พิษณุโลก หนุ่มสวนยาง อดีตวิศวฯชลประทาน หันเอาดี ทำสวนอินทผาลัม-ผลิตน้ำสดบรรจุขวด

268

พิษณุโลก หนุ่มสวนยาง อดีตวิศวฯชลประทาน หันเอาดี ทำสวนอินทผาลัม-ผลิตน้ำสดบรรจุขวด

yoSugQiUo7

เผยศึกษาสายพันธุ์อินทผาลัมจนช่ำชอง เปิดกว้างให้เกษตรกรปลูกด้วยราคาต้นพันธุ์เพียงแค่ 150 บาทเท่านั้น เชิญท่องเที่ยวและเกษตรกรท้าพิสูจน์ได้ที่”สวนอินทรัตน์” ล่าสุด นายอำเภอวังทอง ปลื้ม!! ตัดช่ออินทผาลัมเปิดเทศกาลสวน

อินทผาลัมถือเป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่กระแสแรงไม่หยุด เกษตรกรหลายคนกำลังให้ความสนใจปลูก ทำให้นายบุญเหลือ บารมี นายอำเภอวังทอง ให้ความสนใจเดินทางไปเปิดเทศกาลที่สวนอินทผาลัมกินสด ที่”ไร่อินทรัตน์” ตั้งอยู่ 23/1 ม.21 ตำบลบ้านกลาง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ถือว่า เป็น 1 ใน 3 สวนที่อยู่ในเขตอำเภอวังทอง จึงถือฤกษ์งามยามดี ให้นายอำเภอวังทองเป็นผู้ตัดช่อผลอินทผาลัมที่กำลังออกผลผลิตต้นแรก ท่ามกลางนายกอบต.บ้านกลาง, ผู้ใหญ่บ้านและลูกบ้านให้คนสนใจ

นายบุญเหลือ บารมี นายอำเภอวังทอง กล่าวว่า การปลูกอินทผาลัมเป็นอีกเส้นทางอาชีพหนึ่งที่เกษตรกรกำลังหันมาปลูกแทนพืชอย่างอื่น ตนพร้อมสนับสนุน ดูแลและเผยแพร่ให้ประชาชนรู้จัก ทั้งอำเภอวังทองมีไร่อินทผาลัมจำนวน 3 แห่ง คือ ที่ ต.หนองพระ ต.แก่งโสภา และ ต.บ้านกลางแห่งนี้ สำหรับที่ไร่อินทรัตน์ เจ้าของไร่เป็นคนหนุ่มจากภาคใต้ มีความมุ่งมั่น และที่สำคัญไม่ห่วงวิชาความรู้ หากเกษตรกรท่านใดสนใจ ก็มาปรึกษาได้ สามารถศึกษาเรียนรู้และนำพันธุ์ไปปลูกเป็นอาชีพหลักก็ยังได้ เชื่อว่า อนาคตการปลูกอินทผาลัม จะสร้างรายได้ให้กับคนวังทอง ดีกว่าปลูกพืชชนิดอื่น อาจเทียบเคียงกับเจ้าของสวนทุเรียนก็ว่าได้

นายศุภชัย อินทรัตน์ อายุ 41 ปี เป็นเจ้าของสวนอินทผาลัมกินสดไร่อินทรัตน์ บอกว่า สวนแห่งนี้ได้เปิดกว้างแก่ผู้สนใจหรือเกษตรกรเข้ามาปรึกษาหรือเรียนรู้การปลูกอินทผาลัมได้ นอกจากนี้ยังรองรับนักท่องเที่ยวเข้าชมพร้อมกินอินทผาลัมสดๆจากไร่ จำนวน 20 ไร่ ต้องยอมรับว่า กระแสช่วงนี้อินทผาลัมกลายเป็นพืชที่ชาวบ้านทั่วไปกำลังหันมานิยมปลูกมากขึ้นเพราะราคาดี ราคาเริ่มจาก 350 บาทต่อกิโลกรับจนถึงหลักพันบาทต่อกิโลกรัม

ส่วนข้อซักถามที่ว่า สถานการณ์โควิด -19 ที่เกิดขึ้นรุนแรง ส่งผลกระทบต่อยอดขายและยอดคนเดินทางเข้าเยี่ยมชมสวนอินทผาลัมหรือไม่นั้น

นายศุภชัย ยอมรับว่า มีบ้างจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการขาย เน้นทางออนไลน์มากขึ้น สำหรับประชาชนที่มาเที่ยวนั้น พบว่า คนต่างถิ่นจากกทม.ไม่ค่อยมี พบเห็นแต่เพียงนักท่องเที่ยวในจังหวัดใกล้เคียงพิษณุโลก ที่ติดต่อมาล่วงหน้าและเดินทางมาชมและชิมอินทผาลัมบริเวณในสวน ซึ่งที่สวนแห่งนี้ก็ได้เน้นย้ำและมีป้ายระบุไว้คือ สวมแมส และเว้นระยะห่าง

