เชียงราย สภ.บ้านดู่ จับร้านเหล้าฝ่าฝืนเปิดเกินเวลา

153

สภ.บ้านดู่ จับร้านเหล้าฝ่าฝืนเปิดเกินเวลา

วันที่ 27 ม.ค.65 เวลา 02.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดู่ ภายใต้การอำนวยการของ
พล.ต.ต.ชินวิช วิชัยธนพัฒน์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พ.ต.อ.รัฐพล น้อยช่างคิด ผกก.สส.ภ.จว.เชียงราย, พ.ต.อ.พีรพัทธ บุญพุทธ ผกก.สภ.บ้านดู่, พ.ต.ท.สุภาพ เขื่อนแก้ว รอง ผกก.สส.ฯ, พ.ต.ท.รฤชภล เมฆสงค์ รอง ผกก.ฯ

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม สภ.บ้านดู่ ประกอบด้วย พ.ต.ต.สรัญญู บุรีแก้ว สว.สส.สภ.บ้านดู่, พ.ต.ต.สุทธินันท์ อัญญประเสริฐ, ร.ต.อ.รุ่งโรจน์ พยาสม, ร.ต.อ.ศักดิ์ อรรถเดช, ร.ต.อ.ไชยศักดิ์ เขื่อนขันธ์, ด.ต.ชัยรัตน์ เพชรใหญ่, ด.ต.นิกรณ์ วิลัย, ด.ต.สองเมือง สมจิตร, ด.ต.ประวิทย์ เวียงคำ, ด.ต.หิรัญ สมสะอาด, ส.ต.อ.เดโชพล กันทัพ, ส.ต.ท.ศุภชัย ใจปาละ ได้จับกุม “ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มเปิดให้บริการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านโดยฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อจังหวัดเชียงราย และ จำหน่ายสุราให้แก่บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปี ” โดยมี นายพิษณุพงศ์ สงวนนามสกุล อายุ 26 ปี ชาว ต.ห้วยสัก อ.เมือง จ.เชียงราย เป็นเจ้าของร้าน แค้มปิ้งบาร์ เลขที่ 127 หมู่ 2 ต.ท่าสุด อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย

โดยการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับการร้องเรียนจากพลเมืองดีว่าร้านแค้มปิ้งบาร์เปิดให้ผู้ใช้บริการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลังเวลา 23.00 น. และมีการเปิดเพลงส่งเสียงดังเป็นประจำทุกวัน จึงได้เดินทางออกไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงบริเวณร้านเวลาประมาณ 02.00 น. พบว่ามีลูกค้าใช้บริการดื่มกินเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ภายในร้านจำนวน 42 คน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและได้ขออนุญาตทำการตรวจบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่เข้ามาใช้บริการในร้าน พบว่ามีผู้มาใช้บริการอายุไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์ และได้เข้ามาใช้บริการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำนวน 7 คน

จากนั้นสอบถาม นายพิษณุพงศ์ ได้แสดงตัวว่าเป็นเจ้าของร้านดังกล่าว และได้นำใบอนุญาตขายสุราประเภทที่ 2 มาแสดงแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพิจารณาแล้วว่าเป็นความผิด จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทราบและสิทธิให้ผู้ต้องหาทราบ ผู้ต้องหารับทราบ เข้าใจข้อกล่าวหาและสิทธิดีแล้วให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาในชั้นจับกุม จึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่ง พนักงานสภ.บ้านดู่เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป