อจ.51 ราย ม.พิษณุโลก โดนสั่งยกเลิก “ผศ.-รศ.”มีชื่อนายกสภาฯ-อธิการด้วย

1066

อจ.51 ราย ม.พิษณุโลก โดนสั่งยกเลิก “ผศ.-รศ.” มีชื่อ นายกสภาฯ -อธิการ ด้วย

เผยเบื้องลึก กกอ. สั่งทบทวนแต่งตั้ง ผศ. – รศ. มหาวิทยาลัยพิษณุโลก 51 ราย พบกระบวนการไม่เป็นไปตามระเบียบหลายประการ แถมพบปัญหาการมีส่วนได้ส่วนเสียเหตุผู้ขอตำแหน่งทางวิชาการ  5 ราย มีชื่อ นายกสภาฯ -เลขานุการสภาฯ -อธิการ -รองอธิการ-ผู้ช่วยอธิการ ด้วย เผยเคยส่งเรื่องกลับไปตั้งแต่ช่วงต้นปี 64 แต่มหาวิทยาลัย ยืนกรานกลับมาทำถูกแล้ว

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานไปแล้วว่า เมื่อวันที่ 30 ก.ย.2564 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยแพร่ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) ที่มีมติส่งเรื่องให้สภามหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม (มรภ.มหาสารคาม) พิจารณาทบทวนการได้มาซึ่งตำแหน่งรองศาสตราจารย์ (รศ.) และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ (ศ.) ของคณาจารย์ รวม 43 ราย กรณีพบการปลอมแปลงเอกสาร และปลอมแปลงลายเซ็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในการประเมินผลงานทางวิชาการ

วันเดียวกันยังเผยแพร่ด้วยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ครั้งที่ 9/2564 มีมติในกรณีคล้ายคลึงกับ มรภ. มหาสารคาม คือ ปัญหาการขอตำแหน่งทางวิชาการของ มหาวิทยาลัยพิษณุโลก ที่ส่งเรื่องให้สภามหาวิทยาลัยถอดถอน ผศ. 42 ราย และ รศ. 8 ราย และจะไม่นำความกราบบังคมทูลเกล้าฯ ศาสตราจารย์ (ศ.) 1 ราย รวมจำนวน 51 ราย

ล่าสุด สำนักข่าวอิศรา ได้รับการยืนยันข้อมูลเกี่ยวกับที่มาที่ไปปัญหาการขอตำแหน่งทางวิชาการของอาจารย์  มหาวิทยาลัยพิษณุโลก จำนวน 51 ราย ดังกล่าว เป็นทางการ

มีรายละเอียดสำคัญดังต่อไปนี้

กกอ.มีมติส่งเรื่องแต่งตั้งช่วงต้นปี 2564

จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ตั้งแต่ต้นปี 2564 ที่ประชุม กกอ.มีมติส่งเรื่องให้สภามหาวิทยาลัยพิษณุโลก พิจารณาทบทวนการดำเนินการแต่งตั้งคณาจารย์ให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ รวม 51 ราย

51 รายนี้ แบ่งเป็น กรณีที่ กกอ.ได้รับทราบการแต่งตั้งไปแล้ว 13 ราย และอีก 38 รายอยู่ระหว่างเสนอ กกอ.รับทราบการแต่งตั้ง

โดย 13 รายที่ กกอ.ได้รับทราบแต่งตั้งไปแล้วนั้น เป็น ผศ. 11 ราย และ รศ. 2 ราย

ผู้ขอตำแหน่งวิชาการมีชื่อ นายกสภามหาวิทยาลัย-อธิการด้วย

นอกจากนั้นยังพบว่ามี 5 รายจาก 51 ราย ยังมีปัญหาเรื่องการมีส่วนได้ส่วนเสียในการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ เนื่องจากผู้ขอตำแหน่ง คือ นายกสภามหาวิทยาลัย เลขานุการสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี รองอธิการบดี และผู้ช่วยอธิการบดี

อย่างไรก็ตามช่วงกลางปี 2564 สภามหาวิทยาลัยพิษณุโลกมีมติยืนยันการแต่งตั้ง ผศ.-รศ. ทั้ง 13 ราย พร้อมแจ้ง กกอ. ยืนยันว่า ดำเนินการถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ห้วงเวลาเดียวกัน กรรมการสภามหาวิทยาลัยพิษณุโลก 3 ราย ซึ่งอยู่ในสัดส่วน ‘กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ’ มีหนังสือถึงนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ขอลาออกจากตำแหน่ง พร้อมรายงานข้อเท็จจริงกรณีที่ทำให้การแต่งตั้ง รศ.-ผศ. ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

