ปลัด สธ.วางศิลาฤกษ์อาคารผู้ป่วยนอก รพ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์  ย้ำคนไทยต้องฉีดวัคซีนให้มากกว่า ร้อยละ 70 รับการเปิดประเทศ 

217

ปลัด สธ.วางศิลาฤกษ์อาคารผู้ป่วยนอก รพ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์  ย้ำคนไทยต้องฉีดวัคซีนให้มากกว่า ร้อยละ 70 รับการเปิดประเทศ

วันที่ 22 พ.ย.64 ที่โรงพยาบาลพิชัย อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารผู้ป่วยนอก รพ.พิชัย เพื่อความเป็นสิริมงคล และเพื่อให้การดำเนินงานก่อสร้างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยมีนายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธี ตามมาตรการป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

สำหรับโรงพยาบาลพิชัย ได้รับอนุมัติงบประมาณจากรัฐบาล จำนวน 67,020,300 บาท ให้ดำเนินการ ก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอก แบบ คสล. 3 ชั้น มีเนื้อที่ 2,919 ตารางเมตร เพื่อใช้ในการให้บริการด้าน ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรครักษาพยาบาล และฟื้นฟูสภาพ ให้กับประชาชนในพื้นที่อำเภอพิชัย โดยมี กำหนดการก่อสร้างสมบูรณ์และพร้อมใช้งานในปี พ.ศ.2566

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ ที่ รพ.พิชัย ซึ่งจะมีการสร้างอาคารผู้ป่วยแห่งใหม่ พัฒนาระบบบริการ รองรับผู้มาใช้บริการที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้การฉีดวัคซีนในจ.อุตรดิตถ์โดยภาพรวมถือว่าได้รับความร่วมมือดี มีผู้ฉีดวัคซีนแล้วถึง ร้อยละ65 โดยเป้าหมายอยากให้มีผู้ฉีดวัคซีนมากกว่า ร้อยละ 70 ของประชากรทั้งประเทศ

“หากเป็นไปตามเป้าหมายก็จะสามารถเปิดประเทศได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ สำหรับการฉีดวัคซีนให้เด็กและเยาวชนอายุ 12 – 17 ปี ขณะนี้ฉีดได้ประมาณร้อยละ 70 ส่วนเด็กที่อายุ 5 – 12 ปี ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการขึ้นทะเบียนวัคซีน หากแล้วเสร็จจะมีการจัดสรรให้เด็กเล็กต่อไป พร้อมย้ำว่า ตลอดปี 2564 รัฐบาลได้มีการจัดสรรวัคซีนที่เข้ามาในประเทศทั้งหมดประมาณ 140 ล้านโดส เพียงพอสำหรับประชาชนทุกกลุ่ม เพื่อให้ประชาชนมีภูมิคุ้มกันจากโรคโควิด-19 เพื่อสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติต่อไป”นายแพทย์เกียรติภูมิ กล่าว

ปวินท์ อินกล่ำ รายงาน