2439

ผู้ว่าฯ พิษณุโลก “เต้น” สั่งสอบธนาคารหมู่บ้านอำเภอนครไทย เบิกเงินไม่ได้ จี้หยุดผู้นำกร่างบุกข่มขู่ถอนเรื่องร้องเรียน

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีนางยุพิน นาคกลม  ชาวบ้าน ต.นาบัว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก และผู้เสียหายจำนวนหนึ่งได้นำรายชื่อหางว่าวเดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายอธิปไตย ไกรราช ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิษณุโลก เพื่อขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ตรวจสอบข้อเท็จจริง”ธนาคารหมู่บ้าน ตามแนวพระราชดำริ ศูนย์สาธิตบริหารเงินระดับหมู่บ้าน” ตำบลนาบัว อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก เนื่องจากมีผู้นำเงินไปฝากในพื้นที่อำเภอนครไทย นับ 100 ล้านบาท แต่ไม่สามารถเบิกเงินออกมาใช้ได้ในยามเดือดร้อนจำเป็น  โดยคณะกรรมการธนาคารหมู่บ้านฯ อ้างเหตุผลต่างๆมาตามลำดับ จึงนำมาสู่การร้องเรียนในที่สุด เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2564  ที่ผ่านมา

ต่อมาเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2564 นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้มอบหมายให้นายศักดิ์ชัย คุณานุวัฒน์ชัยเดช  รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ออกคำสั่งให้นายนิสิต สวัสดิเทพ นายอำเภอนครไทย  ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วนแล้ว

อย่างไรก็ตาม จนกระทั่งเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา มีผู้นำท้องที่คนหนึ่งของอำเภอนครไทย ที่มีอิทธิพลสูงและนับว่าเป็นผู้กว้างขวาง ได้นำรายชื่อผู้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมไปติดตามข่มขู่และกดดันถึงบ้านพักให้ลบข่าวที่เผยแพร่ทางสื่อมวลชน และถอนเรื่องร้องเรียน ซึ่งสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ร้องเรียนเป็นอย่างมาก จึงเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางว่าผู้นำท้องที่คนดังกล่าว เข้าไปเกี่ยวข้องเรื่องร้องเรียนอย่างไร ทั้งที่ไม่ได้ระบุชื่อใครและเพียงมีความจำเป็นต้องการใช้เงินแต่เบิกไม่ได้เท่านั้น

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับเงินธนาคาร ตามพระราชดำริ ศูนย์สาธิตบริหารเงินระดับหมู่บ้าน เป็นเงินที่นายโกศล ไกรฤกษ์ อดีต ส.ส.พิษณุโลก หลายสมัยบิดา นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(รมว.พม.) ได้มอบไว้ให้เป็นเงินกองทุนหมุนเวียนภายในหมู่บ้าน จำนวนเงิน 50,000 บาท ตั้งแต่ปี 2543

ด้าน นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า พอเราได้ทราบเรื่องจากศูนย์ดำรงธรรมได้มอบหมายให้ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดดูแล ท่านดูแลศูนย์ดำรงธรรม ได้มีการจัดตั้งกรรมการ โดยมีนายอำเภอเป็นประธาน เนื่องจากช่วงนี้จะมีเรื่องของการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น นายอำเภอบอกว่าหลังจากที่เลือกตั้งแล้วเสร็จ วันจันทร์นี้ก็จะเข้าไปสอบข้อเท็จจริง เพราะว่ามีข้อมูลบางอย่างที่จะต้องเข้าไปสอบ ข้อมูลเบื้องต้นที่นายอำเภอได้รายงานด้วยวาจา ธนาคารหมู่บ้านดำเนินกิจการมาเป็นเวลานานแล้ว 20 ปี ธนาคารแห่งนี้ตอบสนองกับคนในหมู่บ้าน แล้วมีหมู่บ้านข้างใกล้เคียง เป็นแหล่งธุรกรรมที่พี่น้องประชาชนสามารถกู้ไปประกอบอาชีพ หรือไปใช้ในยามเงินขาดมือ แล้วก็มีผลดำเนินการไปได้ เรียกว่าดำเนินกิจการมาได้ด้วยความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชน

“มีการมาฝากเงินจำนวนมาก หลักร้อยล้าน หลักๆ เป็นธุรกิจกู้ไปใช้คืน ในเรื่องที่มีการร้องเรียน ว่ามีการทุจริตจริงไหม เป็นตรงไหนขึ้นต้องจัดการ อยากให้ดูเป็นส่วนๆ ภาพรวมของธนาคารแห่งนี้   ยังเข้มแข็งเขายังดำเนินกิจการที่ตรงไปตรงมา อาจมีเจ้าหน้าที่หรือใครบางคนที่ทุจริต ต้องไปจัดการตรงนั้น เพราะว่าผมเชื่อว่า การทำงานของธนาคารหมู่บ้านแห่งนี้ทำมา 20 ปี นั้นแปลว่ามันมีความเข้มแข็งพอสมควรอยู่แล้ว แต่ว่าก็อาจเป็นไปได้ คนที่ดำเนินการ คณะกรรมการคนกลาง อาจมีผลอะไรบางอย่างหรือเปล่า ที่ทำให้คนขาดความเชื่อมั่น “ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าว

นายรณชัย กล่าวด้วยว่า ทราบว่าเงินตั้งต้นของธนาคารแห่งนี้ มีอดีตสมาชิกผู้แทนราษฎร ท่านได้กรุณาเห็นความสำคัญได้ให้เงินทุนตั้งต้น เราจะต้องรักษาสิ่งเหล่านี้ไว้ให้ยังคงอยู่ได้ ที่พี่น้องประชาชนเป็นที่พึ่งได้ ทำให้พี่น้องประชาชนรู้จักการเก็บออม จัดการบริหารเงิน รู้จักการทำธุรกิจ เรื่องของการบริหาร สะดวกกับพี่น้องประชาชนที่จะกู้ยืม เพราะว่าทราบว่าพี่น้องประชาชนเรื่องหลักทรัพย์ หลักประกัน จะไปกู้สถาบันการเงินอาจจะไม่ค่อยสะดวก สำหรับกรณีมีผู้นำบางคนออกไปพูดจาไม่เหมาะสมกับผู้ร้องเรียนได้กำชับให้นายอำเภอนครไทย ดำเนินการแล้วให้หยุดยั้งการกระทำและควรใช้วิธีสร้างความเข้าใจ