ผบ.กกล.นเรศวร ตรวจชายแดนย้ำความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินคนไทย-ช่วยผู้หนีภัย

130

ผบ.กกล.นเรศวร ตรวจชายแดนย้ำความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินคนไทย-ช่วยผู้หนีภัย


วันที่ 27 ธันวาคม 2564  พลตรีประสาน   แสงศิริรักษ์  ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร  พร้อมด้วยพันเอกณรงค์ชัย  เจริญชัย  ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ลงพื้นที่ มอบสิ่งของปลอบขวัญแก่ ครอบครัวนางสาวสุนีย์  อาชาสุขสันต์  บ้านเลขที่ 155/1 หมู่ 5 ตำบลพบพระ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก

สืบเนื่องจากกรณีกระสุนปืน การสู้รบในฝั่งเมียนมา ตกใส่หลังคาบ้าน จนได้รับความเสียหาย  ซึ่งไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ทหารจะเร่งเข้าซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในทันที

พลตรีประสาน  แสงศิริรักษ์  ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร กล่าวว่า สำหรับ สถานการณ์ชายแดน พื้นที่ตรงข้าม อำเภอแม่สอดและอำเภอพบพระ  จังหวัดตาก  ทางฝ่ายเมียนมา และกองที่เคลื่อนไหวต่อต้าน   ยังคงมีการสู้รบกันอยู่   แต่ทั้งสองฝ่ายมีการระมัดระวังมากขึ้น  ในการที่จะไม่ให้มีกระสุนปืนตกลงมา ยังฝั่งไทย

สำหรับประเทศไทยเราไม่ใช่คู่ขัดแย้ง  ซึ่งการสู้รบเป็นปัญหาภายในของประเทศเมียนมา   หากมีกระสุนปืนตกลงมายังฝั่งไทย  เรามีมาตรการการแจ้งเตือน โดยการใช้กระสุนควันก่อน  พร้อมประท้วงผ่านช่องทางคณะกรรมการส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา หรือ ทีบีซี  และตอบโต้กรณีที่มีกระสุนตกลงมายังฝั่งไทย

สำหรับหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ได้ ร่วมกับฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ในการดูแลชีวิตและทรัพย์สินของราษฏรชาวไทย  ซึ่งถือเป็นงานหลักของฝ่ายทหารอยู่แล้ว  ในการป้องกันอธิปไตย  และดูแลความปลอดภัย   สำหรับราษฏรไทย   ซึ่งได้พูดคุยกับทางผู้ใหญ่บ้าน บ้านหมื่นฤาชัย หมู่ 5 ตำบลพบพระ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก   เพื่อความปลอดภัย  ได้ให้ราษฏรทำหลุมหลบภัย ในพื้นที่ไว้ ซึ่งพบว่าราษฏรบางส่วนได้ทำไว้อยู่แล้ว   แต่ก็อยากให้ทำไว้ทุกหลังคาเรือน  เพื่อความปลอดภัยในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน  ซึ่งกรณีหากว่า รู้ล่วงหน้า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะขยับคนไทย ไปยังพื้นที่ที่เราเตรียมไว้ ห่างจากหมู่บ้านไป เพื่อความปลอดภัย  ซึ่งเจ้าหน้าที่จะให้การดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของราษฏรชาวไทย อย่างดีที่สุด ในทุกพื้นที่

ส่วนผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา โดยเฉพาะในพื้นที่หมู่บ้านทิบาโบ พื้นที่ตรงข้ามอำเภอพบพระ  จังหวัดตาก  พบว่าราษฏรชาวเมียนมา ส่วนใหญ่ จะอาศัยอยู่ในพื้นที่บริเวณริมแม่น้ำเมย  ประมาณ 350 คน เตรียมที่จะข้ามมายังฝั่งไทย   ซึ่งพื้นที่ดังกล่าว ยังคงมีความปลอดภัยอยู่ ที่ผ่านมา ฝ่ายไทยได้มีการส่งสิ่งของมอบช่วยเหลือตามหลักสิทธิมนุษยชน   มีการประสานงาน ระหว่างผู้ใหญ่บ้านทั้งสองฝั่ง   โดยหากไม่มีเหตุการณ์ใดๆ ที่ส่งผลกระทบ ก็อยากให้พักคอยอยู่ในฝั่งเมียนมาก่อน   แต่ถ้าหากเกิดเหตุการณ์ ในพื้นที่ ก็สามารถเข้ามาในพื้นที่ปลอดภัย  ในฝั่งไทยได้  ซึ่งได้มีการเตรียมพื้นที่ไว้แล้ว
ในส่วนของผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมาที่อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว ทั้งอำเภอแม่สอดและอำเภอพบพระ รวมประมาณ 4,788 คน     เราก็ดูแลตามหลักมนุษยธรรมสากล  มีหน่วยงานต่างๆ ดูแล โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารเป็นหน่วยหลัก   การรับสิ่งของช่วยเหลือมีศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัดตาก การเป็นหน่วยหลัก มอบหมายให้ทางอำเภอแม่สอดและอำเภอพบพระ เป็นผู้กำกับดูแล

ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร  กล่าวอีกว่า    พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว คอกวัวมหาวันเมยโค้ง ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ถือเป็นพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว ที่ให้การช่วยเหลือ ผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา  ได้ข้ามมาอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เรากำหนดไว้   ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ทหารเป็นหน่วยงานหลักในการให้การดูแล    โดยได้ประสานความร่วมมือกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 33 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา  สาธารณสุขอำเภอแม่สอด  ตลอดจน กำนันผู้ใหญ่บ้าน อส.กร.  ที่ร่วมให้การช่วยเหลือ ปัจจุบันมีผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา จำนวนประมาณ  3,625 คน  ได้รับการช่วยเหลือ ตามหลักสิทธิมนุษยธรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง อุปโภค บริโภค น้ำดื่ม ยารักษาโรค รวมถึงการคัดกรองเรื่องโรคโควิด 19  ด้วย ตรงนี้เราไม่อยากให้ บุคคลภายนอก ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องสื่อมวลชน  หรือองค์กร NGO ต่างๆ ที่จะเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าว  เนื่องจากคำนึงเรื่องของความปลอดภัย โดยเฉพาะเรื่องโควิด 19

สำหรับการบริจาค หรือการสนุนสนับต่างๆ ที่จะช่วยเหลือ  ผู้หนีภัยจากความไม่สงบชาวเมียนมา  โดยผ่านศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัดตาก  ผ่านทางอำเภอแม่สอด ปัจจุบันสิ่งของมีจำนวนมากและเพียงพอ ในการดำเนินการ  จากการพบปะหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทราบว่าความเป็นอยู่กันค่อนข้างค่อนดี อาหารการกินต่างๆ เพียงพอ  มีเจ้าหน้าสาธารณสุขให้การดูแลเรื่องสุขอนามัย  ซึ่ง เกินขั้นขีดความสามารถก็ส่งดูแลที่โรงพยาบาลแม่สอด
ปัจจุบัน หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 33 สนับสนุนรถบรรทุกน้ำอเนกประสงค์ ความจุ  6พันลิตร จำนวน 1 คัน และรถประปาสนามเคลื่อนที่ จำนวน 1 คัน ร่วมกับ เทศบาลตำบลแม่ตาว สนับสนุนน้ำประปาสะอาด ให้กับพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว คอกวันมหาวันเมยโค้ง  จำนวน 1 เที่ยว/วัน รวม  24,000  ลิตร เพื่อใช้ในการอุปโภค – บริโภค ตามร้องขอ ตลอดจนรถผลิตแสงสว่างจากโซล่าร์เซลล์   เช่นเดียวกับ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตาก สาขาแม่สอด ได้ประสานการปฏิบัติร่วมกับ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 8 กำแพงเพชร ในการบริการน้ำดื่ม  ซึ่งสนับสนุนรถผลิตน้ำดื่มขนาด 1พันลิตร/ชั่วโมง จำนวน 1 คัน