ป.ป.ช.ภาค ๖ แถลง นอภ.-นายกเทศบาล-อบต.- ชป.-วธจ.-ผอ.๙ จังหวัด โดนไต่สวนยาวเป็นหางว่าว 

4265

ป.ป.ช.ภาค ๖ แถลง นอภ.-นายกเทศบาล-อบต.- ชป.-วธจ.-ผอ.๙ จังหวัด โดนไต่สวนยาวเป็นหางว่าว

วันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๕ เวลา ๑๓.๓๐ น. นายวิวัฒน์ เจริญฉ่ำ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค ๖ ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค ๖ เป็นประธานในการแถลงข่าวข้อมูลสถิติเรื่องที่อยู่ระหว่างการไต่สวนเบื้องต้นความคืบหน้าการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามการทุจริต และผลการปฏิบัติงานเชิงรุก ในลักษณะการป้องปรามเฝ้าระวังในเขตพื้นที่ภาค ๖ ณ ห้องประชุมสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกำแพงเพชร อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร

นายวิวัฒน์ เจริญฉ่ำ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค ๖ เปิดเผยว่า สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค ๖ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในระดับพื้นที่ ตลอดจนกำกับดูแล และช่วยเหลือสนับสนุนการดำเนินงานของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด ในเขตพื้นที่ภาค ๖ จำนวน ๙ จังหวัด และตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เห็นชอบให้ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค เป็นโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเป็นโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด และสำนักงาน ป.ป.ช. ยังได้เห็นชอบให้มีการแถลงข่าว หรือให้ข้อมูลต่อสื่อมวลชนในพื้นที่ของตนเอง เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานด้านปราบปรามการทุจริต ด้านการตรวจสอบทรัพย์สิน ด้านการป้องกันการทุจริต แสดงถึงความโปร่งใสในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

สำนักงาน ป.ป.ช. ทำให้ประชาชนสามารถติดตามและเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและมีส่วนร่วมในการแก้ไขหรือป้องกันการทุจริตได้ สำหรับสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค ๖ มีประเด็นการแถลงข่าว ๓ ด้าน ได้แก่ ข้อมูลสถิติเรื่องที่อยู่ระหว่างการไต่สวนเบื้องต้น ความคืบหน้าการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามการทุจริต และผลการปฏิบัติงานการป้องปรามเฝ้าระวังการทุจริตในเขตพื้นที่ภาค ๖ (ป้องนำปราบ) ดังนี้

๑. ข้อมูลสถิติเรื่องที่อยู่ระหว่างการไต่สวนเบื้องต้น เรื่องไต่สวนเบื้องต้นทั้งหมด ๒๕๐ เรื่อง โดยแบ่งออกเป็นเรื่องที่รับไว้ดำเนินการก่อนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ จำนวน ๕๘ เรื่อง และเรื่องที่รับไว้ไต่สวนข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ จำนวน ๑๙๒ เรื่อง

๒.ความคืบหน้าการปฏิบัติงานด้านการปราบปราม กรณีเรื่องไต่สวนเบื้องต้น ที่อยู่ระหว่างการดำเนินงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญและปรากฎข่าวสารตามสื่อต่าง ๆ ตลอดจนประชาชนให้ความสนใจ จำนวน๑๕ เรื่อง ได้แก่
๒.๑ เรื่องกล่าวหาร้องเรียนเจ้าหน้าที่ของรัฐ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านนา อำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร กรณีมีพฤติการณ์ในการกระทำความผิดโดยเรียกรับเงิน เพื่อแลกเปลี่ยนกับการเข้าทำงานเป็นพนักงานจ้าง ลูกจ้างเหมาบริการ มูลค่าความเสียหายไม่สามารถระบุได้

การดำเนินการ
สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค ๖ ได้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงและจากการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. พบว่ากรณีดังกล่าวมีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอจึงมีมติชี้มูลความผิดวินัย ส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการถอดถอน และชี้มูลความผิดอาญา ส่งเรื่องให้สำนักงานอัยการสูงสุดฟ้องต่อศาล

๒.๒ เรื่องกล่าวหาร้องเรียนเจ้าหน้าที่ของรัฐ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้บริหารท้องถิ่น และข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร กรณีมีพฤติการณ์เข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียหรือมีผลประโยชน์ทับซ้อนในการจ่ายเงินอุดหนุนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตรให้แก่สมาคมกีฬาจังหวัดพิจิตร ตามโครงการส่งเสริมและพัฒนากีฬาจังหวัดพิจิตร ประจำปี ๒๕๕๓ – ๒๕๕๕ มูลค่าความเสียหาย ๑๕,๖๕๔,๑๑๕.๑๒ บาท

การดำเนินการจากการไต่สวนข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเพียงพอ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติขี้มูล และส่งให้สำนักงานอัยการสูงสุดฟ้องคดี

