355

“ระเบิด”ท่าขี้เหล็กชายแดนไทยตาย 6 คน เจ็บระนาวชาวเมียนมากระเจิงเข้าฝั่งไทย

ท่าขี้เหล็กระอุ เสียชีวิตแล้ว 6 คนพบเป็นทหารเมียนมา 2 คน จากเหตุระเบิดในการชุมนุมครบรอบ 1 ปีรัฐประหารในประเทศเมียนมา พบผู้บาดเจ็บอีกกว่า 30 ราย ส่วนชายแดนไทยยังพบผู้ลักลอบข้ามพรมแดนอย่างต่อเนื่อง

วันที่ 2 ก.พ.65 จากเหตุระเบิดในช่วงครบรอบ 1 ปีการรัฐประหารในประเทศเมียนมา ที่ลานเอนกประสงค์ซันโยมะ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ห่างจากชายแดน อ.แม่สาย ประมาณ 300 เมตร เมื่อเที่ยงวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 6 คน และบาดเจ็บไม่ต่ำกว่า 30 คน แต่ยังไม่มีรายงานตัวเลขอย่างเป็นทางการ ในส่วนของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในท่าขี้เหล็กระบุว่ามีผู้เสียชีวิตเป็นชายเพียง 2 คน เป็นเจ้าหน้าที่ทหารที่ติดอาวุธเดินขบวนปะปนไปในกลุ่มผู้ชุมนุม โดยทหารทั้ง 2 นาย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุส่วนรายอื่นๆ ยังไม่มีระบุอย่างเป็นทางการ โดยพบว่ามีผู้บาดเจ็บสาหัส 6 คน ถูกส่งไปยังโรงพยาบาลเชียงตุงห่างจากท่าขี้เหล็กไปทางทิศเหนือประมาณ 168 กิโลเมตร ส่วนผู้บาดเจ็บทั่วไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลท่าขี้เหล็ก

สำหรับทหารที่เสียชีวิตทั้ง 2 นาย แต่งกายนอกเครื่องแบบเดินปะปนไปกับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยทหารทั้ง 2 นาย สะพายอาวุธปืน และมีอุปกรณ์สื่อสาร ทำให้ตกเป็นเป้าของกลุ่มต่อต้าน คาดว่ากลุ่มต่อต้านได้ส่งคนแฝงตัวเดินร่วมในเดินขบวนก่อนจะพบเห็นว่ามีทหารเดินปะปนมาจึงได้เกิดเหตุรุนแรงขึ้น โดยล่าสุดช่วงคืนที่ผ่านมาจนถึงวันที่ 2 ก.พ.65 ทหารเมียนมาได้นำกำลังออกมาตั้งด่านตรวจตามถนนหลัก ตั้งแต่บริเวณวงเวียนหน้าจุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 1 ใกล้กับจุดระเบิดไปจนถึงทางแยกสะพานข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 2 ที่ใช้เพื่อขนส่งสินค้าไทย-เมียนมา

ทางด้านชายแดนไทยที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อเวลา 15.45 น.วันที่ 1 ก.พ. 65 ที่ผ่านมา กำลังทหารจาก ร้อย.ม.2 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 2 กองกำลังผาเมือง ภายใต้การอำนวยการของ พ.อ.สุทธิ์เขตต์ ศรีนิลทิน ผบ.ฉก.ม.3 นำโดย พ.ท.จักรพงษ์ สอดสี ผบ.ควบคุมที่ 1 ฉก.ม.3 สั่งการให้ ร.อ.กิตติเดช กันคล้อย ผบ.ร้อยม.2 ฉก.ม.2 จัดกำลังพลบริเวณ บ้านผาฮี้ หมู่ 10 ต.โป่งงาม อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้ตรวจพบบุคคลต้องสงสัยเป็นหญิง 2 คน เดินอยู่บริเวณชายแดน จึงขอทำการตรวจค้น จากการสอบถามให้การรับสารภาพว่า เดินทางมาจากประเทศเมียนมา ได้ลักลอบเข้ามาในประเทศไทย เพื่อจะกลับภูมิลำเนา โดยเสียค่าจ้างให้กับผู้นำพาชาวเมียนมา คนละ 12,000 บาท ทางเจ้าหน้าที่จึงได้นำผู้ต้องหาส่งเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเชียงราย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป