เชียงใหม่ อธิบดี ปภ. ตรวจความพร้อมการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน กองทัพภาคที่ 3 เฝ้าระวังเข้ม เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน

147

เชียงใหม่ อธิบดี ปภ. ตรวจความพร้อมการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน กองทัพภาคที่ 3 เฝ้าระวังเข้ม เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน

วันที่ 21 ก.พ.64 เวลา 09.00 น. ที่ สนาม ฮ. กองพลทหารราบที่ 7 (พล.ร.7 ) อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ นายบุญธรรม  เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพร้อมคณะตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเฮลิคอปเตอร์งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แบบ 32 (ฮ.ปภ.32) ที่มาปฏิบัติการบินเพื่อควบคุมไฟป่าในพื้นทีภาคเหนือ

โดยมี พล.ต.ถนัดพล โกศัยเสวี รองแม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะรองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า  ละหัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับพร้อมรับชมการสาธิตการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บด้วยเฮลิคอปเตอร์

อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า  สถานการณ์ในภาพรวมของไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือปีนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาจำนวนจุดความร้อนที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2564 ถึงปัจจุบัน ลดลงกว่า 50 %  แต่อย่างไรก็ตามในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดตาก เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน ยังมีการเกิดจุดความร้อนเป็นประจำ  ซึ่งทาง กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับกองทัพบก ได้บูรณาการการทำงานในระดับพื้นที่ทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือ ร่วมกันเพื่อป้องกันและลดปัญหาปัญหาไฟป่าและหมอกควันทุกจังหวัด โดยให้แต่ละจังหวัดได้เตรียมการตามมาตรการที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด ในการจำแนกพื้นที่เพื่อการบริหารจัดการต่างๆ

“ทั้งนี้ หากมีการเกิดเหตุเฉพาะพื้นที่ที่ยากต่อการเข้าถึงของทีมสนามในเขตป่าต่างๆ ทางกระทรวงมหาดไทยร่วมกับกองทัพบก ได้เคลื่อนย้ายอุปกรณ์ที่ใช้ในการดับป่าทั้งในภาคพื้นและอากาศยาน โดยระดมเครื่องจักรอุปกรณ์จากศูนย์เขตของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาสนับสนุน 17 จังหวัดภาคเหนือ  ซึ่งขณะนี้ได้เข้าประจำในพื้นที่เรียบร้อย เพื่อร่วมกับศูนย์เขต ทั้ง 4 เขตที่อยู่ประจำทางภาคเหนือ”นายบุญธรรม กล่าว

นอกจากนี้ได้นำเฮลิคอปเตอร์ ปภ.แบบ KA -32 มาประจำอยู่ที่เชียงใหม่ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานงาน  โดยมีกองทัพภาคที่ 3 จัดตั้งกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้าอยู่  เมื่อได้รับแจ้งจากทางจังหวัดที่เกิดปัญหาทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและกองทัพบกจะประเมินสถานการณ์   หากมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ในการออกปฏิบัติหน้าที่  ทางกรมและกองทัพบกโดยกองทัพภาคที่ 3 จะนำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่   ซึ่งเราจะเน้นย้ำการปฎิบัติเพื่อระงับดับไฟป่าในพื้นที่ที่ยากต่อการเข้าถึง   หากกรณีมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บในการดับไฟป่า สามารถใช้เฮลิคอปเตอร์เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บได้

นายบุญธรรม กล่าวด้วยว่า  อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่อยากจะฝากไว้คือความร่วมมือของพี่น้องประชาชนที่ทุกคนมีส่วนร่วมที่จะช่วยลดการเกิดไฟป่า และหากพบเห็นพื้นที่เกิดเหตุ ขอให้แจ้งทางอำเภอ จังหวัด หรือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หมายเลข 1784 ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อจะได้ประสานการปฏิบัติในการแก้ไขปัญหา  ทั้งนี้ปีนี้นำเครื่องมืออุปกรณ์มาอยู่ใกล้กับพื้นที่ที่คาดว่าจะมีภัย จะสามารถลดเวลาการเคลื่อนย้ายได้ โดยเฉพาะใน 9 จังหวัดที่เป็นพื้นที่การเฝ้าระวัง

ทางด้าน พล.ต.ถนัดพล โกศัยเสวี รองแม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะรองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า กล่าวว่ากองทัพภาคที่ 3 ได้ จัดชุดรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนลด ละ เลิกการเผา ในพื้นที่ โดยหากพื้นที่ไหนเกิดสถานการณ์ที่รุนแรง แม่ทัพภาคที่ 3 ได้อนุมัติกำลังหนุนเตรียมพร้อมที่จะเข้าไปสนับสนุนทันที

“คาดว่าปีนี้ทุกพื้นที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า ทั้งนี้กองทัพภาคที่ 3 ได้เฝ้าระวังอย่างเต็มที่ ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นห่วงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากสภาพของพื้นที่เป็นแอ่งกระทะ หากมีลมพัดจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน เข้ามาในพื้นที่จะเป็นปัจจัยให้เกิดปัญหา ฝุ่นควัน ดังนั้นให้เผ้าระวังใน  2 จังหวัดนี้ เพื่อให้ประชาชนปลอดภัยมากที่สุด  อย่างไรก็ตามในเรื่องปัญหาหมอกควันข้ามแดน แม่ทัพภาคที่ 3 มอบหมายให้คณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย – เมียนมา หรือ TBC ทุกจุดทำหนังสือและประชุมอย่างไม่เป็นทางการเพื่อแก้ไขปัญหานี้อยู่แล้ว” รองแม่ทัพภาคที่ 3 กล่าว