พิษณุโลก หนุ่มใหญ่ถูกแทงเสียชีวิตคาบ้าน  คู่เกย์คาดน้องชายแค้นแทนพี่ ถูกทำร้ายร่างกาย

189

พิษณุโลก หนุ่มใหญ่ถูกแทงเสียชีวิตคาบ้าน  คู่เกย์คาดน้องชายแค้นแทนพี่ ถูกทำร้ายร่างกาย

วันที่ 2 มิถุนายน 2564 เวลา 09.45 น.ร.ต.ท.พรรณทิวา  ลำโนรี รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีเหตุฆ่ากันตายภายในบ้านเลขที่ 218/4 ถนนวิสุทธิกษัตริย์ ซอย 5 อยู่ตรงข้ามกับสมาคมฮากกา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก

หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชารับทราบ ไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุมิตร  มั่นเมือง รอง ผบก.ภ. จว. พิษณุโลก พ.ต.อ.ภาคภูมิ  ปราบศรีภูมิ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก พ.ต.ท.มนู หรศาสตร์ รอง ผกก.(สอบสวน) ตำรวจชุดสืบสวนจำนวนหนึ่ง แพทย์เวรโรงพยาบาลพุทธชินราช พ.ต.ท.หญิง เรณุกา  หมอนแพร นวท.สบ.3 กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยพิษณุโลก มูลนิธิประสาทบุญสถาน

สถานที่เกิดเหตุ พบเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวใต้ถุนสูง มีรั้วรอบ และกั้นห้องด้วยอิฐบล็อกเป็นห้องนอน 1 ห้อง มีคราบเลือดเปรอะเปื้อนที่พื้นปูนใต้ถุนบ้านจำนวนมาก และพบร่องรอยการต่อสู้กันจนข้าวของเสียหากระจัดกระจาย ภายในห้องนอนพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย นอนหงายจมกองเลือดอยู่บนเตียง

ทราบชื่อต่อมา คือ นายวีระชัย  เหมือนเสมอ อายุ 51 ปี เป็นเจ้าของบ้าน สภาพศพสวมเสื้อกล้ามสีเขียว ใส่กางเกงขาสั้น มีบาดแผลถูกของมีคมแทงเข้าที่ชายโครงและลิ้นปี่จนเสียชีวิต คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง

นอกจากนี้ยังพบอาวุธมีดอีโต้เปื้อนเลือด จำนวน 1 เล่ม สากกะเบือเปื้อนเลือด จำนวน 1 อัน และ อิฐบล็อกเปื้อนเลือดตกอยู่ จึงเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน นายอานนท์  แดงซิว อายุ 34 ปี เพื่อนสนิทของผู้ตาย ให้การว่า ตนเองและนายวีระชัย รู้จักกันมาประมาณ 20 ปี ซึ่งนายวีระชัยมีนิสัยรักเพศเดียวกัน และคบกับตน และคอยดูแลอย่างสนิทสนมอยู่บ้านหลังเกิดเหตุด้วยกัน แต่มักมีนิสัยโมโหร้ายชอบทำร้ายร่างกายทุบตีตนเองอยู่เป็นประจำ กระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมาตนถูกทำร้ายร่างกาย จึงต้องหลบไปนอนที่อื่น  กระทั่งน้องชายของตนทราบเรื่อง อาจโกรธแค้นแทนตน  ได้บุกเข้ามาหานายวีระชัยผู้ตายช่วงกลางดึกที่บ้าน  และมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรง  จนเกิดการต่อสู้กันถึงขึ้นใช้อาวุธมีดฟันกันจนเลือดสาดกระเซ็นทั่วบ้าน จนเช้ามีญาติโทรมาแจ้งว่านายวีระชัยถูกฆ่าเสียชีวิตแล้ว  พอตนรู้ตกใจมากรีบเดินทางมาดูทันที  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เชิญตัวไปสอบปากคำ ที่ สภ.เมืองพิษณุโลก

พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก กล่าวว่า ล่าสุดได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแสของคนร้าย และเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุแล้ว คาดว่าน่าจะได้ตัวในไม่ช้า และมีผู้เกี่ยวข้องในคดีนี้เพียงไม่กี่คน พร้อมตั้งประเด็นปมการสังหารมาจากเรื่องทะเลาะวิวาทหึงหวง ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำพยานแวดล้อมต่างๆ  ส่วนหลักฐานในที่เกิดเหตุและอาวุธของกลางที่พบ ทางตำรวจวิทยาการ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 จะนำไปตรวจรอยนิ้วมือแฝงของคนร้ายตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งคาดว่าจะสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้อย่างแน่นอน