พิษณุโลก มีขบวนการรอรับ “โรฮิงญา”หลบหนีทิ้งรองเท้าไว้ดูต่างหน้าตร.ยังคว้าน้ำเหลว

311

พิษณุโลก มีขบวนการรอรับ “โรฮิงญา”หลบหนีทิ้งรองเท้าไว้ดูต่างหน้าตร.ยังคว้าน้ำเหลว

วันที่ 25 ธันวาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีหญิงชาวโรฮิงญา จำนวน 21 คนหลบหนีจากสถานคุ้มครอง ชาวโรฮิงญา หลบหนีจาก สถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ (บ้านสองแคว) ตำบลหนองกุลา อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจจัดกำลังออกติดตามอย่างเร่งด่วน แต่ยังไม่สามารถพบกลุ่มโรฮิงญา ทั้ง 21 คน

วันที่ 24 ธ.ค.64 เวลาประมาณ 10.00 น. น.ส.ปิยะนุช แสนนก ผู้อำนวยการสถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากคดีค้ามนุษย์(บ้านสองแคว) หมู่ 17 ตำบลหนองกุลา อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก  เข้าแจ้งความต่อพ.ต.ท.ประเจิด พุ่มโพธิ์ สว.(สอบสวน) สภ. นิคมสร้างตนเอง อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ว่า  เมื่อวันที่ 8 ต.ค.64 ได้รับตัวผู้เสียหายและผู้ติดตาม ชาวโรฮีนจา จำนวน 21 คน ไว้อยู่ในความดูแล

ต่อมาเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.2564 เวลาประมาณ 10.00 น.นางสาวได้แจ้งว่า ชาวโรฮีนจา เป็นหญิงจำนวน 21 คน ได้รับไว้ดูแลได้หลบหนีออกจากบ้านสถานคุ้มครองฯ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.64 ช่วงเวลาประมาณ 04.00- 06.00 น. ยังไม่สามารถติดตามกลับมาได้ จึงได้มาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน
เพื่อจะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่ากลุ่มชาวโรฮิงยา ดังกล่าวถูกส่งตัวเจ้าสถานคุ้มครองสวัสดิภาพบ้านสองแคว  เมื่อวันที่ 8 ต.ค.64 จำนวน 21 คน

ต่อมา เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2564 ที่ผ่านมา อัยการสูงสุดได้มีคำสั่งเด็ดขาด สั่งไม่ฟ้อง กลุ่มชาวโรฮิงยาดังกล่าว ในฐานสมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ และฐานร่วมกันกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์

อย่างไรก็ตามศาลแม่สอด จังหวัดตากได้พิพากษา เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.2564 จึงทำให้กลุ่มชาวโรฮิงญา จึงไม่ใช่ผู้ได้รับความเสียหาย และสิ้นสภาพความคุ้มครอง เปลี่ยนเป็นผู้ต้องหาหลบหนีเข้าเมือง

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ทั้งนี้ในวันที่ 20 ธ.ค.2564  สถานคุ้มครองฯ ได้ทำหนังสือแจ้ง สภ.แม่สอด ให้ดำเนินการรับตัว ชาวโรฮิงยา ทั้ง 21  คนภายในวันที่ 30 ธ.ค.2564  เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

แหล่งข่าวคนหนึ่งเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2564 มีชาวโรฮิงญา เข้ามาขอเยี่ยมชาวโรฮิงญาภายในสถานคุ้มครองฯ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ให้เยี่ยม วันที่ 24 พ.ย.ใช้โทรศัพท์ โทรหาเจ้าหน้าที่สถานคุ้มครองฯ และได้สอบถามชื่อชาวโรฮิงญา ว่าได้อยู่ในสถานคุ้มครองฯ หรือไม่ และได้แจ้งว่าได้หมายเลขโทรศัพท์มาจาก นายชาลี ซึ่งเป็นชาวเมียนมา ประกอบอาชีพขายโรตี อยู่ในตลาดเทศบาลตำบลบางระกำ  จังหวัดพิษณุโลก และชุดสืบสวนติดตามเข้าไปสอบถาม แต่ไม่พบนายชาลีฯ พบเพียงภรรยา ชื่อนาวคิ้มกับบุตรสาวขายโรตีอยู่เพียง 2 คน

โดยนางคิ้มฯแจ้งว่า นายชาลีฯ เดินทางไปละหมาดพื้นที่ จังหวัดพิจิตร

สำหรับการตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ที่มีใช้โทรเข้าสอบถามเจ้าหน้าที่สถานคุ้มครองฯ  พบว่าเป็นของหญิงคนหนึ่งมีภูมิลำเนาในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา

เมื่อวันที่  ธันวาคม ที่ผ่านมา มีนายชมพู วังมานี ได้นำอาหารมาให้ ชาวโรฮิงญา และขับขี่รถจักรยานยนต์ ตรสจสิบหมายเลขทะเบียน พบว่าเป็นของนางสรวง(นามสมมุติ) มีภูมิลำเนาตำบลท่านางงาม อำเภอบางระกำ

ข่าวแจ้งว่า จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ได้พบรอยเท้าเปล่าอยู่บริเวณด้านหลัง สถานคุ้มครองฯ คาดว่าน่าจะเป็นของกลุ่มชาวโรฮิงยา และมีชาวบ้านละแวกใกล้เคียงเห็นรถมาจอดรอ บริเวณดังกล่าวช่วงเวลาประมาณ 03.00-05.00 น.