178

สตรีดอกคำใต้ “เดือด”  สำนักพิมพ์เขียนเหยียดหยามศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง

วันที่ 29 มีนาคม 2564 ทีห้องประชุมสภาเทศบาลเมืองดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ตัวแทนกลุ่มสตรีทุกตำบลของ อ.ดอกคำใต้ กว่า 100 คน นำโดยนางศิริภรณ์ พรมขัดแก้ว ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีดอกคำใต้ นางนิตยา ทังสนิมิตสกุล ที่ปรึกษาคณะกรรมการพัฒนาสตรีดอกคำใต้ มายื่นข้อเรียก ร้องศักดิ์ศรีความมนุษย์ของกลุ่มสตรีดอกคำใต้ ต่อ นายจีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยาเขต 3 พรรคพลังประชารัฐ

หลังจากถูกบรรณาธิการสำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง เขียนคำนำในนวนิยายเรื่อง “ฤาสักแต่ว่าเป็นนารี” ที่มีข้อความดูถูกเหยียบหยามศักดิ์ศรีของชาวดอกคำใต้ ว่า “ในยุคไวรัสโควิด19 หญิงสาวดอกคำใต้ยังมีอาชีพค้าประเวณีเป็นหลัก” เพื่อให้นายจีรเดช นำไปดำเนินการในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมกับแจ้งความตำรวจ สภ.ดอกคำใต้ ให้ดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาท ต่อบรรณาธิการสำนักพิมพ์ดังกล่าว

นางนิตยา ทังสนิมิตสกุล กล่าวว่า ชาวดอกคำใต้สะเทือนใจและไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อได้อ่านคำนำสำนักพิมพ์ นวนิยายเรื่อง “ฤาสักแต่ว่าเป็นนารี” ซึ่งเป็นการพิมพ์ครั้งที่2 พ.ศ.2564 โดยนายพินิจ หุตะจินดา เป็นบรรณาธิการ นวนิยายเรื่องนี้พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2526 นับถึงบัดนี้ผ่านมา 38 ปี ที่คนเป็นบรรณาธิการยังไม่ตื่นจากฝัน มีวิสัยทัศน์ที่คับแคบเขียนคำนำสำนักพิมพ์โดยปราศจากข้อมูลเท็จจริงนวนิยายย่อมเป็นนวนิยาย แต่การเขียนคำนำพิมพ์ประหนึ่งว่า ทั้งหมดเป็นเรื่องจริง มองว่าในยุคไวรัสโควิด19 หญิงสาวดอกคำใต้ยังคงมีอาชีพค้าประเวณีเป็นหลัก นับว่าเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรีอย่างรุนแรง ซึ่งชาว อ.ดอกคำใต้ไม่สามารถให้อภัยได้ โดยหนังสือเล่มนี้มีการวางจำหน่ายในร้านหนังสื่อทั่วไป และลงในสื่อโซเชียลมีเดีย

นางนิตยา กล่าวต่อว่า ชาว อ.ดอกคำใต้ เรามีเชื้อชาติเผ่าพันธุ์เป็นคนล้านนาอยู่ในภาคเหนือของประเทศไทย มีภาษาพูด ภาษาเขียน ของล้านนามาแต่อดีต มีเจ้าผู้ปกครองของตนเอง โดยมีทำเลที่ตั้งและสภาพภูมิอากาศดี ชาว อ.ดอกคำใต้รุ่นต่อรุน จึงมีรูปร่างหน้าตาดี มีผิวพรรณสดใสมีนิสัยรักสวยรักงาม เป็นที่ยอมรับกันว่า เป็น“เมืองคนงาม” คืองามทั้งร่างกายและจิตใจ บางครั้งจึงถูกนำไปแอบอ้างอยู่เสมอ หญิงชาวดอกคำใต้ได้รับการยอมรับในเรื่องของความงาม จนสามารถก้าวสู่ตำแหน่งนางสาวไทย

<span;>ขอเปิดหูเปิดตาให้ บรรณาธิการสำนักพิมพ์แห่งนี้ได้รับรู้ว่า วันนี้ เด็กและเยาวชนของดอกคำใต้เรามีการศึกษาที่ทัดเทียมนานาอารยะ มีหลากหลายอาชีพที่เชิดหน้าชูตาในสังคม  เราขอประณามในความคิดและพฤติกรรมที่อัปยศอดสูของบรรณาธิการสำนักพิมพ์ดังกล่าว และเราจะเป็นตัวแทนเพื่อดำเนินการกับบุคคลที่ไร้อารยะให้แสดงความรับผิดชอบต่อการกระทในครั้งนี้ต่อไป

นายจีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยาเขต 3 พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า  หนังนวนิยาย ฤาสักแต่ว่าเป็นนารี หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์เมื่อ 38 ปีที่แล้ว แต่ปัจจุบันนี้เรื่องที่หนังสือเล่มมนี้ถูกกลับมาตีพิมพ์อีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำโปรยหัวคำนำ เมื่ออ่านแล้วพี่น้องชาวดอกคำใต้ทุกคนรู้สึกว่าไม่สบายใจโดยเฉพาะผู้หญิงชาวดอกคำใต้ จึงรวมตัวกันเพื่อจะมาดำเนินการในเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด เพื่อเป็นการปกป้องเกียรติยศศักดิ์ศรีชาวดอกคำใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูถูก ดูหมิ่น เหยียดหยามสตรีดอกคำใต้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยและไม่สมควรอย่างยิ่ง

นายจีรเดช กล่าวอีกว่า จะนำเรื่องนี้เข้าสู่กรรมาธิการสตรีและเด็กของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อจะเชิญบรรณาธิการ เข้ามาชี้แจงต่อการเผยแพร่หนังสือนี้เป็นครั้งที่2 ว่ามีเจตนาอะไร หรือเข้ามาทำลายภาพลักษณ์เกียรติยศของชาว อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ซึ่งไม่ใช่เสียหายเฉพาะ อ.ดอกคำใต้ แต่ก่อให้เกิดความเสียหายไปทั้งจังหวัด ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด เพื่อให้บรรณาธิการและผู้ตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้ออกมาแสดงความรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพื่อเกียรติยศศักดิ์เราและลูกหลานเราในอนาคตต่อไป

ต่อมา ส.ส.พะเยาเขต 3 พรรคพลังประชารัฐ นำกลุ่มสตรีดอกคำใต้ทั้งหมด ได้เดินทางไปที่ สภ.ดอกคำใต้ เข้าพบ ร.ต.อ.ไชยสิทธิ์ ขัดผาบ พนักงานสอบสวน สภ.ดอกคำใต้ แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ นายพินิจ หุตะจินดา บรรณาธิการสำนักพิมพ์แสงดาว ในข้อหาหมิ่นประมาท ก่อนแยกย้ายกันกลับ  ด้าน ร.ต.อ.ไชยสิทธิ์ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้รับเรื่องบันทึกประจำวันไว้เบื้องต้นก่อนเชิญตัวแทนสตรีดอกคำใต้มาสอบสวนเพิ่มเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป.