รัฐบาลเมียนมา เคลื่อนรถถังเข้าพื้นที่ปะทะกระเหรี่ยงใกล้พรหมแดนไทย ผู้ลี้ภัยหนีการสู้รบข้ามฝั่งต่อเนื่อง

294

รัฐบาลเมียนมา เคลื่อนรถถังเข้าพื้นที่
ปะทะกระเหรี่ยงใกล้พรหมแดนไทย
ผู้ลี้ภัยหนีการสู้รบข้ามฝั่งต่อเนื่อง

วันที่ 23 ธันวาคม 2564 รายงานข่าวตามที่ได้เกิดเหตุการณ์การสู้รบในประเทศเมียนมา ในพื้นที่ตรงข้ามจังหวัดตาก ของประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 16 – 18 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา ได้เกิดการปะทะกันหลายครั้ง ระหว่างทหารเมียนมา กับกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Liberation Army : KNLA) กองพลน้อยที่ 6 ในพื้นที่บ้านเลเก้ก่อ จังหวัดเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ด้านตรงข้าม ตำบลแม่ตาว อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ทำให้มีผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา (ผภสม.) ได้อพยพข้ามมายังฝั่งไทย

ในการนี้ พลโทอภิเชษฐ์  ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3ได้มอบหมายให้ กองกำลังนเรศวร รับผิดชอบอำนวยการดูแล ผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา (ผภสม.) ร่วมกับศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัดตาก ให้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว ในพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก 3 แห่ง ได้แก่ บ้านแม่ตาวกลาง, บ้านดอนไชย และ บ้านมหาวัน

โดยได้ดำเนินการตามหลักมนุษยธรรม มีรายละเอียดดังนี้
1. ศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัดตาก, จังหวัดตาก, กองกำลังนเรศวร และ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมดูแล ความเป็นอยู่ขั้นพื้นฐานในการดำรงชีพ โดยมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา (ผภสม.) ตามหลักมนุษยธรรม
2. โรงพยาบาลแม่สอด จัดแพทย์ พยาบาล เข้าดูแลและให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้เจ็บป่วยในพื้นที่
3. ศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัดตาก ร่วมกับ กองกำลังนเรศวร อำนวยความสะดวกในการจัดยานพาหนะ รับ-ส่ง ผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา (ผภสม.) ในการเดินทางกลับภูมิลำเนา โดยความสมัครใจ
4. กองกำลังนเรศวร จัดกำลังพล และ ยุทโธปกรณ์ ในการดูแลรักษาความปลอดภัย สถานที่พักพิงของ    ผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา (ผภสม.) เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยในพื้นที่

ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2564 สถานการณ์ปะทะภายในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ได้เริ่มคลี่คลายลงตามลำดับ ผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา (ผภสม.) ได้ทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาโดยความสมัครใจไปแล้ว จำนวน 1,308 คน คงเหลือผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา (ผภสม.) ในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว จำนวน 3,472 คน ที่ยังรอการเดินทางกลับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาในโอกาสต่อไป

ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชนทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่าการบูรณาการกำลังป้องกันชายแดนเพื่อปกป้องอธิปไตย และพิทักษ์ผลประโยชน์ของชาติ จะได้ดำเนินการอย่างเข้มข้น เพื่อให้พี่น้องคนไทยทุกคนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งสร้างความมั่นคงให้ประเทศชาติสืบไป

ล่าสุดวันที่ 23 ธันวาคม 2564 รายงานข่าวเพิ่มเติมจากชายแดนอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก สถานการณ์การสู้รบในพื้นที่อำเภอซูการี จังหวัดเมียวดี พื้นที่ตรงข้ามอำเภอพบพระ ไม่พบการสู้รบเพิ่ม และ ไม่กระทบต่อพื้นที่ฝั่งไทย  ด้านเจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือต่อเนื่อง ขณะที่ผู้หนีภัยความไม่สงบสมัครใจกลับเพิ่ม

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การสู้รบระหว่างกองกำลังทหารเมียนมาและชนกลุ่มน้อย ในพื้นที่อำเภอซูการี พื้นที่ตรงข้ามบ้านหมื่นฤาชัย  หมู่ 5  ตำบลพบพระ  อำเภอพบพระ จังหวัดตาก   จนส่งผลทำให้มีผู้หนีความไม่สงบชาวเมียนมา  ล่าสุดจำนวนประมาณ  268 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็ก ผู้หญิงและผู้สูงอายุ  อพยพ ข้ามแดน เข้ามาในฝั่งไทย เจ้าหน้าที่ต้องใช้พื้นที่ศาลาวัดบ้านหมื่นฤาชัย เป็นพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว   พร้อมให้การช่วยเหลือทั้งที่พัก และอาหาร ทั้ง 3 มื้อ ซึ่งเป็นการช่วยเหลือตามหลักสิทธิมนุษยชน  ส่วนสถานการณ์การสู้รบในพื้นที่ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานการเกิดการสู้รบเพิ่ม  ซึ่งในพื้นที่บริเวณชายแดน ฝั่งไทย ไม่ได้รับผลกระทบ จากการสู้รบในครั้งนี้ โดยเฉพาะราษฏรในพื้นที่บ้านหมื่นฤาชัย ยังคงใช้ชีวิตตามปกติ แต่ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 กองกำลังนเรศวร ยังจัดกำลังรักษาอธิปไตย และดูแลความปลอดภัยแก่ราษฏร ตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะที่การช่วยเหลือผู้หนีภัยความไม่สงบจากฝั่งเมียนมา   บริเวณพื้นที่บ้านดอนไชย อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก  นายศรศักดิ์  ดวงมณี นายกเทศมนตรีตำบลแม่ตาว  ยังคงต้องให้การช่วยเหลือ ผู้หนีภัยจากความไม่สงบจากฝั่งเมียนมา  โดยเฉพาะกลุ่มคนไทย  ที่อาศัยในฝั่งเมียนมา  ที่ต้องอพยพข้ามแดนเข้ามาในฝั่งไทย  ซึ่งยังคงไม่มั่นใจในความปลอดภัยจากการสู้รบในฝั่งเมียนมา  จึงขออาศัยบ้านเรือนของญาติพี่น้อง ในฝั่งไทยก่อน ทั้งนี้ทางเทศบาลตำบลแม่ตาว จึงได้มีการนำผ้าห่ม ข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่ม และเครื่องอุปโภคบริโภค ที่จำเป็น เพิ่มเติม ช่วยเหลือให้แก่ประชาชนกลุ่มดังกล่าว อีกกว่า 100 ชุด

อย่างไรก็ตามสำหรับผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา มีการแจ้งความประสงค์เดินทางกลับประเทศเพิ่ม  โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 กองกำลังนเรศวร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อำนวยความสะดวกในการส่งกลับ   ซึ่งล่าสุด มีผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา ที่พักพิงในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว  ทั้งอำเภอแม่สอดและอำเภอพบพระ  คงเหลือ จำนวน 3,702 คน