ผบ.ทบ.เดินทางร่วมงานสถาปนาครบรอบ 120 ปี กองทัพภาคที่ 3

267

ผบ.ทบ.เดินทางร่วมงานสถาปนาครบรอบ 120 ปี กองทัพภาคที่ 3

วันที่ 20 สิงหาคม 2565 ณ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตแก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมคณะ ร่วมงานวันสถาปนา กองทัพภาคที่ 3 ครบรอบปีที่ 120 เพื่อบำเพ็ญกุศลอุทิศให้อดีตผู้บังคับบัญชา และกำลังพล ที่ล่วงลับไปแล้ว โดยมี พลโท อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมต้อนรับ

โอกาสนี้ พลโท อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย แม่ทัพน้อยที่ 3 รองแม่ทัพภาคที่ 3 ผู้บังคับบัญชา กำลังพลหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 ร่วมพิธีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และประกอบพิธีบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ และพระรูปพระสุพรรณกัลยา ณ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เนื่องในโอกาสวันสถาปนากองทัพภาคที่ 3

ในการนี้ พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตแก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก โดยได้ขึ้นแท่นรับความเคารพจากแถวทหารกองเกียรติยศ จากนั้น ได้ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ และพระรูปพระสุพรรณกัลยา พร้อมทั้งเยี่ยมชมการจัดแสดงนิทรรศการโครงการ/งานนโยบายของ ผู้บัญชาการทหารบก, โครงการทหารพันธุ์ดี กองบัญชาการช่วยรบที่ 3, โครงการจักรยานสานฝันปันสุข, โครงการถุงยังชีพเพื่อการศึกษา, ผลิตภัณฑ์แม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3, นิทรรศการ Static Display อาวุธยุทโธปกรณ์ และนวัตกรรม ของหน่วยทหารในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 อาทิ กองพลทหารราบที่ 4, กรมทหารปืนใหญ่ที่ 4, กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 104 กองพันทหารม้าที่ 9 กองพันทหารสื่อสารที่ 23, กองพันกระสุนที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3, กองพันซ่อมบำรุงที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3, และโรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นต้น

กองทัพภาคที่ 3 ก่อกำเนิด เมื่อ 20 สิงหาคม 2445 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สืบเนื่องมาจากเงี้ยวบ้านบ่อแก้ว แขวงเมืองลอง และบ้านป่าผึ้ง แขวงสูงเม่น จังหวัดแพร่ ได้รวมตัวเป็นกบฏก่อการจลาจล ใช้อาวุธปืนบุกเข้ายึดเมืองแพร่ พระยาไชยบูรณ์ ข้าหลวงกำกับราชการแพร่ ได้รวบรวมกำลังต่อสู้ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2445 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม ให้ พลโทเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี เป็นแม่ทัพใหญ่ยกกำลังเข้าปราบปราม ระหว่างทางเมื่อผ่านทางพิษณุโลก พิชัยและอุตรดิตถ์ ได้เกณฑ์กำลังไปช่วยด้วย จนสามารถปราบปรามกบฏเงี้ยวได้สำเร็จ เมื่อ 20 สิงหาคม 2445

ในการเดินทางกลับ เมื่อผ่านเมืองพิษณุโลก ได้หยุดตั้งค่ายพักแรม และได้พิจารณาเห็นว่าภาคเหนือ ควรมีทหารประจำการณ์ไว้บ้าง จึงจัดตั้งกองทหารขึ้น 1 กอง ประจำอยู่ที่พิษณุโลก และเป็นที่มาของกองทัพภาคที่ 3 ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ที่ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ติดกับแม่น้ำน่าน มาจนถึงปัจจุบัน โดยถือเอา วันที่ 20 สิงหาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันที่ปราบกบฏเงี้ยวได้สำเร็จ จึงเป็นวันคล้ายวันสถาปนา กองทัพภาคที่ 3 จวบจนถึงปัจจุบัน

โดยมี พลโท ประพันธ์ กุลพิจิตร เป็นแม่ทัพภาคที่ 3 คนแรก ปัจจุบันมี พลโท อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ เป็นแม่ทัพภาคที่ 3 คนที่ 39 ซึ่งท่านเป็นผู้บังคับบัญชาที่มีความพร้อมลักษณะของผู้นำ มีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้กองทัพภาคที่ 3 มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น กองทัพภาคที่ 3 เป็นกำลังรบหลักของกองทัพบกที่รับผิดชอบในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ด้วยเกียรติประวัติที่ยาวนานจากอดีตสู่ปัจจุบัน ครบ 120 ปี แห่งการสถาปนาหน่วย

กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ซึ่งเป็นเกียรติประวัติที่สำคัญยิ่ง โดยมีภารกิจหลักที่ได้รับมอบหมายจากกองทัพบกการปกป้องและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ การป้องกันประเทศ การรักษาความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยภายในและกำกับดูแลแนวชายแดนเพื่อมิให้เกิดการกระทบกระทั่งกระทบถึงความสัมพันธ์ที่ดีของมิตรประเทศ พร้อมการสร้างความสัมพันธ์ทางทหารกับต่างประเทศ การพัฒนาประเทศและการช่วยเหลือประชาชน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งจะรวมถึงการปฏิบัติภารกิจ
ต่อภัยคุกคามที่มิใช่สงคราม เพื่อความมั่นคงในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน การสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

โดยมีกองกำลังป้องกันตามแนวชายแดนจำนวน 2 กองกำลัง คือกองกำลังนเรศวรรับผิดชอบพื้นที่ตามแนวชายแดนจังหวัดตาก จังหวัดแม่ฮ่องสอน และกองกำลังผาเมืองรับผิดชอบพื้นที่ตามแนวชายแดนจังหวัดเชียงใหม่จนถึงจังหวัดพิษณุโลก การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติ
ทุกประการ ซึ่งในพื้นที่ตอนบนของประเทศจะประสบกับปัญหาหมอกควันเนื่องจากการเผาทำลายเพื่อหาของป่าและอากาศที่ร้อนจนทำให้เกิดไฟป่าขึ้น กองทัพภาคที่ 3 จึงได้จัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 ขึ้นในหน่วยทหารที่กองทัพภาคที่ 3 รับผิดชอบทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยในพื้นที่ส่วนใหญ่ของกองทัพภาคที่ 3 เป็นป่าและภูเขา ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของประเทศ