199

พิษณุโลก “จุติ” ลั่น!! ไม่มีมวยล้ม สั่งย้าย ขรก.-เด็ก ออกนอกพื้นที่ ดึงภาคประชาชนร่วมตรวจสอบ

วันที่ 6 พฤษภาคม 2565 นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.)ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่จังหวัดพิษณุโลก ความคืบหน้ากรณีที่มีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องในกรณี ‘บิ๊กโจ๊ก’ จับกุมเครือข่ายค้ามนุษย์ ที่นำเด็กมาแสวงหาประโยชน์ทางเพศ 5 ราย โดยมีผู้ใช้บริการ 11 ราย และมีรองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้โทรศัพท์สั่งเกลี้ยกล่อมเด็กเหยื่อคๅยนรๆดีค้ามนุษย์ ช่วยผู้ต้องหาอีกด้วย ทั้ง ๆ ที่ควรดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งเป็น เจ้าหน้าที่บ้านเด็ก (บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.สุราษฎร์ธานี อ้างถึงการใช้ไม้ทุบตีเด็ก เพื่อให้เด็กช่วยเหลือผู้ต้องหาที่ใช้บริการ

หลังจากมอบหมายให้ปลัด พม.ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายว่า ขอให้ข้อมูลเหตุเกิดขึ้นที่ จ.สุราษฎร์ ดังนี้ เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อปลายปี 2564 มีการสอบสวนจนมาถึงเดือนเมษายนและพฤษภาคม ทางตำรวจได้บันทึกการให้การของผู้เสียหาย ซึ่งมีทั้งหมด 9 ราย

นายจุติ กล่าว่า วันนี้ได้เกิดเหตุอย่างนี้ขึ้น ที่ผ่านมาพฤติกรรมการล่วงละเมิดทางเพศทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ได้ดำเนินการอยู่แล้ว เป็นการเงียบ ๆ เพราะว่าต้องคุ้มครองสิทธิ์ของผู้เสียหาย ประชาชนอาจจะไม่ได้เห็นอะไรที่ทาง พม.ได้ดำเนินการไป โดยท่านอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชนทำงานอยู่แล้ว เนื่อง จากวันนี้มีเหตุการณ์พัฒนาขึ้นมาว่า อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องจากเจ้าหน้าที่ของกระทรวง พม. จึงอยากให้ประชาชนนั้นได้มั่นใจว่ากระบวนการที่เราทำอยู่นั้นได้คุ้มครองป้องกันและจัดการกับการกระทำละเมิดทางเพศอย่างเด็ดขาดเสมอมา ด้วยคณะกรรมการที่มีอยู่แล้วในระบบ

“เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจมากขึ้น และเพื่อให้การดำเนินการนั้นตอบสนองความรู้สึกของพี่น้องประชาชนและก็เรื่องของกฎหมายก็ได้มีคำสั่งเมื่อวานนี้ ตั้งคณะทำงานสืบสวนข้อเท็จจริงซึ่งมีปลัด พม.เป็นประธาน และเชิญภาคประชาชน คือสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมาย รวมทั้งประธานมูลนิธิสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายมาร่วมงานนี้ด้วย เพื่อราชการทำงานตามระบบราชการไป หากประชาชนท่านใดมีความไม่มั่นใจในระบบราชการ จะมั่นใจเมื่อมีองค์กรภาคประชาชนมาร่วมงานกับเราอยู่ เพื่อให้มั่นใจว่ามีความโปร่งใสมีความเป็นธรรม แล้วข้อเท็จจริงนั้นก็จะนำมาสู่การจัดการปัญหาอย่างเร่งด่วน” รมว.พม.กล่าว

นายจุติ กล่าวอีกว่า คณะทำงานชุดนี้จะทำงานแบบรวดเร็ว โดยที่ทำให้ผลของการทำงาน ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบผลโดยเร็วที่สุดให้มั่นใจว่ากระบวนการการจัดการกับปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศนั้น เราจะให้เกิดขึ้นไม่ได้ พร้อมกันนั้นได้สั่งการให้กับฝ่ายกฎหมายของกระทรวง หัวหน้าคณะผู้ตรวจทั้ง 6 เขตที่รับผิดชอบทั้งประเทศไม่ใช่เฉพาะ จ.สุราษฎร์ เท่านั้น ได้ไปทำความเข้าใจและกำชับว่าการล่วงละเมิดทางเพศนั้นให้เกิดขึ้นไม่ได้ ทุกคนต้องปรับปรุงการทำงานเพื่อให้ตอบสนองความต้องการประชาชนและให้ประชาชนมั่นใจว่า หากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีก สามารถพึ่งพาองค์กรภาคประชาชนที่ทำงานร่วมกับทางกระทรวง พม. ประการที่ 2 ก็คือปลัด พม.ได้หารือแล้วว่าจะหารือกับอธิบดีสั่งการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมาปฏิบัติหน้าที่นอกพื้นที่ เพื่อให้การสอบสวนข้อเท็จจริงนั้นเป็นไปด้วยความโปร่งใสและทำได้เต็มที่ ประการที่ 3 คือขณะนี้อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวพิจารณาว่าร่วมกับกรมกิจการเด็กเยาวชน ถ้าจำเป็นจะหารือกันหรืออาจจะนำผู้เสียหายออกมาจากนอกพื้นที่ เพื่อให้ปลอดภัยและได้ดำเนินการเรื่องนี้ได้อย่างจริงจัง

รมว.พม.กล่าวด้วยว่า โดย ปลัด พม.ได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดออกมาปฏิบัติหน้าที่นอกพื้นที่แล้ว คำสั่งมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ขอให้มั่นใจว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 มีการสอบสวนเรื่อยมา ๆ ขอยอมรับตรง ๆ ว่าส่วนกลางไม่ค่อยรับทราบเรื่องเพราะไม่มีการรายงานมาจากพื้นที่ จนมีเรื่องเกิดขึ้นถึงรายงานเข้ามา จีงขอให้มั่นใจว่ากระทรวง พม.นั้นไม่ได้นิ่งนอนใจ ทำงานเรื่องล่วงละเมิดทางเพศมีเคสอยู่ตลอดเวลาทุกสัปดาห์ แต่เมื่อประชาชนต้องการความมั่นใจ ให้เกิดความรวดเร็ว ความโปร่งใส ความจริงจังความเด็ดขาด จึงมีคณะทำงานนี้ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาและทำงานร่วมกับภาคประชาชน เพื่อประชาชนได้มั่นใจว่าเค้าไว้ใจใครก็ไปหาคนนั้น แต่หัวใจทุกคนได้รับความเป็นธรรมหมด

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของรองอธิบดีที่เป็นข่าวเกี่ยวข้องนั้น นายจุติ รมว. พม. กล่าวว่า ไม่เว้นใครต้องมีการสอบสวนข้อเท็จจริงหมดทุกคน จะมีคำสั่งให้มาปฏิบัติหน้าที่ ทุกคนจะต้องมาปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้โอกาสคนที่เข้าไปสอบสวนข้อเท็จจริง ได้ทำงานได้อย่างเต็มที่และรวดเร็ว การที่ทางกระทรวง พม.เชิญภาคเอกชนเข้ามาร่วมเป็นคณะทำงานเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและความมั่นใจว่าสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมาย ซึ่งมีนักกฎหมายสตรีทั้งนั้น ผู้เสียหายทุกคนสามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับความคุ้มครองและได้รับความเป็นธรรมอย่างแน่นอน และเรื่องนี้จะไม่มีมวยล้มตนขอยืนยัน