นายศุภชัย เล่าถึงที่มาที่ไปก่อนจะประสพความสำเร็จเป็นไร่อินทผาลัมว่า ตนเป็นคน จ.นราธิวาส สอบเข้าเรียนวิศวฯโยธา ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน รุ่น KU 59 หลังจากจบก็ทำงานด้านช่างลูกจ้างชลประทาน เคยเขาทำงานขุดอุโมงค์น้ำเขื่อนแควน้ำบำรุงแดนที่อยู่ ต.คันโช้ง อ.วัดโบสถ์ พิษณุโลก

แต่หลังจากนั้น งานเข้าสู่ระบบราชการมากเกินไป ตนเป็นคนไม่อยู่นิ่ง จึงหันแหมาปลูกสวนยางพารา โดยหาซื้อที่ดินทำสวนยางพารากว่า 60-70 ไร่ ช่วงนั้น ถือว่า ราคาดี สามารถกรีดน้ำยางเป็นรายได้หล่อเลี้ยง และมีเงินรายได้มากพอ จึงตัดสินใจลาออกจากงานชลประทาน หันมาทำไร่อินทผาลัมช่วง 8 ปีที่ผ่านมา

 

โดยโค่นต้นยางออกบางส่วนเพื่อแบ่งพื้นที่ทดลองปลูกอินทาผาลัม 4-5 ไร่ และขยายพื้นที่จนถึง 20 ไร่ในปัจจุบัน จากที่เคยกินลูกอินทผาลัม แล้วนำเมล็ดมาเพาะ ศึกษาด้วยตนเองมาตลอด ทำให้“ไร่อินทรัตน์”วันนี้ ปลูกต้นอินทผาลัมทั้งหมด 15 สายพันธุ์ อาทิ บาฮีแดง บาฮีเหลือง อัมเอ็ดดาฮาน เบรม เป็นต้น ปัจจุบัน ตนก็ยังพัฒนาสายพันธุ์ โดยผสมข้ามสายพันธุ์ จนได้พันธุ์ใหม่ออกมาเรื่อยๆ เพื่อให้รสชาติถูกปากคนไทย

สำหรับเงินลงทุนช่วง 8 ปีที่ผ่านมา ประมาณหลักแสนบาท แต่มีรายได้หลักล้านบาท หากใครสนใจจะไปปลูกทำไร่อินทผาลัม ตนก็สนับสนุน เพราะใช้เวลาเพียง 2-3 ปีก็ให้ผลผลิตแล้ว

นายศุภชัย ย้ำอีกว่า ไร่อินทรัตน์ ปลูกต้นอินทผาลัม ให้ผลผลิตมา 4-5 ปีแล้ว สามารถทำเงินล้านบาทได้ แต่ตนยังไม่หยุดศึกษาสายพันธุ์อินทผาลัม จะต้องพัฒนาสายพันธุ์ให้แตกต่างจากเจ้าของสวนแห่งอื่น เพื่อที่อนาคต ราคาผลผลิตจะไม่ตกลงเหมือนพืชเศรษฐกิจอื่นๆ ทำอย่างไรให้ ผลอินทผาลัม มีรสชาติเป็นที่หวานอร่อย ถูกปากคนไทย เพราะถ้านำต้นพันธุ์ซึ่งได้จากการ”เพาะเนื้อเยื่อ”จะเป็นสายพันธุ์ต่างประเทศล้วนๆ แถมมีราคาแพงต้นละหลักพันบาทขึ้นไป

นอกจากนี้ตนยังคิดค้น ทำเป็น“น้ำอินทผาลัมสด” ถือว่า เป็นของดี จากไร่อินทรัตน์ก็ว่าได้ เพราะได้นำลูกอิทผาลัมที่เหลือนำไปแช่แข็งและนำออกมาคั้นและต้มผ่านกระบวนการถนอมอาหารและบรรจุเป็นขวดให้พร้อมดื่มอีกด้วย ซึ่งทุกเสาร์-อาทิตย์จะเตรียมไว้สำหรับนักท่องเที่ยว หากใครอยากรับประทาน อาจต้องแจ้งล่วงหน้า 1 วันเพื่อความสดใหม่ พร้อมเปิดให้ท่องเที่ยวบริเวณไร่อินทรัตน์ เพื่อชิมลูกอินทผาลัมหลากสายพันธุ์

ส่วนเกษตรกรท่านใด สนใจปลูกเป็นอาชีพ ก็มีให้หลายสายพันธุ์ให้เลือก ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ต้นเล็กๆสูงประมาณ 1ฟุต ต้นละ150 บาทเท่านั้น หากสูงเกิน 1 ฟุตขึ้นไปราคาต้นละ 300บาท สามารถเพจอินทผาลัมไร่อินทรัตน์หรือ เบอร์ 089-460-2483