ตาก เช่ารถยนต์จากเชียงราย ส่งขายเมียนมา เจ้าของส่อง GPS ชี้เป้า ตำรวจ -ทหาร รับแจ้งสกัดจับอยู่หมัด

428

ตาก เช่ารถยนต์จากเชียงราย ส่งขายเมียนมา เจ้าของส่อง GPS ชี้เป้า ตำรวจ -ทหาร รับแจ้งสกัดจับอยู่หมัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 13.25 น. พ.ต.ท.วีระพล กันธวงศ์ สว.สส สภ. ท่าสองยาง จังหวัดตาก นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับ พ.ต.ท. เกรียงศักดิ์ ตรีแดงน้อย สว.ตม.จังหวัดตาก และกำลังทหารพราน ร้อย ทพ.3503 นำโดย ร.ท. มาโนช จันทร์แจ้ง ผบ.ร้อย ทหารพรานที่ 3503 ได้จับกุม 1.นางสาวกาญจนา พลอยกัลยา อายุ 23 ปี ที่อยู่ 115 หมู่ 11 ต.หางดง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ 2.นายสุรชัย ไพรพันทอง อายุ 23 ปี ที่อยู่ 343 หมู่ 8 ต.แม่ต้าน อ.ทำสองยาง จ.ตาก พร้อมด้วยของกลาง คีอ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า เฟอร์จูนเนอร์ สีน้ำตาล ทะเบียน 4กข 488 กรุงเทพมหานคร

โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันลักทรัพย์(โดยใช้กลอุบาย)หรือรับของโจร”พฤติการณ์กล่าวคือ เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 65 เวลาประมาณ 08.00 น. เจ้าพนักงานชุดจับกุมได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ตื่น จ.เชียงใหม่ ว่าได้รับแจ้งจากนายนรินทร์โชติ เมืองใจหล้า แจ้งว่า รถยนต์โตโยต้าเฟอร์จูนเนอร์ สีน้ำตาล ทะเบียน 4 กข 488 กรุงเทพมหานคร มีนางสาวลภัสรินทร์ นันชัย อายุ 29 ปี ที่อยู่ 280 หมู่ 4 ต.ริมกก จ.เชียงราย เป็นผู้ครอบครอง

โดยแจ้งว่าเมื่อวันที่ 1 ก.พ.2565 ได้มีนางสาววรินทร ปลื้มจิตร อายุ 32 ปี อยู่บ้านเสขที่ 212 หมู่ 2 ต.ทาชุมเงิน อ.แม่ทา จ.ลำพูน ทำสัญญาขอเช่ารถยนต์ โดยแจ้งว่าจะนำรถยนต์ไปใช้ในพื้นที่ จ. เชียงราย โดยต้องส่งรถยนต์คันดังกล่าวคืนในวันที่ 3 ก.พ.65 จนมาในวันนี้ ( 2 ก.พ.65) เจ้าของรถคันดังกล่าวได้ตรวจเช็คพิกัด GPS พบพิกัดที่ดอยเปเปอร์ ซึ่งมุ่งหน้ามายังพื้นที่อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก

ซึ่งเป็นการนำรถออกมาใช้นอกเส้นทางตามที่ทำสัญญาไว้ โดยนางสาวรินทรฯ ได้โทรมาอ้างกับผู้เสียหายว่ารถคันดังกล่าวเพื่อนของตนได้ยืมไปและยังไม่สามารถติดต่อได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. ท่าสองยาง ได้ประสานเจ้าหน้าที่ความมั่นคงในพื้นที่ร่วมกันสกัดจับตามเส้นทางในพื้นที่

ต่อมาเวลาประมาณ 15.00น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้พบรถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่ริมถนหลวง สาย 105 บ้านแกลอโจะ ม.8 ต.แม่ต้าน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก จึงได้เข้าไปแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและขอตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าว พบนางสาวกาญจนา พลอยกัลยา อายุ 23 ปี ที่อยู่ 115 หมู่ 11 ต.ทางตง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ เป็นผู้ครอบครองและขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวมา สอบถามนางสาวกาญจนาฯ ให้ถ้อยคำว่าตนได้รับว่าจ้างจากนางส้ม(ไม่ทราบชื่อจริง)ไช้
หมายเลขโทรศัพท์ ในการติดต่อกัน โดยนางส้มฯ อาศัยอยู่ที่ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ให้ค่าจ้างเป็นเงิน 10,000 บาท โดยให้นำรถยนดันตังกล่าวมาส่งยังพื้นที่ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก

โดยแจ้งว่าจะมีนายเต้ย(ไม่ทราบชื่อจริง) ใช้โทรศัพท์หมายเลข ในการติดต่อ จะเป็นผู้มารับรถคันดังกล่าว ต่อมา 11.00 น. โดยมี2.นายสุรชัย ไพรพันทอง อายุ 23 ปี ได้มาแสดงตนเพื่อขอรับรถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจออกอุบายให้นางสาวกาญจนาฯแจ้งกับนายสุรชัยฯ ให้มาส่งตนที่ท่ารถแม่ต้าน เมื่อขับรถยนต์เข้ามาในเทศบาลตำบลแม่ต้าน บริเวณหน้าร้านอาหารครัว ป.เสริฐ

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่และสั่งให้หยุดรถ เข้าขอตรวจคันรถยนต์พบนายสุรชัยฯ นั่งโดยสารมากับรถยนต์คันดังกล่าว จึงได้เชิญตัวการสอบสวนที่ สภ.ท่าสองยาง โดยนายสุรชัยฯ ได้ให้ถ้อยคำว่าตนได้รับการติดต่อทางหมายเลขโทรศัพท์จากนายลุง(ไม่ทราบชื่อจริง)ทางหมายเลขให้ตนมารับรถยนต์คันดังกล่าวที่แยกบ้านแกลมื่อโจะ

ต่อมาเวลาประมาณ 13.10 น. ได้รับการประสานจากนางสาวลภัสรินทร์ นันชัย ผู้เสียหายแจ้งว่าตนได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอาญากับนางสาววรินทรฯ กับผู้ที่เกี่ยวข้องในข้อหาลักทรัพย์ใช้กลอุบายหรือรับของโจร ร.ต.อ.หญิงเกวลีศิริ ผาสุขธนไพศาล รอง สว(สอบสวน) สภ.เมืองเชียงราย รับเรื่องร้องทุกข์ไว้แล้ว

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมกับแจ้งสิทธิ์ให้ผู้ต้องหาทราบและข้อกล่าวหาให้ทราบว่า “ร่วมกันลักทรัพย์(โดยใช้กลอุบาย)หรือรับของโจร” อันถือได้ว่าเป็นความผิดเหตุให้เจ้าพนักงานจับผู้ต้องหานี้โดยไม่ต้องมีหมายจับตาม ป.วิอาญา มาตรา 78(1) ถึง (4) พิจารณาว่า ผู้ต้องหาได้กระทำความผิดอาญาร้ายแรงซึ่งมีโทษจำคุกเกินกว่าสามปี เมื่อมีเหตุที่จะออกหมายจับนั้นตามมาตรา 66(2) แต่มีความจำเป็นที่ไม่อาจขอให้ศาลออกหมายจับบุคคลนั้นได้ เกรงว่าจะหลบควบคุมตัวผู้ต้องหา นำส่ง พงส.สภ.ท่าสองยาง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป