2169

ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ไล่ออก ขรก.อบจ.พิจิตร

วันที่ 25 ตุลาคม 2565 นายวิวัฒน์ เจริญฉ่ำ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 6 ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 6 แถลงข่าวผลการดำเนินงานด้านปราบปรามการทุจริต โดยเปิดเผยว่ากรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดในเรื่องที่สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 6 ดำเนินการไต่สวน จำนวน 1 เรื่อง โดยมีรายละเอียด ดังนี้

กรณีกล่าวหา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร กับพวก รวม 3 คน ทุจริตการจ่ายเงินอุดหนุนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตรให้แก่สมาคมกีฬาจังหวัดพิจิตรตามโครงการส่งเสริมและพัฒนากีฬาจังหวัดพิจิตร ประจำปี 2553-2555 โดยมีผู้ถูกกล่าวหาดังต่อไปนี้

1. นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1
2. นายเจน ตาลเลี้ยง ผู้อำนวยการกองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2
3. นายปราโมทย์ แก้ววิเชียร อุปนายกสมาคมกีฬาจังหวัดพิจิตร (เสียชีวิต) ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3

จากกรณีการทุจริตดังกล่าว พบพฤติการณ์ในการกระทำความผิด ดังนี้
ในปีงบประมาณ 2553-2555 นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร กับพวก ได้พิจารณาเรื่องที่สมาคมกีฬาจังหวัดพิจิตร ซึ่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตรดำรงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาจังหวัดพิจิตรอยู่ด้วยอีกหนึ่งตำแหน่ง ได้มีหนังสือขอรับงบประมาณเงินสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตรโดยที่ไม่มีรายละเอียดค่าใช้จ่ายในโครงการประกอบการพิจารณา และปรากฏว่านายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร ได้ใช้อำนาจในตำแหน่งอนุมัติเบิกจ่ายเงินตามโครงการดังกล่าวให้กับสมาคมกีฬาจังหวัดพิจิตรที่ตนเองมีส่วนได้เสีย ทั้งที่ไม่มีรายละเอียดค่าใช้จ่ายในโครงการประกอบการพิจารณา จากนั้นสมาคมกีฬาจังหวัดพิจิตรได้นำเงินไปจ่ายให้กับทีมสโมสรฟุตบอล เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการทีม และเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับกีฬาอื่น
รวมสามปีงบประมาณ เป็นเงินทั้งสิ้น 15,654,115.12 บาท

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติ ดังนี้
พฤติการณ์ของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร มีมูลเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 152 และมาตรา 157 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 100 (1) ประกอบมาตรา 122 และมาตรา 123/1 และมีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2540 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 44/3 (3) และมาตรา 79

ส่วนข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตรที่เกี่ยวข้อง มีมูลเป็นความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 152 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 157 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 100 (1) ประกอบมาตรา 122 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และมาตรา 124/1 และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์และการร้องทุกข์ ประกาศเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 ข้อ 3 วรรคสาม และข้อ 6 วรรคสอง

ปัจจุบันนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตรได้มีคำสั่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร ลงโทษไล่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ออกจากราชการตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2565 และการดำเนินคดีอาญาในเรื่องนี้ ปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาคดีในชั้นศาล