100

พะเยา สำนึกผิด! ประธานสภาเทศบาลฯ ขอขมาเจ้าอาวาสวัดศรีโคมคำ หลังนำกลุ่มบุคคลถือป้ายประท้วง

วันที่ 11 มิ.ย.65 ที่วิหารพระเจ้าตนหลวง วัดศรีโคมคำ พระอารามหลวง ต.เวียง อ.เมืองพะเยา ว่าที่ร้อยตรี กรกฎ ประเสริฐวงษ์ นอภ.เมืองพะเยา มอบให้นายขวัญตระกูล หาญกล้า เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ(ป.อาวุโส.) อ.เมืองพะเยา นำนายทองพูน ฟูมะเฟือง ประธานสภาเทศบาลตำบลบ้านต๋อม อ.เมืองพะเยา พร้อมพานดอกไม้ขอขมาและป้ายประกาศขอขมาวัดศรีโคมคำ พระอารามหลวง และพระเดชพระคุณ พระราชปริยัติ เจ้าอาวาสวัดศรีโคมคำ พระอารามหลวง เข้ามาในวิหารพระเจ้าตนหลวง

เพื่อขอขมาพระราชปริยัติ โดยมีข้าราชการฝ่ายปกครอง อ.เมืองพะเยา และฝ่าย ทต.บ้านต๋อม มาร่วมเป็นสักขีพยาน ขณะทางฝ่ายสงฆ์ มีพระครูศรีวรพินิจ เจ้าคณะอำเภอปง ผู้ช่วยเจ้าวาสวัดศรีโคมคำ เป็นประธานสงฆ์ และ พระครูสุกิตยากร รองเจ้าคณะอำเภอเมืองพะเยา นำคณะสงฆ์ในพื้นที่เข้าร่วม เป็นสักขีพยานด้วยเช่นกัน

จากนั้นพระราชปริยัติ เจ้าอาวาสาวัดศรีโคมคำ ได้เข้ามายังวิหารพระเจ้าตนหลวง พระครูพิศาลสรกิจ เลขาเจ้าคณะจังหวัดพะเยา ได้นิมนต์ พระราชปริยัติ จุดเทียนธูป บูชาพระรัตนตรัย นำสวดมนต์ ก่อนเข้าพิธีขอขมา

นายขวัญตระกูล หาญกล้า ป.อาวุโส เมืองพะเยา กล่าวว่า การกระทำของนายทองพูน ฟูมะเฟือง ที่เข้าร่วมกับกลุ่มบุคคลถือป้ายเดินประท้วง วัดศรีโคมคำ และพระราชปริยัติ เมื่อวันที่ 31 พ.ค.65 จากการสอบสวนทราบว่า เป็นการกระทำที่รู้เท่าไม่ถึงการและไม่มีเจตนาสร้างความเสื่อมเสียให้แก่ทางวัดศรีโคมคำ และพระราชปริยัติ ด้วยสำนึกผิดจึงได้นำพานดอกไม้มากราบขอขมาพระราชปริยัติ เพื่อความบริสุทธิ์ใจ จากนั้นนายทองพูน ได้นำพานขอขมาเข้าไปกราบพระราชปริยัติ พร้อม อ่านคำขอขมาดังนี้ “ ข้าพเจ้านายทองพูน ฟูมะเฟือง ประธานสภาเทศบาลตำบลบ้านต๋อม อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา ขอให้คำสัตย์ว่า มิได้มีเจตนาลบหลู่เหยียดหยาม หรือเกี่ยวข้องกับคณะบุคคลที่ประท้วงกล่าวหาให้วัดศรีโคมคำ พระอารามหลวง และท่านเจ้าอาวาส เกิดความเสื่อมเสีย เมื่อวันที่ 31 พ.ค.65 ก่อนหน้านี้ แต่อย่างใด จึงกราบขอขมาอภัยมา ณ โอกาสนี้ นายทองพูน ฟูมะเฟือง ประธานสภาเทศบาลตำบลบ้านต๋อม พร้อมคณะฯ”

จากนั้นพระราชปริยัติ ได้ให้โอวาทแก่นายทองพูน พร้อมถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน ร่วมกับนายขวัญตระกูล หาญกล้า ป.อาวุโส เมืองพะเยา

นายทองพูน กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า วันเกิดเหตุตนในฐานะนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่เห็นมีการรวมตัวกันเพื่อเดินขบวน จึงได้ขับรถ จยย.มายังวัดศรีโคมคำ เพื่อดูความสงบเรียบร้อย จึงตกเป็นผู้ร่วมประท้วงไปกับเขาด้วย ซึ่งถือเป็นบทเรียนสำคัญในการทำหน้าที่ตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ ต้องมีความรอบคอบระมัดระวังมากขึ้นต่อการกระทำที่รู้เท่าไม่ถึงการ โชคดีที่ท่านเจ้าคุณเมตตา อภัยให้