โรงเรียน ตชด.แม่สอด โต้โซเชียล เรามีดีกว่าน้ำแกงเขียวหวาน

175

โรงเรียน ตชด.แม่สอด โต้โซเชียล เรามีดีกว่าน้ำแกงเขียวหวาน เด็กกินไม่อิ่มเติมได้ไม่อั้นเหมือนร้านชาบู เรื่องที่เกิดคาดเป็นการขัดแย้งในโรงเรียน

วันที่ 16 มีนาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก อ.แม่สอด จ.ตาก ว่า กรณีมีผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ Ranee Poe ได้นำเอาเรื่องราวพร้อมกับภาพการเลี้ยงอาหารของเด็กนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งคือโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านห้วยน้ำขุ่น ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนชาวกะเหรี่ยง ในหมู่บ้านหนองน้ำขุ่น หมู่ที่ 8 ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งได้โพสต์ภาพของอาหารกลางวันของเด็กนักเรียนในในจานหลุมอลูมิเนียม 4 ช่อง ของเด็กที่มีเพียงข้าว กล้วยหน้าร้อนเล็กๆ 2 ลูก แกงเขียวหวาน ไก่กับกระดูกชิ้นเล็กอย่างละ 1 ชิ้นมะเขือ 2 ชิ้น และอีกหลุมเป็นน้ำแกง หลังจากโพสต์ลงเฟสบุ๊คสื่อสังคมออนไลน์ ได้ไม่นาน แล้วมีผู้เข้าไปแชร์และแสดงความคิดเห็นเดือดในเฟสดังกล่าวจำนวนมาก และเรียกร้องขอให้มีการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ได้พบกับนางสาวเจษฎา บุญทองเถิง อายุ 48 ปี รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียน ที่ยังอยู่ในอาการตกใจของเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งนางสาวเจษฎา ได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า “ยังไม่รู้สาเหตุว่าเกิดจากใคร รวมทั้งไม่เคยมีความขัดแย้งกับใครมาก่อน โรงเรียนมีนักเรียน 197 คน มีเด็กที่รับประทานอาหารเที่ยงจำนวน 122 คน ได้รับการสนับสนุนค่าอาหารกลางวันหัวละ 20 บาท อาหารจะมีข้าวสวย แกง และขนมหรือผลไม้ตามฤดูกาล ส่วนภาพที่ปรากฏก็ยังงงว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะเด็กที่โรงเรียนโดยเฉพาะเด็กเล็กหรือเด็กอนุบาลเราจะตักให้พอสมควร ไม่ถึงกับมาก แต่เด็กกินไม่อิ่มเราอนุญาติให้เด็กเติมได้อีกเพื่อให้อิ่ม สาเหตุที่บางครั้งตักให้น้อยเพราะเด็กจะกินแล้วเหลือไปเททิ้ง ทางเราจึงพยายามบอกเด็กว่า ถ้ากินไม่หมดก็ให้ตักน้อยอย่างให้อาหารเหลือ เพราะเหลือในจานให้เด็กคนอื่นกินต่อไม่ได้ ถ้าเหลือในหม้อเด็กอื่นจะได้กินได้ และในวันที่มีการถ่ายภาพปรากฏว่าแกงเขียวหวานเหลือในจานของเด็กและนำไปเททิ้งจำนวนมากดังภาพที่ถ่ายไว้”
ขณะที่ผู้สื่อข่าวอยู่ในโรงเรียนเป็นเวลาพักรับประทานอาหารพอดี จากการสังเกตพบว่า เด็กๆที่รอรับอาหารทุกคนได้อาหารในจำนวนที่ตักครั้งเดียวอิ่มเนื่องจากปริมาณมีมาก จากการสอบถามเด็กๆว่าอาหารที่ได้มาแต่ละมือกินอิ่มหรือไม่ ซึ่งเด็กๆพยักหน้าว่าอิ่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าโรงเรียนแห่งนี้นักเรียนส่วนใหญ่ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นเด็กชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง ส่วนอาหารทางโรงเรียนมีเจ้าหน้าที่ปรุงเองเพราะหากเหมาจ้างสั่งทำจากข้างนอกงบประมาณจะไม่เพียงพอเพราะแพงกว่าปรุงเอง ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นคาดว่าเป็นการขัดแย้งภายในโรงเรียน โรงเรียนแห่งนี้มีครู 14 คนเท่านั้น