พิษณุโลก สลด !! หนุ่มหิ้วขวดน้ำมัน เผาตัวตายในพงหญ้า ริมถนนเลี่ยงเมือง

908

พิษณุโลก สลด !! หนุ่มหิ้วขวดน้ำมัน เผาตัวตายในพงหญ้า ริมถนนเลี่ยงเมือง

วันที่ 1 เมษายน 2565 เวลา15.00 น. นางผุสดี มรพงษ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 บ้านดงประโดก ตำบลสมอแข อำเภอ้มืแง จังหวัดพิษณุโลก รับแจ้งเหตุพบศพชาย 1 ราย นอนเสียชีวิตอญุ่ริมถนนเลี่ยงเมือง แยกประโดก-แยกซีพี จึงได้ประสานไปยัง สภ.เมืองพิษณุโลก

จากนั้น ร.ต.ท.ชานนท์ สมฤทธิ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก ร้อยเวร สภ.เมืองพิษณุโลก, ตำรวจสายตรวจตำบลสมอแข, กู้ภัยข่าวภาพ พร้อมแพทย์เวรเดินทางไปที่ถนนบายพาส พบร่างผู้เสียชีวิต ไม่ทราบสาเหตุ บริเวณป่ารก หลักกิโลเมตรที่ 23 บ้านดงประโดก ตำบลสมอแข อยู่ห่างจากถนนออกไปประมาณ 20 เมตร

ในที่เกิดเหตุพบศพเป็นชาย 1 ราย สวมกางเกงขาสั้น สภาพนอนหงาย ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมา คือ นายวินัย พรศิริ อายุ 38 ปี บ้านเลขที่ 365/9 หมู่ 4 ต.บึงพระ อ.เมือง พิษณุโลก นอนเสียชีวิต ศีรษะมีรอยไหม้ดำ บริเวณลำตัวไหม้พุพองบาดแผลถูกไฟไหม้มือทั้งสองข้าง ขาทั้งสองข้าง กลิ่นศพคลุ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพส่งให้แพทย์ชันสูตรโดยละเอียดอีกครั้งที่แผนกนิติเวช รพ.มหาวิทยาลัยนเรศวร

นางผุสดี มรพงษ์ ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า วันพุธที่ผ่านมา มีลูกบ้านมาบอกว่า ช่วงเวลาประมาณ บ่าย 2- 3 มีรถเก๋งสีขาวจอดอยู่บริเวณนี้ จอดข้ามวันข้ามคืนผิดปกติ และเมื่อประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจตำบลสมอแข ทราบว่า ภรรยาเจ้าของรถได้ออกติดตามหาสามีที่หายตัวไป

นาง นิภาดา สุภาเกตุ ภรรยาผู้ตาย กล่าวว่า จำเสื้อผ้าและผ้าเอี้ยมสีดำที่สามีใส่ และพบขวดใส่น้ำมัน พร้อมปืนจุดไฟเตาแก๊สตกอยู่ ส่วนภายในรถเก๋ง ได้กลิ่นน้ำมันและพบปืนจุดไฟแก๊ส ไม่คาดคิดว่าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ตนและสามี เปิดร้านขายร้านอาหาร สุกี้กระทะร้อน บริเวณตลาดผักบริเวณโรงเรียนพุทธชินราช หลังวัดใหญ่ มาประมาณ 5 ปี ธุรกิจพอไปได้เปิดขายทุกวันเช้ายถึงเย็น แต่ช่วงหลังๆ ประสพปัญหาทางการเงิน การตายครั้งนี้ถือว่า พิษเศรษฐกิจล้วนๆ สามีเอาเงินมาหลายทาง คือ ร้านไม่ไช่ ไปไม่ไหว ร้านอาหารพอไปได้ แต่เจอกับปัญหาหลายๆอย่าง จึงต้องมาเจอประสบกับสถานการณ์เช่นนี้

“วันพุธ 30 มี.ค.ช่วงเวลาบ่ายๆ สามีตนได้ออกจากร้าน แรกๆคิดว่า เขาเครียด คงหาที่สงบ คงไม่มีอะไร เพราะปัญหาเรื่องเครียดนั้นมีหลายอย่าง ไม่ชัดเจน กระทั่งทราบว่า สามีตนไปจอดรถเก๋งบริเวณนี้ ก่อนไปฆ่าตัวตาย พร้อมกับล็อกกุญแจรถเก๋งไว้เรียบร้อย กระทั่งตำรวจประสานให้ตนไปเอากุญแจสำรองมาไขและขับออกไปเมื่อสองวันก่อน เพราะรถจอดทิ้งไว้นาน ไม่มีใครอยู่ ตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่าสามีนั้นตาย รู้แค่ว่าหายตัวไป กระทั่งมาพบศพวันนี้” นางนิภาดา กล่าวทั้งน้ำตา