เชียงใหม่ หนุ่มวัย 38 ปี พิมพ์แบ็งค์ปลอมใส่ตู้เติมเงินอัตโนมัติ โอนเข้าบัญชี-โทรศัพท์มือถือ

403

เชียงใหม่ หนุ่มวัย 38 ปี พิมพ์แบ็งค์ปลอมใส่ตู้เติมเงินอัตโนมัติ โอนเข้าบัญชี-โทรศัพท์มือถือ

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2565 พ.ต.อ.สราวุธ จันมะโน ผกก.สภ.สันทราย จ.เชียงใหม่ นำโดย พ.ต.ท.พูนทรัพย์ รวมสุข รอง ผกก.สส.และชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุมนายดำรงศักดิ์ วงค์ตาน้อย อายุ 38 ปี 15/1 ม.1 ต.สันนาเม็ง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ได้ที่บ้านเลขที่ 15/1 ม.1 ต.สันนาเม็ง อ.สันทราย พร้อมของกลางเครื่องปริ้นถ่ายเอกสาร จำนวน 1 เครื่อง ธนบัตรปลอมฉบับละ 100 หมายเลข 2ท1217595 จำนวน 5 ฉบับ และฉบับละ 100 บาท หมายเลข 9ต 0225103 จำนวน 2 ฉบับ

ข้อกล่าวหาว่า “ปลอมและใช้สิ่งของทำปลอมขึ้นซึ่งเงินตรา ไม่ว่าจะปลอมขึ้นเพื่อให้เป็นเหรียญกระษาปณ์ ธนบัตรหรือสิ่งอื่นใดซึ่งรัฐบาลออกใช้หรือให้อำนาจให้ออกใช้ หรือทำปลอมขึ้นซึ่งพันธบัตรรัฐบาลหรือใบสำคัญสำหรับรับดอกเบี้ยพันธบัตรนั้น โดยผิดกฎหมาย”

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 11.58 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจาก นาย เอ นามสมมุติ ผู้เสียหาย ซึ่งได้เปิดตู้รับเติมเงินสดเข้าบัญชีทางการเงินต่างๆ ว่าเกิดเหตุผู้เสียหายได้เข้าไปเปิดตู้บัตรเติมเงินในตู้รับเงิน พบธนบัตรที่มีผู้ใช้บริการนำมาใส่ในเครื่อง พบเป็นธนบัตรปลอม ฉบับละ 100 บาท 29 ฉบับ รวมเป็นเงิน 2,900 บาท และทราบว่าเป็นฉบับปลอม จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ สภ.สันทราย

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำการสืบสวนจนทราบว่าผู้ปลอมธนบัตร และนำไปใช้ใส่ในเครื่องเติมเงินอัตโนมัติ จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบลักษณะบุคคลต้องสงสัย จึงได้ติดตามไปที่บ้านพักคือนายดำรงค์ศักดิ์ พอสอบสวนให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุ โดยการนำเครื่องปริ้น มาวางถ่ายเอกสารธนบัตรด้านหนึ่ง และวัดระยะห่างตามขนาดเครื่องปริ้น แล้วกลับหน้ากระดาษ เพื่อให้ถ่ายเอกสารอีกหน้าหนึ่งให้ตรงกับกระดาษที่ถ่ายไว้แล้ว เมื่อถ่ายตรงกันทั้งสองด้านได้ตัดออกเป็น 1 ฉบับ จากนั้นได้นำเงินปลอมดังกล่าวไปหยอดเติมเงินตู้อัตโนมัติ เพื่อโอนเข้าบัญชีตนเอง หรือเติมเงินเข้าโทรศัพท์มือถือ

ทั้งนี้ รับสารภาพอีกว่าก่อเหตุมาแล้ว 3 ครั้ง เหตุจูงใจเคยทำงานโรงพิมพ์มาก่อน จึงนำเงินจริงมาปริ้นแล้วลองไปหย่อนในตู้ ปรากฎว่าตู้เติมเงินได้อ่านแล้วโอนเงินจริงมาให้ ส่วนเงินที่ได้มาใช้ซื้อยาเสพติดมาเสพ จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สันทราย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป