383

เชียงราย จับนักข่าวแสบ ตกเป็นผู้ต้องหา “รีดเอาทรัพย์” ยังให้การปฏิเสธ


เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2564 เวลา 13.30 น. โดยการอำนวยการของ พ.ต.อ.โสภณ ม่วงเฟื่อง ผกก.สภ.เมืองเชียงราย พ.ต.ท.เกียรติศักดิ์ จิตประสาร รอง ผกก.สส.สภ.เมือง พ.ต.ท.เกรียงศักดิ์ มณีจันสุข สว.สส.สภ.เมือง  ร.ต.อ.ศุภากร ภัทรสุขเกษม รอง สว.สส.สภ.เมืองเชียงราย  พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเชียงรายได้จับกุมตัว นายปัญธิพงศ์  ศิริโชคธนากูล (หรือบัง) อายุ 44 ปี ที่อยู่ 65 ม.9 ต.ป่าสัก อ.ภูซาง จ.พะเยา

พร้อมด้วยของกลาง 1.สำเนาธนบัตรฉบับละ 1,000  บาท  จำนวน 20 ฉบับ  (ตามบันทึกประจำวัน ของ สภ.เมืองเชียงราย ในคดีรีดเอาทรัพย์ ข้อที่ 4 ลง 9 ต.ค.64 เวลา 11.43 น. ในกระเป๋าสะพายสีดำของผู้ต้องหาสะพายอยู่
2.กระเป๋าสะพาย สีดำ จำนวน 1 ใบ ผู้ต้องหาสะพายอยู่ 3.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ vivo สีฟ้า หมายเลขโทรศัพท์  081-6888600 จำนวน 1 เครื่อง

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ตั้งข้อกล่าวหา ว่า“รีดเอาทรัพย์” บริเวณสถานที่จับกุม ร้านอาหารหลู้ลำ เชียงราย 188/8 ม.20 ถ.แควหวาย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย

สืบเนื่องทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งร้องทุกข์จาก นายบุญหลง ยานะนวล อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 433/26 ม.21 ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย (ผู้เสียหาย) ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2564 เวลา 11.47 น. ได้มีนายบัง (ไม่ทราบชื่อ สกุลจริง) อ้างว่าเป็นนักข่าวโทรทัศน์ โทรศัพท์มาหาผู้แจ้ง (หมายเลขโทรศัพท์ 081 6888600) จากนั้นได้บอกว่าผู้แจ้ง ซึ่งเป็นผู้ประกอบการเกี่ยวกับบ่อดิน จะต้องจ่ายเงินจำนวน รายละ 20,000 บาท(สองหมื่นบาทถ้วน)

ในขณะนั้นตนเองอยู่ที่บ้านพักของตนเอง  โดยผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหา ได้พูดว่าเพื่อเป็นค่าคุ้มครอง หากไม่จ่ายจะทำข่าวว่าผู้แจ้งไม่ได้รับอนุญาต และ ทำให้ผู้แจ้งเดือดร้อน หลังจากนั้นผู้ต้องหาได้นัดหมาย  พร้อมได้แจ้งกับผู้ประกอบการบ่อดินไปพบกันที่ร้านหลู้ลำ ต.รอบเวียง อ.เมือง ในเวลาประมาณ 12.00 น.โดยนำเงินสดจำนวน 20,000 บาท ไปมอบให้ที่ร้านดังกล่าว ผู้แจ้งเกรงว่านายบังฯ จะข่มขู่ผู้แจ้งเพื่อเรียกรับเงิน จึงมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความดำเนินคดี  พร้อมนี้ผู้แจ้งได้นำคลิปเสียงที่บันทึกไว้ระหว่างการสนทนากับนายบังฯ ที่ข่มขู่มามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้วางแผนจับกุม พร้อมทั้งได้นำธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 20 ฉบับ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 20,000 บาท ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานตามเอกสารสำเนาธนบัตรที่ลงลายมือชื่อรับรองโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจลงรายมือชื่อไว้แล้ว (ตาม ปจว.) เกี่ยวกับคดี ข้อที่4 ลงวันที่ 9 ต.ค. 2564 เวลา 11.43 น.) ในขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปยังร้านอาหารที่นัดหมายพร้อมผู้เสียหาย โดยได้นำธนบัตร ที่ลงประจำวันเอาไว้แล้ว ส่งมอบให้ผู้เสียหายไว้  ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นั่งกระจายสังเกตการณ์ อยู่ภายในร้านอาหารดังกล่าว โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจแฝงตัวเข้าไปนั่งปะปนกับกลุ่มผู้เสียหายและบันทึกเสียงขณะสนทนาไว้  เมื่อนายบังฯ (ผู้ตกเป็นผู้ต้องหา)  ได้เดินทางมาถึงที่บริเวณร้านอาหารดังกล่าว และ ได้เดินไปนั่งที่โต๊ะกับกลุ่มผู้ประกอบการ จึงได้เริ่มการเจรจาเรื่องการจ่ายเงินตามที่ได้ตกลงกันเอาไว้ ต่อมาผู้ประกอบการ จึงได้มอบเงินเป็นจำนวน 20,000 บาท ให้แก่ นายบังฯ แล้วนำใส่กระเป๋าตัวเองเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจที่นั่งสังเกตการณ์อยู่บนโต๊ะกินข้าวเดียวกันจึงได้ส่งสัญญาณ  ให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ที่รออยู่ด้านนอกจึงได้แสดงตัวพร้อมเข้าทำการจับกุมผู้ต้องหาทันที่

หลังจากการขออนุญาตตรวจสอบ และตรวจค้นตัว พบในกระเป๋าของนายบังฯ พบ ธนบัตรเงินของกลาง จำนวน 20,000 บาท  ซึ่งอยู่ในกระเป๋าสะพายสีดำซึ่งนายบังฯ หรือนายปัญธิพงศ์ฯ สะพายอยู่  โดยนายบังฯเป็นคนหยิบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการตรวจสอบหมายเลขธนบัตรต่อหน้านายบังฯแล้ว  หมายเลขธนบัตรตรงกับธนบัตรที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกประจำวันไว้ทุกใบ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้แจ้งสิทธิ และ ข้อกล่าวหาให้นายบังฯ ให้ทราบว่า ถูกจับกุมในข้อหา “รีดเอาทรัพย์” ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงราย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากข้อมูลเชิงลึกยังทราบอีกว่า ทางกลุ่มชาวบ้านสันเกล็ดทอง (กว่า 50 หลังคาเรือน) ม.7 ต.โป่งงาม อ.แม่สาย จ.เชียงราย เตรียมรวบรวมหลักฐาน เพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนักข่าวคนหนึ่งใน จ.เชียงราย ในคดีฉ้อโกงประชาชน เรื่องที่จะดำเนินการนำไฟฟ้าใช้เข้าสู่หมู่บ้านสันเกล็ดทอง ต.โป่งงาม โดยกลุ่มชาวบ้านผู้เสียหายศูนย์เงินไปกว่า 100,000 บาท  นักข่าว 18 มงกุฏ

แหล่งข่าวจาก – ตร.เมืองเชียงราย
ณฐพัชร์ อภิโชคกุล  หัวหน้าสำนักข่าวเบาะแสภาคเหนือ บก.เจี๊ยบแม่สายนิวส์ออนไลน์