1338

ตร.ภ. 6 จับเมาแล้วขับขังจริง เทศกาลสงกรานต์ 11-17 เม.ย.ไม่รอลงอาญา หากตรวจพบแอลกอฮอล์

พลตำรวจตรี ระวีพรรษ อมรมุนีพงศ์ รองผู้บญชาการตำรวจภูธรภาค 6 เปิดเผยว่า โดยท่านพลตำรวจโท อัคราเดช พิมลศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 มอบหมายให้รับผิดชอบด้านการจราจรในภาพรวมของ 9 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2565 ทั้งนี้ได้นำเอานโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาจัดทำแผนในการสั่งการให้ทุกจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบดูแลความเรียบร้อยในช่วงเทศกาลใน 3 ส่วนหลัก

พล.ต.ต.ระวีพรรษ กล่าวอีกว่า ส่วนแรกจะดูแลในเรื่องของการอำนวยการจราจร และการให้บริการในส่วนนี้จะจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตามทางร่วม ทางแยก หรือจุดที่มีปัญหาทางด้านการจราจร เพื่อที่จะพิจารณาในการแก้ปัญหาอาจจะเป็นเรื่องของการปิดจุดกลับรถ หรือเปิดช่องทางพิเศษ กรณีที่มีการจราจรคับคั่งในบางจุด หรือแม้กระทั่งการตั้งจุดบริการตามเส้นทางต่างๆให้สำหรับพักรถ หรือ ดื่มน้ำเข้าห้องน้ำหรือจะถามข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทาง มีจุดบริการให้ อีกส่วนหนึ่งเน้นย้ำให้ติดตั้งไฟราวเหมือนกับไฟงานวัด ที่ติดตั้งตามเส้นทางเปลี่ยว หรือจุดที่มีเส้นทางยาวๆซึ่งผู้ขับขี่อาจจะเพลิดเพลินการขับขี่ ถ้ามีไฟราวตั้งอยู่จะทำให้ตาสว่างการขับขี่จะปลอดภัยขึ้น

“ส่วนที่ 2 มีการจัดกำลังในเรื่องของการป้องกันอาชญากรรม ซึ่งในช่วงเทศกาล ประชาชนจะเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือว่าไปท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆอาจจะทิ้งบ้านไว้ตรงนี้มีโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ จะมีตำรวจไปดูแล อีกส่วนจะสืบสวนหาข่าวว่าในช่วงเทศกาลประชาชนไปเที่ยวไปชุมนุมไปรวมตัวเยอะๆอาจจะมีกลุ่มมีแก๊งมิจฉาชีพมาก่อเหตุ สามารถหาข่าว มีชุดตรวจเข้าไปดูแล”

“ส่วนที่ 3 เรื่องสำคัญซึ่งจะมองว่าการบังคับใช้กฎหมายแล้ว การกวดขันวินัยจราจรได้จัดตำรวจจิตอาสาจุดตรวจความเร็ว หรือว่าจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ ตามจุดต่างๆที่เป็นจุดล่อแหลมก่อให้เกิดอุบัติเหตุแล้ว มีชุดไล่ล่าหรือชุดเคลื่อนที่เร็ว นอกจากเป็นจุดประจำจุดแล้ว อาจจะได้รับข้อมูลมาแจ้งมาว่ามีการขับขี่รถไม่ปลอดภัยหรือว่ามีการเมาแล้วขับในจุดต่างๆ จะออกไปดำเนินการ”

“ในส่วนของการบังคับใช้กฎหมายทางตำรวจภูธรภาค 6 ได้มีการไปหารือในระดับผู้บริหารของศาล ในเขตของภาค 6 ส่วนของราชทัณฑ์ ว่าช่วงที่มีการคุมเข้มคือช่วง 7 วันอันตราย คือ 11-17 เมษายน หากมีการจับกุมลักษณะของการขับขี่เมาแล้วขับ ได้พิจารณาร่วมกับทางศาลว่าจะใช้ดุลพินิจในการตัดสินให้มีการลงโทษจำคุกอย่างเดียว ไม่รอลงอาญาในระดับบริหารของภาค 6 บูรณาการทุกภาคส่วนเห็นพ้องต้องกันที่จะดำเนินการอย่างเต็มที่ตรงไปตรงมา เมื่อศาลมีการตัดสินจำคุกกักขัง จะส่งทางเรือนจำหรือราชทัณฑ์ ทุกภาคส่วนมีความพร้อมดำเนินการบูรณาการร่วมกัน เพื่อที่ให้เกิดความปลอดภัยในการขับขี่ปลอดความปลอดภัยในการจราจรให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด หากมีเหตุด่วนให้โทร 191 ซึ่งปัจจุบันนี้หมายเลข ฮอตไลน์ 191 มีการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมีเจ้าหน้าที่รับทันทีมีการจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจบริการตลอด 24 ชั่วโมง” รอง ผบช.ภ.6 กล่าว