สิ้นสื่อสองแคว “เกียรติขจร (เอ้) สุวรรณกิจ” นักหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นที่ยิ่งใหญ่

375

สิ้นสื่อสองแคว “เกียรติขจร (เอ้) สุวรรณกิจ” นักหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นที่ยิ่งใหญ่

ความพลัดพรากเป็นนิรันดร์ ทุกคนต้องเตรียมใจกับการลาจาก เงินซื้อได้ทุกอย่าง แต่ไม่สามารถซื้อชีวิตไว้ได้ มิฉะนั้นอัครมหาเศรษฐีแสนล้าน คงไม่รู้จักคำว่าตาย

กรณีนายเกียรติขจร หรือ วรเดช สุวรรณกิจ หรือ เอ้ เจ้าของและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ธรรมรัฐ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นจังหวัดพิษณุโลก สิ้นลมอย่างสงบด้วยโรคมะเร็งตับ สิริอายุ 76 ปี เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2565 เวลา 13.28 น.สวดพระอภิธรรม และฌาปนกิจศพ ณ เมรุวัดสระแก้วปทุมทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2565

ด้วยความเป็นบุคคลที่มีจิตใจกว้างขวาง รักพวกพ้อง จึงมีเพื่อนฝูงมากมาย ชอบสังสรรค์ในยามค่ำคืนจนเป็นที่รู้จักของเหล่าจอมสุรา มีอัธยาศัยไมตรี เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ พูดจาโผงผาง ตรงไปตรงมา รักความถูกต้องและความเป็นธรรม ประกอบกับมีญาติที่ใกล้ชิด เป็นเจ้าของและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของจังหวัดพิษณุโลก ชื่อ “พิษณุภพ”ที่เคยออกทั้งรายปักษ์และรายสัปดาห์ ทำให้พี่เอ้ ซึมซับการต่อสู้เพื่อสังคม ชีวิตเริ่มหักเหเข้ามาสู่แวดวงสื่อมวลชน โดยการเป็นคอลัมนิสต์ในหนังสือพิมพ์พิษณุภพ นับว่าเป็น “ขุนพลน้ำหมึก”อีกคนหนึ่งในชายคาหนังสือพิมพ์พิษณุภพ จึงหันหลังให้กับธุรกิจร้านยา“สุวรรณโอสถ” หลังวัดใหญ่ติดถนนเอกาทศรถ เขตเทศบาลนครพิษณุโลก

เพราะเป็นบุคคลตรงไปตรงมา จึงแสดงออกทางความคิด และข้อเขียนค่อนข้างเผ็ดร้อน เมื่อไปพบเห็น รับรู้ ถึงความอยุติธรรมและไม่โปร่งใส จนกระทั่งพี่เอ้สูญเสียญาติสนิทนาม “บุลวัชร สุวรรรณกิจ” บรรณาธิการหนังสือพิมพ์พิษณุภพ ได้ปิดตัวลงในที่สุด เมื่อปี 2534 พี่เอ้ จึงเข็นหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น “ธรรมรัฐ”ในฐานะบรรณาธิการออกมา เป็นหนังสือรายปักษ์ คือ ราย 15 วัน ปรากฏในสังคมสื่อมวลชนของจังหวัดพิษณุโลก

แม้วันเวลาจะผ่านพ้นไป อุดมการณ์ของพี่เอ้ไม่เคยเปลี่ยน ยังคงยึดมั่นคงเส้นคงวาและไม่หวาดหวั่นกับคำว่า “นักข่าวไส้แห้ง” พี่เอ้ได้ตั้งโรงพิมพ์เล็กๆ รับงานพิมพ์บ้างเล็กน้อย ส่วนใหญ่จะพิมพ์หนังสือพิมพ์เป็นหลัก ที่ในอดีตเรียกว่า “ฉับแกละ”ใช้วิธีการเรียงอักษร พี่เอ้ไม่มีลูกจ้างใช้คนในครอบครัว เขียนเอง เรียงเอง พิมพ์เอง ขายเอง หนังสือพิมพ์ธรรมรัฐ ออกรายปักษ์มาอย่างต่อเนื่อ

อย่างไรก็ตาม พี่เอ้มีข้อเขียนที่ร้อนแรง ดุดัน แต่สามารถยืดหยัดมาอย่างยาวนานด้วยสปอนเซอร์ ที่อยากให้หนังสือพิมพ์ธรรมรัฐยังดำรงอยู่ และทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงคอยตรวจสอบ ความไม่ถูกต้อง ไม่โปร่งใส และสิ่งที่มีผลกระทบต่อสังคมอย่างไม่หวาดหวั่น

อีกทั้งมีลีลาในการใช้ภาษาทั้งการพาดหัวและข่าวสังคม ปลายปากกาฉวัดเฉวียน ราวกับก่อกวนและท้าทายต่อการหมิ่นประมาท แต่สามารถหลุดรอดมาได้ เพราะรักษาจรรยาบรรณและจริยธรรม อีกทั้งเป็นการรักษาประโยชน์สาธารณะ ขณะเดียวกันพี่เอ้ ได้นำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม และยกย่องสร้างเกียรติยศให้กับผู้คน ให้อะไรกับบ้านเมืองนี้มากมายนัก

ด้วยจิตวิญญาณสนใจปัญหาของบ้านเมืองในการจัดการแถลงข่าว และร่วมประชุมกับหน่วยงาน พี่เอ้ต้องมีประเด็นสอบถามซักไซ้ไล่เลียง อย่างตรงไปตรงมา จัดอยู่ในประเภท “ฝีปากกล้า ปากกาคม” ด้วยบุคลิกภาพดังกล่าว จึงเป็นทราบกันทั่วไปในแวดวงพี่น้องสื่อมวลชน เอกลักษณ์เฉพาะบุคคล ประการสำคัญพี่เอ้ เคยได้รับความไว้วางใจและยอมรับจากพี่น้องสื่อมวลชนให้ดำรงตำแหน่งประธานชมรมสื่อมวลชนจังหวัดพิษณุโลก

แม้ว่าการนำเสนอและเผยแพร่การประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวจะเปลี่ยนแปลงไปสู่โลกออนไลน์ แต่พี่เอ้ยังรักษาอัตลักษณ์ของสื่อสิ่งพิมพ์มาตามลำดับ

จึงอาจกล่าวได้ว่าพี่เอ้เป็นนักหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นที่ยิ่งใหญ่ในระดับตำนาน และเป็นบุคคลที่ทรนงในวิชาชีพ ซึ่งจะไม่ยอมหมอบราบให้กับความไม่ถูกต้อง และความดีเหล่านั้นกลับกลายมาเป็นเกราะกำบังจนตราบวาระสุดท้ายของชีวิต ซึ่งจะเป็นต้นแบบของสื่อมวลชนรุ่นหลังและอยู่ในความทรงจำของเพื่อนร่วมอุดมการณ์ตลอดไป

ระลึกถึงเสมอแม้นาทีสุดท้ายของตัวอักษร

กร บ้านกร่าง รายงาน