137

ตร.เมืองเชียงราย “สุดเจ๋ง” ตามจับตีนแมววัย 43 ปี ภายใน 24 ชั่วโมง หลังงัดเคาน์เตอร์เก็บเงินร้านอาหาร


เวลาประมาณ 22.30 น.วันที่ 26 เม.ย. 65 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงราย โดยการอำนวยการของ พ.ต.อ.กิตติพงษ์ สุขวัฒนพันธ์ ผกก.สภ.เมืองเชียงราย นำโดย พ.ต.ท.อนุพันธ์ กันถารัตน์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองเชียงราย พ.ต.ท. เกรียงศักดิ์ มณีจันสุข สว.สส.ฯ ,ร.ต.อ.สุรพัศ ธรรมปัญญา รอง สว.สสฯ พร้อมพวก ได้ร่วมกันจับกุม นายสุชัย มณีจันสุข อายุ 43 ปี ที่อยู่ 190 หมู่ที่ 4 ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย

พร้อมด้วยของกลาง รถจักรยาน สีชมพู จำนวน 1 คัน เครื่องตัดหญ้า ยี่ห้อ BERALA แบบสายสะพายข้าง จำนวน 1 เครื่อง ไขควง 1 อัน โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ INOVO น้ำเงิน-ดำ จำนวน 1 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์สายชาร์ต เงินสด 1,350 บาท กล่องเก็บเงิน สีดำ จำนวน 1 กล่อง และแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ลักทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้น สำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม”

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ เวลา 18.00 น.วันที่ 26 เม.ย. 65 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุลักทรัพย์ ที่ร้านบ้านเบียร์ ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย จึงได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ร่วมกับพนักงานสอบสวน จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เวลาประมาณ 10.49 น. ที่เกิดเหตุพบผู้ก่อเหตุเป็นชายสวมเสื้อสีเขียว ปั่นรถจักรยานเข้ามาในร้าน และได้งัดประตูห้องเก็บของจากนั้นได้เข้าไปในเคาท์เตอร์เก็บเงินและลักเงินสดประมาณ จำนวน 5,000 บาท

หลังจากได้ตรวจสอบข้อมูลเยื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดตามบุคคลต้องสงสัยจากภาพจากกล้องวงจรปิด จนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายสุชัยหรือธง ขอสงวนนามสกุล อายุ 43 ปี ชาว บ้านสันป่าก๊อ ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย จึงได้ติดตามไปที่บ้านพักเมื่อไปถึงพบว่านายสุชัย อยู่ในอาการคล้ายคนเมาแต่สามารถตอบคำถามได้รู้เรื่อง ให้การรับว่าใด้เข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์ที่ร้านบ้านเบียร์ โดยใช้ไขควงงัดประตูเข้าไปแล้วลักทรัพย์ ได้เงินมาประมาณ 5,000 กว่าบาท และนำเครื่องตัดหญ้าในร้านมาด้วย และนำเงินที่ได้มาไปซื้อโทรศัพท์มือถือมา 1 เครื่อง ราคา 1,900 บาท จากนั้นได้ปั่นจักรยานกลับมาที่บ้าน โดยนำของกลางไปซุกซ่อนไว้ใต้โต๊ะไม้ข้างถนน ห่างจากบ้านของตนประมาณ 100 เมตร เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป