ปปส.ภ.6 สร้างความรู้ประมวลกฎหมาย การบำบัดรักษาและการฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด

133

ปปส.ภ.6 สร้างความรู้ประมวลกฎหมาย การบำบัดรักษาและการฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด

เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 65 ที่โรงแรมเมย์ฟลาวเวอร์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก นายสราวุธ ภักดี ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส. ภาค 6 เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างการรับรู้ด้านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสภาพทางสังคมตามประมวลกฎหมายยาเสพติด โดยมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ อาทิ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ตำรวจภูธรจังหวัด สำนักงานส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานศึกษาธิการจำนวน 180 คน จาก 9 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง

ทั้งนี้ ตามนโยบายของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นอกจากการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปราบยาเสพติดแล้ว ได้มีการปรับแนวคิดเพื่อให้ทันสมัยและเป็นสากล สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศรวมทั้งปรับปรุงบทบัญญัติของประมวลกฎหมายยาเสพติด ให้สอดคล้องกับผลการประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยพิเศษว่าด้วยปัญหายาเสพติดโลก (United Nations General Assembly Special Session on the world drugs Problem-UNGASS 2016) โดยยึดหลัก “ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย” และใช้กระบวนการทางสาธารณสุขและสุขภาพในการแก้ไขปัญหาผู้เสพผู้ติด มุ่งลดผลกระทบต่อสุขภาพ ชุมชน และสังคม โดยส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต ให้โอกาสผู้เสพยาเสพติด ให้สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างยั่งยืน

นายสราวุธ ภักดี ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส. ภาค 6 กล่าวว่า การจัดประชุมในครั้งนี้ เป็นการขับเคลื่อนงานด้านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสภาพทางสังคมภายใต้ประมวลกฎหมายาเสพติด ที่มีผลบังคับ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา มีการปรับเปลี่ยนในรายละเอียดบางประการมุ่งเน้นการสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา โดยมีศูนย์คัดกรองทำหน้าที่คัดกรองและประเมินความรุนแรงของการติดยาเสพติดและส่งตัวเข้ารับการบำบัด ณ สถานพยาบาลหรือสถานที่บำบัดฟื้นฟู ตามความเหมาะสมกับการติดยาเสพติดของแต่ละคน และมีศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมทำหน้าที่ในการติดตาม ดูแลและให้ความช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟูให้สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างปกติไม่สร้างความเดือดร้อนแก่สังคมหรือชุมชน ซึ่งภารกิจดังกล่าว ต้องอาศัยความร่วมมือจาก หลายหน่วยงาน บูรณาการทำงานอย่างใกล้ชิด และประสานการดำเนินงานให้สอดคล้องกัน ควบคู่การประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ สร้างความเข้าใจแก่ประชาชน เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย อย่างเป็นรูปธรรม คืนคนดีกลับสู่สังคม เพราะผู้ติดยาเสพติดคือ ผู้ป่วยที่จะต้องได้รับการดูแลรักษา อย่างดีที่สุดซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐบาล