้ถูกกล่าวหาตกลงจะดำเนินการเปิดตำแหน่งเจ้าพนักงานการเกษตรขององค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่งให้ และได้เรียกเงินจากนาย พ. จำนวน 40,000 บาท เป็นค่าดำเนินการช่วยเหลือให้บุตรชายของนาย พ. ได้เข้าทำงานเป็นพนักงานส่วนตำบลขององค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่ง ต่อมาผู้ถูกกล่าวหาได้ไปพบนาย พ. ที่บ้าน โดยนาย พ. ได้นำเงินสดมอบให้แก่ผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 40,000 บาท ต่อหน้าภรรยาและลูก บริเวณโต๊ะทำงานชั้นล่างของบ้าน ซึ่งเป็นที่โล่งไม่มีผนังกั้น และในขณะนั้นยังมีบุคคลอื่นอยู่ในบริเวณบ้านและทราบว่า ผู้ถูกกล่าวหารับเงินจำนวน 40,000 บาท ไปจากนาย พ. เพื่อเป็นค่าดำเนินการรับโอนบุตรชายให้มารับราชการที่องค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่ง อีกด้วย

โดยในระหว่างนี้ ผู้ถูกกล่าวหาได้มีการพูดคุยกับนักทรัพยากรบุคคลขององค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่ง และปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่ง เกี่ยวกับเรื่องที่บุตรชายของนาย พ. จะโอนย้ายมาที่องค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่ง ต่อมาบุตรชายของนาย พ. จึงได้ทำหนังสือถึงผู้บังคับบัญชาขอโอนย้ายไปรับราชการในตำแหน่ง
เจ้าพนักงานการเกษตร สังกัดสำนักงานปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่ง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย โดยแจ้งว่าได้ติดต่อองค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่งแล้ว ไม่ขัดข้องสามารถรับโอนย้ายได้ แต่หลังจากนั้น ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้ดำเนินการเปิดตำแหน่งขององค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่ง เพื่อจะรับโอนให้มารับราชการที่องค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่งแต่อย่างใด นาย พ. และครอบครัว จึงได้ติดตามทวงถามให้ดำเนินการตามที่ตกลงกัน และได้ติดตามทวงถามให้ผู้ถูกกล่าวหาคืนเงินจำนวน 40,000 บาท เรื่อยมา

ต่อมาเมื่อประมาณเดือนกันยายน พ.ศ. 2561 ถึงเดือนตุลาคม พ.ศ.2561 ผู้ถูกกล่าวหา ได้ติดต่อไปยัง นาย พ. โดยแจ้งให้นาย พ. ไปรับเงินคืนได้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่ง นาย พ. จึงเดินทาง ไปรับเงินคืนจากผู้ถูกกล่าวหาที่องค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่ง จนครบจำนวน 40,000 บาท

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติ ดังนี้

การกระทำของผู้ถูกกล่าวหา มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 มาตรา 157และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 มาตรา 103 ประกอบมาตรา 103/1 และมาตรา 122 และมาตรา 123/1 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 192 และมีมูลความผิด ฐานกระทำการฝ่าฝืน ต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน หรือละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 92

ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการยื่นฟ้องคดีอาญาต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6

 

ป.ป.ช.”ฟัน”อดีตนายก อบต.นาทุ่ง จ.สุโขทัย เรียกรับเงิน 40,000 บาท แลกเปิดตำแหน่งเจ้าพนักงานการเกษตร

วันที่ 27 ธันวาคม 2565 นายวิวัฒน์ เจริญฉ่ำ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 6 ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 6 แถลงข่าวผลการดำเนินงานด้านปราบปรามการทุจริต โดยเปิดเผยว่ากรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดในเรื่องที่สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 6 ดำเนินการไต่สวน จำนวน 1 เรื่อง โดยมีรายละเอียด ดังนี้

