192

“โรฮิงญา”สองแคว ล่องหนยังลึกลับดำมืด ขบวนการท้าทายความมั่นคง


กรณีหญิงชาว”โรฮิงญา” จำนวน 21 คน ได้หลบหนีหลุดรอดออกไปจากสถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์(บ้านสองแคว) จังหวัดพิษณุโลก หรือ สคม.ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลหนองกุลา อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด (CCTV) เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2564 ช่วงเวลา ประมาณ 02.00 น.และทิ้งหลักฐานไว้ข้างกำแพงรั้วเหลือให้ดูต่างหน้าเพียง”ผ้าอนามัยและรองเท้าแตะ”

ในเช้าวันเดียวกันนางสาวปิยะนุช แสนนก ผู้อำนวยการสถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์(บ้านสองแคว)จังหวัดพิษณุโลก หรือ สคม. ได้เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท. ประเจิด พุ่มโพธิ์ สว.(สอบสวน) สภ. นิคมสร้างตนเอง อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ว่า  เมื่อวันที่ 8 ต.ค.64 ได้รับตัวผู้เสียหายและผู้ติดตาม ชาวโรฮีนญา จำนวน 21 คน ไว้อยู่ในความดูแลหลบหนีออกจากสถานคุ้มครองฯ

ต่อมาในวันที่ 25 ธันวาคม 2564 นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) จึงรีบรุดเดินทางไปตรวจสถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์(บ้านสองแคว) จังหวัดพิษณุโลก หรือ สคม.เพื่อตรวจติดตามความคืบหน้าและหาข้อเท็จจริง

โดยมีพ.ต.อ.ธีรเดช แจ่มแจ้ง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก (รอง ผบก.ภ.จว.พ.ล.) พ.ต.ท.รักษพงษ์ วังใน (สอบสวน) สภ.นิคมสร้างตนเอง พ.ต.ท.มนตรี เจริญภัทราวุฒิ รอง ผกก.สส.สภ. นิคมสร้างตนเอง
พ.ต.ท.ปฏิพล มหัทธนวิศิษฎ์ รอง ผกก.ป และพ.ต.ท.วิรัตน์ โมสกุล สวป.สภ. นิคมสร้างตนเอง รวมทั้งนางสาวปิยะนุช แสนนก ผู้อำนวยการสถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์(บ้านสองแคว) ให้การต้อนรับรายงานความคืบคดี มีบุคคลสำคัญที่ขาดหายไปกล่าวคือ พ.ต.อ. ประวิทย์ แหวนหล่อ ผกก.สภ. นิคมสร้างตนเอง เนื่องจากอยู่ในช่วงวันลากิจ ระหว่างวันที่ 24 -27 ธันวาคม 2564 พอดิบพอดี

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากวันที่ 8 ตุลาคม 2564 สคม.บ้านสองแคว ได้รับตัวผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ จำนวน 15 คน และผู้ติดตามผู้เสียหายฯ จำนวน 5 คน รวมจำนวน 20 คน ต่อมาวันที่ 4 พ.ย.64 สภ.แม่สอด จ.ตาก ได้ขอส่งตัวผู้ติดตามผู้เสียหายฯ ซึ่งเป็นบุตรของผู้เสียหายฯ จำนวน 1 คน เข้ารับการคุ้มครอง รวมทั้งสิ้น 21 คน

วันที่ 7 ธ.ค.64 สคม.บ้านสองแคว ได้ประสานติดตามความคืบหน้าทางคดีกับ สนง.อัยการสูงสุด ได้รับการแจ้งทางวาจาว่าสั่งไม่ฟ้องในความผิดฐานค้ามนุษย์ และได้ทำเป็นหนังสือเพื่อขอรายงานผลการพิจารณาและอัยการแม่สอด ได้ส่งหนังสือแจ้งผลการดำเนินคดีและคำสั่งอัยการสูงสุด โดยผลการดำเนินคิดีและคำสั่งอัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้องในความผิดฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์และฐานร่วมกันกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ แต่ศาลจังหวัดแม่สอดพิพากษา เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 64 ว่าจำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ตามหนังสือที่ อส 0058(แม่สอด)/3016 ลงวันที่ 20 ธ.ค.64

วันที่ 20 ธ.ค.64 สคม.บ้านสองแคว ได้ทำหนังสือด่วนที่สุด แจ้ง สภ. แม่สอด ทราบผลการดำเนินคดี และขอให้มารับตัวบุคคลต่างด้าวโรฮีนจา จำนวน 21 คน กลับไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากไม่ใช่ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์แล้วแต่เป็นผู้ต้องหาหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฏหมายตามคำสั่งอัยการสูงสุด

วันที่ 24 ธ.ค.64 ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่เวรประจำวันว่าบุคคลต่างด้าว จำนวน 21 คนได้หลบหนีออกนอกสถานโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงได้ดำเนินการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นิคมสร้างตนเอง อำเภอบางระกำ เพื่อเข้ามาตรวจสอบและติดตามบุคคลดังกล่าวร่วมกับเจ้าหน้าที่ของ สคม.บ้านสองแคว พร้อมทั้งได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

รายงานล่าสุด จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนระดับจังหวัดและตำรวจภูธรภาค 6 ระดมเร่งติดตามไล่ล่าอย่างกระชั้นชิด แต่คงยังไร้วี่แวว ไม่สามารถจับกุมหญิงชาวโรฮิงญาได้เลยแม้คนเดียว

ด้านนายจุติ ไกรฤกษ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ ต้องกลับมาถอดบนเรียน เกิดขึ้น เพราะว่ามีการวางแผน ช่วยเหลือจากบุคคลภายนอก ฉะน้ันต้องศึกษาจุดอ่อน เหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว ย้อนเหตุการณ์ไม่ได้แต่จะต้องทำอย่างไร

เพราะสถานที่แห่งนี้ สร้างขึ้นมาเพื่อเยียวยา ไม่ใช่สถานที่ควบคุมกักขัง เพียงแต่มาทำดัดแปลง กึ่งควบคุมกักขัง ซึ่งดูจากด้านกายภาพภาพแล้ว มีจุดอ่อนมาก วันนี้ต้องอาศัยความชำนาญของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนสอบสวน

ทว่าการหลบหนีเดินเท้าออกจากสถานพักพิงและกักกัน จำนวน 21 คน เดินชักแถวลอยนวลหวังไปตายเอาดาบหน้าคงเป็นไปได้ยากยิ่ง

แม้ว่าจะเป็นช่วงกลางคืนก็ตาม คาดว่าจะมีรถยนต์มารับเนื่องจากมีพยานผู้หนึ่งให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสอบสวนสืบสวนว่าได้ยินเสียงรถยนต์จอดติดเครื่องในระยะไกลในช่วงวันเวลาดังกล่าว

สอดคล้องกับนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พม.ลงพื้นที่ตรวจสอบกล่าวว่า”ประเมินแล้ว คน 21 คนเดินทางไปพร้อมๆกันโดย ไม่มียานพาหนะคงยากมาก  โดยไม่ตัดประเด็นใดออกไป ดูทั้งประวัติและพฤติการณ์ทุกคน ก่อนหน้า 2 สัปดาห์จนกระทั่งเกิดเหตุหลบหนีเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นเรื่องระหว่างประเทศ รักษาผลประโยชน์ของประเทศและองค์กร”นายจุติ กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า ทางการสืบสวนมีเบาะแสว่าช่วงวันเวลาการหลบหนีของโรฮิงญา ทั้ง 21 คน มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าน่าจะมีบุคคลที่อาจมีส่วนรู้เห็นและสมคบคิดกับขบวนการหรือไม่ แม้การตัดสินศาลพิพากษาว่ามิใช่การค้ามนุษย์ แต่ทว่าการหลบเข้าเมืองผิดกฎหมายนั้น มีการจับกุมได้อย่างต่อเนื่องในจังหวัดชายแดนภาคเหนือที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน และผู้ถูกจับกุมสารภาพเสียค่านำพาในการข้ามแดนหัวละ 13,000 -26,000 บาท

การหลบหนีของ “โฮริงญา”ในครั้งนี้ หลายฝ่ายเชื่อมั่นว่ามีขบวนการที่ให้การสนับสนุนทั้งภายนอกภายในนัดแนะวันเวลาหลบหนี มิฉะนั้นคงมิกล้าท้าทายการลำเลียงที่สุ่มเสี่ยงสูง เพราะอยู่ห่างจากโรงพักเพียง 1 กิโลเมตร