เชียงราย ฉีดวัดซีนซิโนฟาร์ม กลุ่มเปราะบางชายแดนแม่สาย(คลิป)

334

เวลา 10.00 น.วันที่ 22 ก.ย.64  ที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ แม่สาย นายชัยยนต์ ศรีสมุทร นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลแม่สาย  นางนิภาพร วิสุทธิแพทย์ ประธานเครือข่ายร้านอาหารปลอดภัย อ.แม่สาย และตัวแทนผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว อ.แม่สาย นพ.วิษณุ รังษีชัชวาล ผู้อำนวยกาณโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ แม่สาย  นายวิชัย ศรีพธูราษฎร์ ประธานมูลนิธิกวงเม้งแม่สาย น.ส.ปิยะพร ศรีสมุทร ผู้บริหารตลาดสดนายบุญยืน ได้ร่วมกันแถลงข่าวการฉีดวัคซีนทางเลือกให้กับกลุ่มเสี่ยง ซึ่งเป็นผู้ประกอบการ ร้านค้า  บริการ ขนส่ง ผู้ขับรถ และกลุ่มเสี่ยง ในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือนักท่องเที่ยวที่จะเปิดการท่องเที่ยวในเดือน ต.ค.นี้

นายชัยยนต์ ศรีสมุทร กล่าวว่า การฉีดวัคซีนในครั้งนี้เป็นความร่วมมือในภาคเอกชน เพราะว่าทาง รพ.แม่สายก็มีการฉีดวัคซีน ซิโนแวค และแอสตร้าซิเนก้า มาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการเพราะบางพื้นที่มีข้อจำกัดเรื่องสัญชาติ ข้อจำกัดเรื่องคนต่างด้าว หรือบุคคลไร้กสถานะทางทะเบียน ทำให้ภาคเอกกชนนำโดยตลาดสดนายบุญยืน ได้ขอโควต้าจากทาง จุฬาภรราชวิทยาลัย เพื่อมาฉีดให้กับกลุ่มดังกล่าว เพราะกลุ่มนี้เป็นเหมือนกลุ่มหน้าด่าน ที่ต้องให้บริการด้านการท่องเที่ยว ต้องเป็นพนักงานชุดแรกที่จะต้องเจอกับน้กท่องเที่ยวภาคเอกชน จึงได้อาสาจัดวัคซีนทางเลือกให้กับกลุ่มนี้ในพื้นที่ อ.แม่สาย

“ในส่วนการเตรียมในการรองรับการท่องเที่ยวใน อ.แม่สาย เทศบาลตำบลแม่สาย ก็ได้มีการปรับจากเมืองการค้าชายแดน เป็นเมืองท่องเที่ยว 100 % เพราะตั้งแต่มีการปิดด่านที่ผ่านมา ก็ได้มีการวางแผนและโฟกัสว่าจะไปในทิศทางไหน ปัจจุบันแม่สาย มีคณะถ่ายทำสารคดีถ้ำหลวง ประมาณ 300-400 คน ใน อ.แม่สาย ซึ่งมีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยว ทั้งด้านการบิรการรถรับจ้าง ร้านอาหาร โรงแรม ซึ่งกลุ่มที่มาถ่ายทำสารคดีทำให้เกิดเงินสะพัดใน อ.แมสาย แต่ในส่วนนักท่องเที่ยวคนไทยเอง ก็ยังไม่มั่นใจเท่าไหร่ การฉีดวัคซีนให้กับด่านหน้า และผู้ที่อยู่ใน อ.แม่สาย จะทำให้นักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในฤดูการท่องเที่ยว ในฤดูหนาวนี้ มีความมั่นใจ ในการให้บริการ เพราะบุคลากรได้รับวัคซีนหมดแล้ว ก็ขอเชิญชวนให้มาท่องเที่ยว อ.แม่สาย ในช่วงฤดูหนาวนี้” นายกเทศมนตรีตำบลแม่สายกล่าว

ด้าน น.ส.ปิยะพร ศรีสมุทร กล่าวว่า มีเป้าหมายว่าจะฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มผู้ให้บริการ จำนวน 2,000 โดส หรือ 1,000 คน ใน อ.แม่สาย ซึ่งกลุ่มนี้เป็นกลุม่ที่บอบบาง ที่มีทั้งชาวเมียนมา ที่อยู่ในประเทศไทย และประชากรชายขอบ ที่เข้าถึงวัคซีนค่อนข้างยาก ซึ่งก็ต้องการสร้างภูมิคุ้มกันและพร้อมที่จะเปิดการท่องเที่ยว ภายใน  ต.ค. นี้ ตอนนี้ที่มีเป้าหมายว่าใน อ.แม่สายต้องได้รับวัคซีน  70% ซึ่งมองว่าน้อยเกินไป เราต้องการ ให้ได้รับวัคซีนทั้ง 100% เพราะเป็นเมืองชายแดน เป็นเมืองท่องเที่ยว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว และต้องโปรโมทภาคธุรกิจชายแดนด้วย ซึ่งวัคซีนเท่านั้นที่จะสร้างความมั่นใจได้