รวมถึง คณะอนุกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์สถาบันอุดมศึกษาเอกชน ยังได้พิจารณาเอกสารหลักฐานที่มหาวิทยาลัยพิษณุโลกเสนอกลับมา ซึ่งผลการตรวจสอบก็ทำให้มีมติเสนอให้มหาวิทยาลัยถอดถอน รศ.-ผศ. เช่นกัน

สรุป 5 ประเด็นปัญหาไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ กกอ.

สำหรับ กระบวนการแต่งตั้งที่มีปัญหา และไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ กกอ. สามารถสรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

1.การแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ ชุดปี 2559-2560 และชุดปี 2561-2563 ‘ประธานคณะกรรมการ’ ไม่ได้ถูกแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์ที่ กกอ. กำหนด

โดยอ้างถึง มาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546 ระบุ ว่า ‘ประธานคณะกรรมการ’ ต้องแต่งตั้งจากกรรมการสภาสถาบัน แต่รายงานการประชุมสภามหาวิทยาลัยพิษณุโลก เมื่อเดือน ก.พ.2561 พบว่า บุคคลดังกล่าว เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการสภาสถาบัน และต่อมายังไม่เคยปรากฏในรายงานการประชุมว่า บุคคลดังกล่าว ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการแต่อย่างใด

ทั้งนี้ การพิจารณา ผศ.-รศ. 13 ราย ช่วงปี 2559-2560 พบเอกสารหลักฐานปรากฏข้อเท็จจริงว่า กระบวนการพิจารณา ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ กกอ.

2.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อทำหน้าที่ประเมินผลการสอนและเอกสารประกอบการสอน ซึ่งลงนามโดยอธิการบดีนั้น ไม่เป็นไปตามที่กำหนด กรณีนี้มีทั้งหมด 5 ราย และหนึ่งในนั้นปรากฎชื่อของอธิการบดีด้วย

3.บุคคลที่ดำรงตำแหน่ง ‘ประธานคณะกรรมการ’ พิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ ปรากฏชื่อเป็นประธานคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อประเมินผลงานทางวิชาการและจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการให้กับผู้ขอตำแหน่งทุกราย ทุกสาขาวิชา ได้แก่ สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บริหารธุรกิจ รัฐประศาสนศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ เศรษฐศาสตร์ และการบัญชี

กรณีนี้พบว่า ‘ประธานคณะกรรมการ’ ปรากฎชื่อเป็นประธานคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในการประเมินผลงานทางวิชาการของผู้ขอตำแหน่ง 12 ราย ซึ่งปรากฎชื่อของอธิการบดี และ ผู้ช่วยอธิการบดี ด้วย

4.กรณีผู้ขอตำแหน่งทางวิชาการที่ถือว่ามีส่วนได้ส่วนเสีย จำนวน 5 ราย คือ นายกสภามหาวิทยาลัย เลขานุการสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี รองอธิการบดี และผู้ช่วยอธิการบดี

5.นอกจากนั้นยังพบว่า มี 1 รายจาก 5 รายของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย คือ ผู้ช่วยอธิการบดี ที่ยื่นเอกสารประกอบการพิจารณา โดยอ้างถึงรายงานการประชุมสภามหาวิทยาลัยที่ไม่ตรงกับรายงานการประชุมฉบับจริง และอาจเป็นเอกสารเท็จ

โดยผู้ขอตำแหน่ง อ้างถึงรายงานการประชุมสภามหาวิทยาลัยพิษณุโลก ลงวันที่ 25 พ.ค.2564 ระบุว่า วาระที่ 5.4 เรื่องการพิจารณาให้ความเห็นชอบอนุมัติการรับเทียบโอนตำแหน่งทางวิชาการ

แต่เอกสารที่ อว.ได้รับจากกรรมการสภามหาวิทยาลัยรายอื่น ระบุ วาระที่ 5.4 ว่า เรื่องขออนุมัติปรับปรุงหลักสูตรเล็กน้อย กรณีเปลี่ยนแปลงอาจารย์ประจำหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2561

ทั้งนี้ รายงานการประชุมที่ผู้ขอตำแหน่ง ยื่นเพื่อประกอบการพิจารณา ลงวันที่ 15 มิ.ย.2564 ยังไม่มีการรับรองรายการประชุม ขณะที่ข้อเท็จจริงการรับรองรายงานประชุมดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2564

คุ้ยเพิ่มเจอปมทำรายงานประชุมเท็จ

ข้อมูลอีกทางหนึ่งที่ กกอ. ได้พิจารณา คือ รายงานข้อเท็จจริงจากกรรมการสภามหาวิทยาลัยพิษณุโลก ในสัดส่วน ‘กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ’ จำนวน 3 ราย ส่งถึงนายเอนก เพื่อรายงานข้อเท็จจริง โดยมีประเด็นที่น่าสนใจ นอกเหนือจากการตรวจสอบข้างต้น ดังนี้

• การจัดเก็บเอกสารลับของผู้ขอตำแหน่งทางวิชาการดำเนินการโดยเลขานุการ คณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ เพียงผู้เดียว และเป็นผู้เก็บข้อมูลเอกสารการประชุมทั้งหมดไว้เป็นการส่วนตัว

• การนำเสนอผลการพิจารณาการขอตำแหน่งต่อสภามหาวิทยาลัย ไม่เป็นไปตามข้อบังคับการประชุม อาทิ เสนอวาระการประชุมเพื่อพิจารณา โดยไม่มีเอกสารและหลักฐานประกอบการพิจารณา , การนำเสนอข้อมูลโดยเลขานุการคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ โดยไม่มีเอกสารมอบหมายอย่างเป็นทางการจากประธานคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุม , ไม่มีการรับรองรายงานการประชุม เป็นต้น

• เอกสารรายงานการประชุมสภามหาวิทยาลัยเป็นเอกสารเท็จไม่ตรงกับรายงานการประชุมฉบับจริง พบว่า ผู้ที่ปรากฎรายชื่อเป็นผู้ลงนามรับสำเนาถูกต้อง ยืนยันว่าถูกปลอมลายเซ็น

• บันทึกรายงานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการไม่ตรงกับข้อเท็จจริง อาทิ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม มติการประชุม เป็นต้น

โดย กกอ.ยังได้มีมติให้คณะอนุกรรกมารตรวจสอบข้อเท็จจริง ตรวจสอบการพิจารณาตำแหน่งวิชาการของมหาวิทยาลัย รวมถึงตรวจสอบการปลอมแปลงเอกสารของเลขานุการคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการอย่างละเอียดรอบคอบ เนื่องจากอาจเข้าข่ายลักษณะการกระทำความผิดทางอาญา

ด้านคณะอนุกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์สถาบันอุดมศึกษาเอกชน มีมติเมื่อวันที่ 2 ก.ย.2564 เสนอ กกอ. เห็นควรแจ้งให้สภามหาวิทยาลัยพิษณุโลกถอดถอนตำแหน่ง รศ.-ผศ. รวม 51 ราย ทั้งกรณีที่ กกอ.แต่งตั้งไปแล้ว และกรณีที่อยู่ระหว่างเสนอ กกอ.รับทราบแต่งตั้ง

กระทั่งที่ประชุมคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ครั้งที่ 9/2564 มีมติในกรณีคล้ายคลึงกับ มรภ.มหาสารคาม คือ การทุจริตการขอตำแหน่งทางวิชาการของ มหาวิทยาลัยพิษณุโลก ที่ส่งเรื่องให้สภามหาวิทยาลัยถอดถอน ผศ. 42 ราย และ รศ. 8 ราย และจะไม่นำความกราบบังคมทูลเกล้าฯ ศาสตราจารย์ (ศ.) 1 ราย ดังกล่าว

ขณะช่วงเช้าของวันที่ 3 ต.ค.2564 รศ.ดร.ประภาพรรณ รักเลี้ยง อธิการบดีมหาวิทยลัยพิษณุโลก ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอิศราว่า ได้รับทราบข่าวกรณีที่ กกอ.มีมติขอให้สภามหาวิทยาลัย พิจารณาถอดถอน รศ.-ผศ. 51 รายแล้ว แต่ยังไม่ขอให้ข้อมูลใดๆ นำเรื่องเข้าที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยก่อน

Cr:www.isranews.org