d5b7d5cb8976588e9c25d6577b0f6a4f.jpg e78104119c584157f2b37c10945a79d5.jpg

พิษณุโลก ยึดไม้สักแปรรูปในเขต ส.ป.ก.

495

พิษณุโลก “อุทยานฯ-ป่าไม้ -ตำรวจ สนธิกำลัง ยึดไม้สัก แปรรูปเป็นท่อน ในเขต ส.ป.ก.


วันที่ 27 ธันวาคม 2561 นายธีรพล กาญจนโกมล หัวหน้าสายตรวจฯ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 11 นายศักดิ์ปรินทร์ สุรารักษ์ หัวหน้าหน่วย พล.1 (วังทอง) นายวิชาญ ขันธ์แก้ว หัวหน้า หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ 8 น้ำยาง นายสำรวย ชมบุญ หัวหน้าชุดปฎิบัติการพิเศษป่าไม้พิษณุโลก พร้อมตำรวจภาค 6 และ ตำรวจ สภ.แก่งโสภา สนธิกำลังกว่า 20 นายเข้าตรวจยึดไม้สักทอง ในพื้นที่ ส.ป.ก.4-01 ซึ่งเดิมอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าลุ่มน้ำวังทองฝั่งขวา ท้องที่หมู่ 13 ต.บ้านกลาง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก

a2f08fba7b612786bb2130a960693c2b.jpg


เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบมีต้นสักและไม้อื่นๆตัดโค่นและเลื่อยเป็นท่อนๆวางกองอยู่ในที่ดิน ซึ่งไม่เคยทำกินมาก่อน แต่ไม่พบผู้กระทำความผิด จึงประสานผู้ใหญ่บ้านเพื่อติดต่อเจ้าของที่ดิน ทราบว่า เป็นที่ของ นางรัตนาพร คำปรีดา ราษฎรหมู่ 13 ต.บ้านกลาง จากนั้นทำการตรวจยึดได้จำนวน 56 ท่อน ซึ่งเป็นไม้สักจำนวน 12 ท่อนและไม้กระยาเลย จำนวน 44 ท่อน คิดรวมเป็นปริมาตร 11.08 ลบ.เมตร


นายธีรพล กาญจนโกมล หัวหน้าสายตรวจฯ สบอ.11 เปิดเผยว่า หลังจากได้บินตรวจป่าพบว่า มีร่องรอยการตัดไม้สัก จึงมาตรวจสอบ กระทั่งพบว่า มีการตัดไม้เป็นบริเวณกว้าง กองกระจัดกระจาย ซึ่งเป็นที่ดินไม่เคยทำเกษตรกรรมมาก่อน ถือว่า เป็นความผิด ตามมาตรา 11 ฐาน ผู้ใด ทำไม้หรือกระทำการใดๆกับไม้หวงห้าม โดยไม่รับอนุญาต และมาตรา 69 ฐานมีไม้หวงห้าม ไว้ในครอบครอง ตาม พรบ.ป่าไม้ 2484


อย่างไรก็ตาม การตัดไม้ในพื้นที่ของตัวเอง ถือ มีความผิด จะต้องขออนุญาตตัดไม้สักที่ขึ้นทะเบียนไว้ ส่วนกฎหมายที่เปิดให้ประชาชนตัดไม้ในที่ดินของตัวเอง ยังไม่ได้ผ่านสภา หรือออกเป็นกฏหมาย ซึ่งการอ้าง ไม่รู้ว่าผิดกฎหมาย ถือว่า ไม่ได้ จะต้องตรวจยึดไม้สักและดำเนินคดีกับเจ้าของที่ดิน ล่าสุดได้ขนย้ายไม้สักไปยังหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ 8 น้ำยาง