กรณีกล่าวหา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่ง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย เรียกและรับเงินเพื่อจะรับโอนย้ายบรรจุเป็นพนักงานส่วนตำบลขององค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่ง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย โดยมี นายณรงค์ สนั่นเสียง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่ง เป็นผู้ถูกกล่าวหา

จากกรณีการทุจริตดังกล่าว พบพฤติการณ์ในการกระทำความผิด ดังนี้
จากการไต่สวนปรากฏข้อเท็จจริงว่า เมื่อประมาณปลายปี พ.ศ.2559 นาย พ. ได้ติดต่อพูดคุยกับนายณรงค์ สนั่นเสียง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่ง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ผู้ถูกกล่าวหา โดยประสงค์ให้ผู้ถูกกล่าวหาดำเนินการโอนย้ายบุตรชายของตน ซึ่งรับราชการอยู่ที่จังหวัดตาก มาทำงานที่องค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่ง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย

ผู้ถูกกล่าวหาตกลงจะดำเนินการเปิดตำแหน่งเจ้าพนักงานการเกษตรขององค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่งให้ และได้เรียกเงินจากนาย พ. จำนวน 40,000 บาท เป็นค่าดำเนินการช่วยเหลือให้บุตรชายของนาย พ. ได้เข้าทำงานเป็นพนักงานส่วนตำบลขององค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่ง ต่อมาผู้ถูกกล่าวหาได้ไปพบนาย พ. ที่บ้าน โดยนาย พ. ได้นำเงินสดมอบให้แก่ผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 40,000 บาท ต่อหน้าภรรยาและลูก บริเวณโต๊ะทำงานชั้นล่างของบ้าน ซึ่งเป็นที่โล่งไม่มีผนังกั้น และในขณะนั้นยังมีบุคคลอื่นอยู่ในบริเวณบ้านและทราบว่า ผู้ถูกกล่าวหารับเงินจำนวน 40,000 บาท ไปจากนาย พ. เพื่อเป็นค่าดำเนินการรับโอนบุตรชายให้มารับราชการที่องค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่ง อีกด้วย

โดยในระหว่างนี้ ผู้ถูกกล่าวหาได้มีการพูดคุยกับนักทรัพยากรบุคคลขององค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่ง และปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่ง เกี่ยวกับเรื่องที่บุตรชายของนาย พ. จะโอนย้ายมาที่องค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่ง ต่อมาบุตรชายของนาย พ. จึงได้ทำหนังสือถึงผู้บังคับบัญชาขอโอนย้ายไปรับราชการในตำแหน่ง
เจ้าพนักงานการเกษตร สังกัดสำนักงานปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่ง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย โดยแจ้งว่าได้ติดต่อองค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่งแล้ว ไม่ขัดข้องสามารถรับโอนย้ายได้ แต่หลังจากนั้น ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้ดำเนินการเปิดตำแหน่งขององค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่ง เพื่อจะรับโอนให้มารับราชการที่องค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่งแต่อย่างใด นาย พ. และครอบครัว จึงได้ติดตามทวงถามให้ดำเนินการตามที่ตกลงกัน และได้ติดตามทวงถามให้ผู้ถูกกล่าวหาคืนเงินจำนวน 40,000 บาท เรื่อยมา

ต่อมาเมื่อประมาณเดือนกันยายน พ.ศ. 2561 ถึงเดือนตุลาคม พ.ศ.2561 ผู้ถูกกล่าวหา ได้ติดต่อไปยัง นาย พ. โดยแจ้งให้นาย พ. ไปรับเงินคืนได้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่ง นาย พ. จึงเดินทาง ไปรับเงินคืนจากผู้ถูกกล่าวหาที่องค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่ง จนครบจำนวน 40,000 บาท

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติ ดังนี้

การกระทำของผู้ถูกกล่าวหา มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 มาตรา 157และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 มาตรา 103 ประกอบมาตรา 103/1 และมาตรา 122 และมาตรา 123/1 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 192 และมีมูลความผิด ฐานกระทำการฝ่าฝืน ต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน หรือละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 92

ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการยื่นฟ้องคดีอาญาต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6