๒.๓ เรื่องกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตำแหน่งเจ้ าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิษณุโลก กรณีมีพฤติการณ์เรียกรับสินบนนอกเหนือจากค่าธรรมเนียมตามระเบียบ เพื่อเป็นค่าดำเนินการอนุญาตแบบฟอร์มคำขอทำการแปรรูป และแบบฟอร์มคำขอรับใบอนุญาตหรือมีไว้ในครอบครอง เพื่อการค้าสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใด บรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้าม จำนวน ๒๓,๐๐๐ บาท แต่มีการนัดรับจำนวนแรก มูลค่าความเสียหาย ๔,๐๐๐ บาท

การดำเนินการได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาและเชิญผู้ถูกกล่าวหามารับทราบ

๒.๔ เรื่องกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าไม้ และนายกเทศมนตรีตำบลทับกฤช อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ กรณีมีพฤติการณ์นำรถแบ็คโฮไปก่อสร้างคันดินปิดกั้นแม่น้ำยมในพื้นที่ตำบลเกยไชย อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ โดยมิได้รับอนุญาตจากสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขานครสวรรค์ ตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. ๒๔๕๖ และที่แก้ไขมูลค่าความเสียหายไม่สามารถระบุได้

การดำเนินการ อยู่ระหว่างเสนอขออนุมัติแจ้งข้อกล่าวหาต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.

๒.๕ เรื่องกล่าวหาร้องเรียนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต ๓ กรณีมีพฤติการณ์เรียกรับเงินร้อยละ ๕ จากยอดการสั่งซื้อหนังสือของแต่ละโรงเรียน จากร้านที่ขายหนังสือ และผู้บริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพการศึกษา โรงเรียนท่าตะโก ๒(ชัยพฤกษ์) กรณีมีพฤติการณ์เรียกรับเงินร้อยละ ๒ จากผู้อำนวยการโรงเรียนที่ไม่ได้ซื้อหนังสือจากร้านขายหนังสือมูลค่าความเสียหายไม่สามารถระบุได้

การดำเนินการ
อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน
จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต ๓ และธนาคารกรุงไทย ตลอดจนบุคคลที่เกี่ยวข้อง

๒.๖ เรื่องกล่าวหาร้องเรียนเจ้าหน้าที่ของรัฐ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งวัฒนธรรมจังหวัดพิจิตร สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพิจิตร กรณีมีพฤติการณ์เรียกรับเงินอุดหนุนคืนจากวัดที่เข้าร่วมโครงการบรรพชาอุปสมบทสามณรภาคฤดูร้อน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ และโครงการกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ กิจกรรมค่านิยม ๑๒ ประการ โดยไม่มีกฎหมายหรือระเบียบใดมอบอำนาจให้ดำเนินการได้และนำเงินดังกล่าวจัดซื้อถุงยังชีพ เพื่อมอบคืนให้แก่วัดโดยมอบถุงยังชีพคืนน้อยกว่าที่วัดควรจะได้รับมูลค่าความเสียหาย ๓๓๐,๐๐๐ บาท

การดำเนินการ
คณะอนุกรรมการฯ ภาค ๖ มีมติรับไว้ไต่สวนเบื้องต้น ซึ่งอยู่ระหว่างคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติมอบหมายคณะไต่สวน

๒.๗ เรื่องกล่าวหาร้องเรียนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาลตะพานหินวิทยาคาร กรณีมีพฤติการณ์ตรวจรับพัสดุประกอบอาหารกลางวันเป็นเท็จและเบิกจ่ายค่าวัสดุอาหารกลางวันเกินกว่าความเป็นจริงมูลค่าความเสียหาย ๑๖,๗๗๐ บาท

การดำเนินการ
การประชุมคณะผู้ใต่สวนเบื้องต้นพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา
แล้ว ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างนำเสนอกรรมการ ป.ป.ช. ที่กำกับดูแล เพื่อพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา

๒.๘ เรื่องกล่าวหาร้องเรียนเจ้าหน้าที่ของรัฐ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่ง กับพวก รวม ๑๕ คน ในจังหวัดเพชรบูรณ์ กรณีมีพฤติการณ์เบิกจ่ายเงินค่าจ้างให้กับผู้รับจ้างจำนวน ๓ โครงการ ก่อนที่งานจะแล้วเสร็จมูลค่าความเสียหาย ๖๖๙,๔๐๐ บาท

การดำเนินการ
ดำเนินการสรุปสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริง เพื่อนำสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณา

๒.๙ เรื่องกล่าวหาร้องเรียนเจ้าหน้าที่ของรัฐ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครแม่สอดกับพวก กรณีมีพฤติการณ์แสวงหาผลประโยชน์เรียกรับเงินจากบุคคลผู้สมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นพนักงานครูเทศบาลนครแม่สอด ตำแหน่งครูผู้ช่วย ประมาณรายละ ๔๐๐,๐๐๐ – ๖๐๐,๐๐๐ บาท มูลค่าความเสียหาย ๓๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท

การดำเนินการ
อยู่ระหว่างรอจัดวาระการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อพิจารณาชี้มูลผู้อำนวยการกองการสวัสดิการและสังคม กับพวก

