281

พิษณุโลก ตร ภ.6 “จับจอมโจรกรรม” เหนือตอนล่าง-อีสาน 8 คดี สอบขยายผลเพิ่ม (คลิป)

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2565 พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 (ผบช.ภ.6) โดยมอบหมายให้ พล.ต.ต. อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.ภ.6 พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุทัศน์ มณสวัสดิ์ รอง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก พต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ บุญเยี่ยม รอง ผกก สส.สภเมืองพิษณุโลก,พ.ต.ท.อรรถวิทย์ สุขทัศน์
สว.สส.สภ.เมืองพิษณุโลก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก

โดยแถลงข่าวการจับกุมนายสุพจน์ หรือเอส(สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 199 ม. 7 ต.หัวนา อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เนื่องจากเมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ ทรัพย์สิน กระเป๋า และของมีค่าตามสถานที่ออกกำลังสาธารณะในเขตพื้นที่อำเภอเมืองพิษณุโลก จำนวนหลายคดี ผู้บังคับบัญชา จึงได้สั่งการให้เร่งสืบสวนติดตามตัว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในสถานที่เกิดเหตุ และกล้องของทางราชการ พบว่าคนร้ายเป็นชายอายุ ประมาณ 40 ปี ตัดผมสั้น รูปร่างสัตทัด มีจุดเด่นคือ มีไฝอยู่ที่บริเวณหน้าผากด้านขวา ชอบแต่งชายชุดกีฬา และเชื่อว่าเป็นคนร้ายคนเดียวกันที่มาก่อเหตุในเมืองพิษณุโลก และจังหวัดข้างเคียง

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ติดตามมาโดยตลอด จากการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหามักจะเปลี่ยนสถานที่พักอาศัย
โรงแรม หรือห้องเช่ารายวัน โดยจะทิ้งทรัพย์สิน เช่น กระเป๋า บัตร เอกสารของผู้เสียหายไว้ และจอดรถจักรยานยนต์คันเก่าทิ้งไว้แล้ว ลักคันใหม่ไปใช้แทนตลอด

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก สามารถติดตามตรวจยึดรถจักรยานยนต์ และทรัพย์สินคืนแก่ผู้เสียหายได้จำนวนหลายคัน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุคือ นายสุพจน์ หรือเอส (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 199 ม. 7 ต.หัวนา อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานให้พนักงานสอบสวนออกหมายจับ  3 หมายจับ

ต่อมาเมื่อวันที่ 1 ก.พ.2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ได้รับแจ้งจาก น.ส.ชัชฎาภรณ์ จิตอนุกูล ผู้เสียหาย ว่าได้มีคนร้ายไม่ทราบว่าเป็นใคร ได้ลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามายา รุ่นแกรนด์ฟิลาโน่สีเทา ทะเบียน 1กฉ-8082 สุโขทัย และทรัพย์สินอื่นอีกหลายรายการ ที่ผู้เสียหายจอดอยู่บริเวณหน้าร้านทองใกล้กับร้านเพรียวคอสเมติก ถ.เอกาทศรถ ต.ในเมือง อ.เมืองจ.พิษณุโลก

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก จึงได้ไปที่เกิดเหตุและตรวจสอบกล้องวิดีโอวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ พบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นชาย มีตำหนิรูปพรรณคล้ายกันกับนายสุพจน์หรือเอส สีเหลื่อมใส ผู้ต้องหาตามหมายจับ ประกอบกับเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนีเป็นเส้นทางเดียวกัน ต่อมาเมื่อวันที่ 2 ก.พ.2565 เวลา 13.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ทราบว่าคนร้ายดังกล่าวได้หลบหนีมาพักที่โรงแรม The 24 Hotel เลขที่ 42/5 ม.6 ต.พระพุทธบาท อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก และสภ.พระพุทธบาท จว.สระบุรี จึงได้ร่วมกันจับกุมตัว นายสุพจน์
ๆ จำนวน 3 หมายจับ ดังนี้
1.ศาลแขวงพิษณุโลก ที่ จ88/2563 ลง 25 พ.ค.63 ข้อหา “ลักทรัพย์”
2.ศาลแขวงพิษณุโลก ที่ จ98/2563 ลง 9 มิ.ย.63 ข้อหา “ลักทรัพย์”
3.ศาลจังหวัดพิษณุโลก ที่ จ 290/2562 ลง16 ก.ย.62 ข้อหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน”

พร้อมด้วยตรวจยึดรถจักรยานยนต์ จำวน 2 คัน,เครื่อง ipad เสื้อผ้า และทรัพย์สินอื่น ๆ รวมทั้งกระเป๋า เสื้อผ้า ที่ผู้ต้องหาใช้ก่อเหตุลักทรัพย์อีกจำนวนหลายรายการ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสืบสวนขยายผลทราบว่า คนร้ายได้เคยก่อเหตุในพื้นที่ สภ.เมืองพิษณุโลก รวมจำนวน 8 คดี และพื้นที่อื่นหลายคดี เช่น อ.เมืองพิจิตร,อ.เมืองร้อยเอ็ด,อ.เมืองสิงห์บุรี,อ.เมืองชัยภูมิ เป็นต้น ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่ข้างเคียง เพื่อขยายผลเพิ่มเติมต่อไป