379

คดีที่สอง! อดีตนายก อบต.ท่าหลวง พิจิตร มีส่วนได้เสียอีก 16  โครงการ คุก 50 ปี

คดีที่สอง !  ป.ป.ช. เผยแพร่ความคืบหน้าคดีกล่าวหา ‘นำพล เสมาทอง’ อดีตนายก อบต.ท่าหลวง พิจิตร มีส่วนได้เสียอีก  16  โครงการก่อสร้าง ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 6 พิพากษาลงโทษจำคุกอีก 80 ปี แต่โดนจริง 50 ปี หลังรับโทษคดีแรกไปแล้ว 30 ปี  พวกอีก 8 ราย  โดนคนละหลายปี

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายนำพล เสมาทอง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ท่าหลวง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร และพวก ประกอบไปด้วย นายสุรเดช เป้าเพชร  นายสราวุธ ยอดจันทร์ นายพิทยา จันทะ นายสมพงษ์ รุ่งมณี ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) แว่นการงานดี 2016 นายวงค์สวัสดิ์ หล่ำเสน หจก.วุฒิทำเจริญ 59 และนายชัยวุฒิ วิเชียรสรรค์

กรณีเข้ามีส่วนได้เสียในโครงการก่อสร้างต่าง ๆ  ของ อบต.ท่าหลวง รวม 16 โครงการ โดยใช้ชื่อของบุคคลอื่นเป็นคู่สัญญา

ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตาม ป.อ. มาตรา 151 ,152 ,157 ,86 ,90 และ 91 ประกอบ พ.ร.บ.ป.ป.ช.พ.ศ.2542 มาตรา 100 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 103/1 และ มาตรา 122 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา

ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2564 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 มีคำพิพากษาดังนี้

นายนำพล เสมาทอง จำเลยที่ 1 มีความผิดตามมาตรา 151, 152 , พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2542 มาตรา 100  การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 151 อันเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด ตามมาตรา 90  กระทำความผิด 16 กระทง เรียงกระทงลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามมาตรา 91

จำคุกกระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 80 ปี แต่เมื่อรวมทุกกระทงแล้ว คงจำคุก 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 (3)

นายสุรเดช เป้าเพชร จำเลยที่ 2 และนายสราวุธ ยอดจันทร์ จำเลยที่ 3 มีความผิดตามมาตรา 152 , 157 ประกอบมาตรา 86 การกระทำของจำเลยที่ 2 และ 3 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามมาตรา 90  กระทำความผิด 16 กระทง เรียงกระทงลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามมาตรา 91 จำคุกกระทงละ 8 เดือน และปรับกระทงละ 2,000 บาท รวมจำคุก 128 เดือน และปรับ 32,000 บาท ให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี

นายพิทยา จันทะ จำเลยที่ 4 นายสมพงษ์ รุ่งมณี จำเลยที่ 5  ห้างหุ้นส่วนจำกัด  แว่นการงานดี 2016 จำเลยที่ 6  นายวงค์สวัสดิ์ หล่ำเสน จำเลยที่ 7 ห้างหุ้นส่วนจำกัด วุฒิทำเจริญ 59 จำเลยที่ 8  และนายชัยวุฒิ วิเชียรสรรค์ จำเลยที่ 9 เป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตาม มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามมาตรา 90

จำคุกจำเลยที่ 4, ที่ 5 ที่ 7 และที่ 9 กระทงละ 3 ปี 4 เดือน

จำเลยที่ 4 กระทำความผิด 4 กระทง เรียงกระทงลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามมาตรา 91 รวมจำคุก 12 ปี 16 เดือน

จำเลยที่ 5 กระทำความผิด 3 กระทง เรียงกระทงลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามมาตรา 91 รวมจำคุก 9 ปี 12 เดือน

จำเลยที่ 7 กระทำความผิด 4 กระทง เรียงกระทงลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามมาตรา 91 รวมจำคุก 12 ปี 16 เดือน

จำเลยที่ 9 กระทำความผิด 5 กระทงเรียงกระทงลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามมาตรา 91 รวมจำคุก 15 ปี 20 เดือน ปรับจำเลยที่ 6 และที่ 8 กระทงละ 4,000 บาท

จำเลยที่ 6 กระทำความผิด 4 กระทง เรียงกระทงลงโทษทุกกรรม เป็นกระทงความผิดไป ตามมาตรา 91 รวมปรับ 16,000 บาท

จำเลยที่ 8 กระทำความผิด 5 กระทง เรียงกระทงลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามมาตรา 91 รวมปรับ 20,000 บาท

หากจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามมาตรา 29 ,30

และหากจำเลยที่ 6 และ 8 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามมาตรา 29 ให้นับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขคดีดำที่ อท 53/2563 หมายเลขคดีแดงที่ อท 21/2564 ของศาลนี้ และนับโทษจำคุก จำเลยที่ 2 ในคดีเดียวกับจำเลยที่ 1 ด้วย

ทั้งนี้ คดียังไม่สิ้นสุด จำเลยทั้งหมด มีสิทธิต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2564 ลงมติเห็นชอบให้อุทธรณ์คำพิพากษา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 ในประเด็นที่ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 2 และ 3 ตาม ป.อ.มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และในประเด็นที่ศาลชั้นต้นให้รอการลงโทษจำคุก จำเลยที่ 2 และ 3

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2564 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 มีคำพิพากษาตัดสินลงโทษ นายนำพล เสมาทอง  กับพวก คือ นายสมพงษ์ รุ่งมณี นายสิทธิศักดิ์ เสมาทอง มีส่วนได้เสียในโครงการก่อสร้างต่าง ๆ ในปี งบประมาณ 2557-2559 รวมจำนวน 6 โครงการ ไปแล้ว

โดยศาลฯ พิพากษาจำคุก นายนำพล เสมาทอง มีกำหนด 30 ปี  นายสมพงษ์ รุ่งมณี จำเลยที่ 2  จำคุก 6 ปี 8 เดือน และ นายสิทธิศักดิ์ เสมาทอง  จำคุก 9 ปี 12 เดือน และปรับเป็นเงิน 60,000 บาท ให้รอการลงโทษ จำคุก จำเลยที่ 3 ไว้มีกำหนด 3 ปี

นับรวมโทษ 2 คดี นายนำพล เสมาทอง จำคุก 80 ปี

Cr:www.isranews.org