๒.๑๐ เรื่องกล่าวหาร้องเรียนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตำแหน่งนายอำเภอท่าสองยาง กับพวกกรณีมีพฤติการณ์ทุจริตโครงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อำเภอท่สองยาง จังหวัดตาก จำนวนมูลค่าความเสียหาย ๗๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท

การดำเนินการ
อยู่ระหว่างการสรุปสำนวนไต่สวนข้อเท็จจริง
๒.๑๑ เรื่องกล่าวหาร้องเรียนเจ้าหน้าที่ของรัฐ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่สุขเกษม อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย และเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโตนด อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย กรณีมีพฤติการณ์เรียกรับเงินโดยอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้สอบเข้าเป็นพนักงาน อบต. ขององค์การบริหารส่วนตำบลโตนด ได้มูลค่าความเสียหาย ๖๐๐,๐๐๐ บาท

การดำเนินการ
อยู่ระหว่างการสรุปสำนวนการไต่สวนเบื้องต้น
๒.๑๒ เรื่องกล่าวหาร้องเรียนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตำแหน่งผู้อำนวยการส่วนบริหารเครื่องจักรกลที่ ๒ สำนักเครื่องจักรกล กรมชลประทาน กรณีมีพฤติการณ์จ้างแรงงานเท็จและมีการเบิกจ่ายเงินค่าน้ำมันเชื้อเพลิงในการดำเนินโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำและอาคารประกอบพื้นที่ฝั่งขวาโครงการเขื่อนทดน้ำผาจุก พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นเท็จ
มูลค่าความเสียหาย ๓๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท

การดำเนินการ
อยู่ระหว่างขี้แจงแก้ข้อกล่าวหา

๒.๑๓ เรื่องกล่าวหาร้องเรียนเจ้าหน้าที่ของรัฐ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลภูน้ำหยด อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ กรณีมีพฤติการณ์นำชื่อบุคคลเข้ามาเป็นคู่สัญญากับ องค์การบริหารส่วนตำบลภูน้ำหยด โดยที่ไม่ได้เป็นผู้รับจ้างอย่างแท้จริง และไม่ได้มีการดำเนินโครงการจริง มีการเบิกจ่ายเงินโดยไม่ได้มีการจัดทำฎีกาและเอกสารประกอบฎีกามูลค่าความเสียหาย ๖,๒๓๔,๒๔๗.๘๐ บาท การดำเนินการอยู่ระหว่างสรุปสำนวนเพื่อนำเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณา

๒.๑๔ เรื่องกล่าวหาร้องเรียนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาชาวเขาจังหวัดอุทัยธานี กับพวก รวม ๔ คน ศูนย์พัฒนาชาวเขาจังหวัดอุทัยธานีในขณะนั้น กรณีมีพฤติการณ์ขออนุมัติจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง เป็นเงินจำนวน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อจ่ายให้กับชาวเขาในพื้นที่ จำนวน ๑,๐๐๐ ราย ๆ ละ ๓,๐๐๐ บาท แต่แท้จริงแล้วได้มีการจ่ายให้กับผู้มีสิทธิรับเงินรายละ ๑,๐๐๐ บาท โดยมีเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกันจัดทำเอกสารหลักฐานเป็นเท็จและร่วมกันเบียดบังเงินไปเพื่อประโยชน์ส่วนตนซึ่งเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการมูลค่าความเสียหาย
๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท

การดำเนินการ
ดำเนินการสรุปสำนวนการไต่สวนเบื้องต้นเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.
พิจารณา ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดวาระการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.

๒.๑๕ เรื่องกล่าวหาร้องเรียนเจ้าหน้าที่ของรัฐ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลตลุกคู่ กับพวก อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี กรณีมีพฤติการณ์ ดังนี้
๑) อนุมัติให้จ้างเหมาโครงการขยายท่อเมนประปา จำนวน ๑๖ ครั้ง วงเงินอนุมัติจัดจ้างครั้งละไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อหลีกเลี่ยงการจัดจ้างโดยวิธีสอบราคา
๒) จัดทำโครงการขยายท่อเมนประปาในพื้นที่ จำนวน ๑๖ สาย วงเงินงบประมาณแต่ละสายไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อเป็นการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง
๓) จัดทำเอกสารจัดซื้อจัดจ้างและสัญญาจ้างลักษณะการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง
๔) กรรมการตรวจการจ้างไม่ปฏิบัติหน้าที่ผู้ควบคุมงาน/คณะกรรมการตรวจการจ้างให้เป็นไปตามระเบียบพัสดุ โดยมี่การจัดทำรายงานว่าผู้รับจ้างทำงานถูกต้องครบถ้วน เป็นเหตุให้เทศบาลตำบลตลุกดู่ จ่ายเงินให้กับผู้รับจ้างทั้งที่ทำงานไม่ถูกต้องครบถ้วนตามบันทึกตกลงจ้างและเอกสารประกอบทำให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการมูลค่าความเสียหาย
๔๔๕,๐๕๙.๐๑ บาท

การดำเนินการ
คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้ส่งรายงานสำนวนการไต่สวนต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๖